เนชั่นทีวี

Nation Story

WORLD: แผนลับเปลี่ยนเครื่องบิน! ทรัมป์หนีภัยจากตุรกียังไง ทำไมสื่อมวลชนถึงไม่รู้ตัว?

11 ส.ค. 2569 | TEERAWAT

WORLD: แผนลับเปลี่ยนเครื่องบิน! ทรัมป์หนีภัยจากตุรกียังไง ทำไมสื่อมวลชนถึงไม่รู้ตัว?

ลองจินตนาการดูว่า คุณกำลังนั่งเครื่องบินไปกับขบวนประธานาธิบดี แล้วจู่ๆ ก็มีคำสั่งให้ "ปิดม่านหน้าต่าง" โดยไม่มีคำอธิบายใดๆ... เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นจริง และกลายเป็นเรื่องที่สังคมกำลังจับตามองอยู่ในตอนนี้

หนังสือพิมพ์ Washington Post รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เดินทางออกจากตุรกีอย่างลับๆ เมื่อเดือนที่แล้ว ด้วยเครื่องบินขนาดเล็กกว่าเดิม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ "แผนลวงที่ซับซ้อน" เพื่อรับมือกับภัยคุกคามจากอิหร่าน แล้วเรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นได้อย่างไร?
 


🛫 [จุดเริ่มต้นของแผนลับ]


Washington Post เป็นสำนักข่าวแรกที่รายงานแผนการรักษาความปลอดภัยลับนี้ และได้รับการยืนยันในภายหลังโดย New York Times โดยแผนดังกล่าวเริ่มต้นด้วยการนำตัวประธานาธิบดีลงจากเครื่องบินประจำตำแหน่ง Air Force One ผ่านทางรถขนส่งอาหารของสนามบิน ก่อนจะเดินทางไปขึ้นเครื่องบินอีกลำเพื่อออกจากตุรกี

เดิมทีทรัมป์เดินทางไปตุรกีด้วยเครื่องบินลำใหม่ที่ได้รับมอบจากกาตาร์ ซึ่งมีแผนจะนำมาใช้เป็น Air Force One แต่ระหว่างการเยือน เจ้าหน้าที่กลับประกาศว่าเขาจะเดินทางกลับด้วยเครื่องบินลำเก่าแทน โดยสื่ออย่าง CNN เคยรายงานไปก่อนหน้านี้ว่า เป็นเพราะข้อกังวลด้านความปลอดภัย

แต่นั่นเป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งของเรื่องราวทั้งหมดเท่านั้น เพราะอะไรน่ะหรือ?
 


✈️ [เครื่องบิน 3 ลำ เส้นทางเดียวกัน แต่ไม่พร้อมกัน]


เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ คนหนึ่งเปิดเผยว่า หลังจากทรัมป์ขึ้นเครื่องบินลำเก่า (ซึ่งมีภาพบันทึกเหตุการณ์ไว้) เขาก็แอบลงจากเครื่องผ่านทางรถขนส่งอาหาร แล้วย้ายไปขึ้นเครื่องบิน Air Force รุ่น C-32A ที่มีขนาดเล็กกว่าแทน

จากนั้นเครื่องบินทั้ง 3 ลำ ทั้งเครื่องที่ได้รับมอบจากกาตาร์ เครื่องบินลำเก่าที่ใช้เป็น Air Force One และเครื่องบิน C-32A ต่างก็ทยอยออกเดินทางแยกกันมุ่งหน้าสู่สหราชอาณาจักร เมื่อไปถึงที่นั่น ทรัมป์จึงได้ขึ้นเครื่องบินลำที่ได้รับมอบจากกาตาร์อีกครั้งเพื่อเดินทางกลับสหรัฐฯ

ก่อนหน้าที่ Washington Post จะรายงานเรื่องนี้ ประเด็นที่สาธารณชนถกเถียงกันส่วนใหญ่ มุ่งไปที่การที่ทรัมป์ไม่ยอมใช้เครื่องบินลำใหม่จากกาตาร์ ทั้งที่เคยคุยอวดเกี่ยวกับเครื่องบินลำนี้มาก่อน (แม้เจ้าหน้าที่จะมองว่ายังไม่ปลอดภัยเทียบเท่าลำอื่น เพราะต้องผ่านการดัดแปลงสภาพใหม่) และ CNN เคยรายงานว่าทรัมป์รู้สึกเดือดดาลเป็นการส่วนตัว เมื่อเห็นข่าวเกี่ยวกับข้อบกพร่องของเครื่องบินลำนี้


🎙️ [ทำเนียบขาวชี้แจงอย่างไร?]


เมื่อถูกสอบถามเกี่ยวกับรายงานเรื่องการสับเปลี่ยนเครื่องบินอย่างลับๆ สตีเวน เชียง โฆษกทำเนียบขาว เปิดเผยต่อ CNN ว่า

"เครื่องบิน Air Force One ลำใหม่ เป็นอากาศยานที่ล้ำสมัย และได้รับการติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยขั้นสูง เพื่อรับรองความปลอดภัยของประธานาธิบดีและคณะทำงาน ดังที่ประธานาธิบดีกล่าวไว้เมื่อเร็วๆ นี้ว่า สหรัฐฯ มีศัตรูจำนวนมากที่จ้องเล่นงานตัวท่าน และเราก็ใช้ทุกเครื่องมือที่มีอยู่เพื่อรับมือกับภัยคุกคามเหล่านั้น"

แต่คำถามที่ตามมาคือ แล้วสื่อมวลชนที่โดยสารไปด้วยล่ะ พวกเขารู้เรื่องนี้หรือไม่?

📸 [ปริศนาที่คณะสื่อมวลชนสังเกตเห็น]


ข้อมูลจากคณะสื่อมวลชนที่ติดตามภารกิจประธานาธิบดี (Presidential travel pool) เผยรายละเอียดที่ชัดเจนขึ้นเกี่ยวกับลำดับเหตุการณ์ที่ผิดปกติ ภายหลังการประชุมสุดยอดนาโต (NATO Summit) ที่กรุงอังการา

ทรัมป์อยู่บนเครื่องบิน Air Force One ที่กรุงอังการา เวลา 20.26 น. ตามเวลาท้องถิ่น ก่อนเครื่องจะทะยานขึ้นเมื่อเวลา 20.43 น. แต่อีกเพียง 17 นาทีต่อมา คณะผู้สื่อข่าวกลับได้รับแจ้งให้ "ปิดม่านหน้าต่างในห้องโดยสารสำหรับสื่อมวลชน" อ้างอิงจากข้อความที่เมแกน เมสเซอร์ลีย์ ผู้สื่อข่าวจาก Politico ได้รับ

เรื่องนี้ถือว่าผิดปกติอย่างมาก และดูเหมือนจะบ่งชี้ถึงสถานการณ์ด้านความปลอดภัยบางอย่าง โดยภายหลังทรัมป์ได้อธิบายว่า "เป็นเพราะพวกคุณอาจกำลังอยู่บนเที่ยวบินที่อันตราย อันเนื่องมาจากพวกคนชั้นต่ำที่พวกเราต้องรับมือด้วย"

หลักฐานสำคัญที่ยืนยันแผนลับนี้คือ วิดีโอที่เผยให้เห็นรถบรรทุกสำหรับจัดเลี้ยง จอดอยู่ข้างเครื่องบิน Air Force One ที่สนามบินเอเซนโบกา กรุงอังการา เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม ก่อนเครื่องจะเริ่มเคลื่อนตัวออกไปเพียงราว 7 นาทีเท่านั้น


⏱️ [นาทีที่หายไป ความล่าช้าที่ผิดสังเกต]


เครื่องบินลงจอดที่ฐานทัพอากาศ RAF Mildenhall ในอังกฤษ เมื่อเวลา 22.29 น. ตามเวลาท้องถิ่น แต่ต้องใช้เวลาอีกราว 20 นาที กว่าที่คณะสื่อมวลชนจะได้รับแจ้งว่า กำลังมีการจัดเตรียมมุมกล้องถ่ายภาพจากใต้ปีกเครื่องบิน เพื่อบันทึกภาพประธานาธิบดีขณะลงจากเครื่อง

นับเป็นเวลาที่ยาวนานผิดปกติ และนานพอที่ในทางทฤษฎีแล้ว ทรัมป์จะสามารถลงจากเครื่องบินลำเล็ก แล้วกลับขึ้นไปบน Air Force One ได้ทัน ก่อนกล้องจะบันทึกภาพเหตุการณ์ไว้ได้

เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ลองเทียบกับกรณีเมื่อวันอาทิตย์ (9 สิงหาคม) ที่ CNN ร่วมอยู่ในคณะสื่อมวลชน พบว่าใช้เวลาเพียงราว 8 นาทีเท่านั้น นับตั้งแต่เครื่องบินลงจอด จนถึงขั้นตอนจัดเตรียมมุมกล้องใต้ปีกเครื่องบิน ซึ่งทรัมป์ก้าวลงจากเครื่องหลังได้รับแจ้งว่าภาพพร้อมเผยแพร่เพียงประมาณหนึ่งนาที

จังหวะเวลาครั้งนี้รวดเร็วกว่าที่ทีมงาน CNN เคยพบเห็นเป็นปกติอย่างเห็นได้ชัด เพราะโดยทั่วไปแล้ว ประธานาธิบดีมักใช้เวลาหลายนาทีกว่าจะก้าวลงจากเครื่อง หลังกลุ่มสื่อมวลชนที่ได้รับอนุญาตให้ติดตามภารกิจไปประจำจุดรอใต้เครื่องบินแล้ว

จากการตรวจสอบภาพวิดีโอที่ฐานทัพ Mildenhall พบว่ารถบันไดเข้าประจำตำแหน่ง และประตูเครื่องบินเปิดออกแล้วตั้งแต่เริ่มมีการถ่ายภาพ อีกทั้งยังพบเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยบนลานจอดเครื่องบินในจำนวนที่มากกว่าที่ทีมงาน CNN คุ้นเคย
 


🎥 [เมื่อกล้องถูกสั่งห้ามบันทึก]


ข้อมูลจากคณะผู้สื่อข่าว (pool notes) ระบุว่า เวลา 23.01 น. ทรัมป์ได้ขึ้นเครื่องบินลำใหม่จากกาตาร์ โดยมีการบันทึกภาพขณะเดินจากเครื่องบินลำเดิมไปยังเครื่องบินลำใหม่

เคทลิน คอลลินส์ ผู้สื่อข่าว CNN และคาลิล อับดัลลาห์ ช่างภาพข่าว เล่าถึงประสบการณ์คล้ายกันที่เคยเกิดขึ้นระหว่างทำข่าวที่เมืองดาวอส เมื่อต้องเปลี่ยนเครื่องบินเนื่องจากปัญหาทางระบบไฟฟ้าเล็กน้อย โดยครั้งนั้นทำเนียบขาวไม่อนุญาตให้ทีมงานบันทึกภาพขณะทรัมป์เปลี่ยนเครื่อง แต่สั่งให้รอจนกว่าเขาจะขึ้นเครื่องบินลำใหม่เรียบร้อยแล้วเท่านั้น



💬 [คำตอบจากปากทรัมป์เอง]


ระหว่างเดินทางด้วยเครื่องบินลำใหม่จากกาตาร์ ทรัมป์ถูกถามถึงสาเหตุที่ต้องเปลี่ยนเครื่องบิน เขาตอบว่ามีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทหารอเมริกันที่ประจำการอยู่ที่ฐานทัพในอังกฤษ "มีโอกาสได้เยี่ยมชมเครื่องบิน"
.
เมื่อถูกถามย้ำว่ามีปัญหาอื่นใดอีกหรือไม่ เขารีบตอบทันทีว่า "ไม่มีปัญหาอะไร" ส่วนเรื่องคำสั่งปิดม่านหน้าต่าง เขาตอบว่าเป็นเพราะ "พวกคุณอาจกำลังอยู่บนเที่ยวบินที่อันตราย" พร้อมทิ้งท้ายอย่างมีนัยว่า

"พวกเขาไม่ได้ขอให้ผมปิดม่านหน้าต่างของผมหรอก แต่ถ้าพวกเขาขอ ผมก็คงทำตาม แต่ถ้าผมไป พวกคุณก็ต้องไปด้วย จริงไหมล่ะ ..... บางทีสักวันหนึ่งพวกคุณอาจจะอยากเปลี่ยนอาชีพก็ได้นะ"

ในที่สุด เครื่องบินก็ลงจอดที่ Joint Base Andrews และทรัมป์ลงจากเครื่องเมื่อเวลา 1.23 น. ตามเวลาภาคตะวันออก โดยกลุ่มผู้สื่อข่าวบรรยายว่า เขายกมือทำความเคารพ (saluted) แล้วรีบขึ้นรถประจำตำแหน่ง (the Beast) อย่างรวดเร็ว
 


🤔 [ท้ายที่สุดแล้ว ความปลอดภัย หรือ ความลับ?]


เรื่องราวทั้งหมดนี้ ทำให้เกิดคำถามสำคัญสองด้าน ด้านหนึ่งคือความจำเป็นด้านความปลอดภัยของผู้นำประเทศมหาอำนาจ ที่ต้องเผชิญกับภัยคุกคามจริง ๆ อีกด้านหนึ่งคือความโปร่งใสต่อสื่อมวลชนและสาธารณชน ที่ควรได้รับรู้ข้อเท็จจริงตามควร

คุณคิดว่าแผนการเช่นนี้เป็นมาตรการที่จำเป็นเพื่อปกป้องชีวิตผู้นำประเทศ หรือเป็นการปิดบังข้อมูลที่ประชาชนควรรู้กันแน่?

ข่าวล่าสุด