📸 [ปริศนาที่คณะสื่อมวลชนสังเกตเห็น]
ข้อมูลจากคณะสื่อมวลชนที่ติดตามภารกิจประธานาธิบดี (Presidential travel pool) เผยรายละเอียดที่ชัดเจนขึ้นเกี่ยวกับลำดับเหตุการณ์ที่ผิดปกติ ภายหลังการประชุมสุดยอดนาโต (NATO Summit) ที่กรุงอังการา
ทรัมป์อยู่บนเครื่องบิน Air Force One ที่กรุงอังการา เวลา 20.26 น. ตามเวลาท้องถิ่น ก่อนเครื่องจะทะยานขึ้นเมื่อเวลา 20.43 น. แต่อีกเพียง 17 นาทีต่อมา คณะผู้สื่อข่าวกลับได้รับแจ้งให้ "ปิดม่านหน้าต่างในห้องโดยสารสำหรับสื่อมวลชน" อ้างอิงจากข้อความที่เมแกน เมสเซอร์ลีย์ ผู้สื่อข่าวจาก Politico ได้รับ
เรื่องนี้ถือว่าผิดปกติอย่างมาก และดูเหมือนจะบ่งชี้ถึงสถานการณ์ด้านความปลอดภัยบางอย่าง โดยภายหลังทรัมป์ได้อธิบายว่า "เป็นเพราะพวกคุณอาจกำลังอยู่บนเที่ยวบินที่อันตราย อันเนื่องมาจากพวกคนชั้นต่ำที่พวกเราต้องรับมือด้วย"
หลักฐานสำคัญที่ยืนยันแผนลับนี้คือ วิดีโอที่เผยให้เห็นรถบรรทุกสำหรับจัดเลี้ยง จอดอยู่ข้างเครื่องบิน Air Force One ที่สนามบินเอเซนโบกา กรุงอังการา เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม ก่อนเครื่องจะเริ่มเคลื่อนตัวออกไปเพียงราว 7 นาทีเท่านั้น
⏱️ [นาทีที่หายไป ความล่าช้าที่ผิดสังเกต]
เครื่องบินลงจอดที่ฐานทัพอากาศ RAF Mildenhall ในอังกฤษ เมื่อเวลา 22.29 น. ตามเวลาท้องถิ่น แต่ต้องใช้เวลาอีกราว 20 นาที กว่าที่คณะสื่อมวลชนจะได้รับแจ้งว่า กำลังมีการจัดเตรียมมุมกล้องถ่ายภาพจากใต้ปีกเครื่องบิน เพื่อบันทึกภาพประธานาธิบดีขณะลงจากเครื่อง
นับเป็นเวลาที่ยาวนานผิดปกติ และนานพอที่ในทางทฤษฎีแล้ว ทรัมป์จะสามารถลงจากเครื่องบินลำเล็ก แล้วกลับขึ้นไปบน Air Force One ได้ทัน ก่อนกล้องจะบันทึกภาพเหตุการณ์ไว้ได้
เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ลองเทียบกับกรณีเมื่อวันอาทิตย์ (9 สิงหาคม) ที่ CNN ร่วมอยู่ในคณะสื่อมวลชน พบว่าใช้เวลาเพียงราว 8 นาทีเท่านั้น นับตั้งแต่เครื่องบินลงจอด จนถึงขั้นตอนจัดเตรียมมุมกล้องใต้ปีกเครื่องบิน ซึ่งทรัมป์ก้าวลงจากเครื่องหลังได้รับแจ้งว่าภาพพร้อมเผยแพร่เพียงประมาณหนึ่งนาที
จังหวะเวลาครั้งนี้รวดเร็วกว่าที่ทีมงาน CNN เคยพบเห็นเป็นปกติอย่างเห็นได้ชัด เพราะโดยทั่วไปแล้ว ประธานาธิบดีมักใช้เวลาหลายนาทีกว่าจะก้าวลงจากเครื่อง หลังกลุ่มสื่อมวลชนที่ได้รับอนุญาตให้ติดตามภารกิจไปประจำจุดรอใต้เครื่องบินแล้ว
จากการตรวจสอบภาพวิดีโอที่ฐานทัพ Mildenhall พบว่ารถบันไดเข้าประจำตำแหน่ง และประตูเครื่องบินเปิดออกแล้วตั้งแต่เริ่มมีการถ่ายภาพ อีกทั้งยังพบเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยบนลานจอดเครื่องบินในจำนวนที่มากกว่าที่ทีมงาน CNN คุ้นเคย
🎥 [เมื่อกล้องถูกสั่งห้ามบันทึก]
ข้อมูลจากคณะผู้สื่อข่าว (pool notes) ระบุว่า เวลา 23.01 น. ทรัมป์ได้ขึ้นเครื่องบินลำใหม่จากกาตาร์ โดยมีการบันทึกภาพขณะเดินจากเครื่องบินลำเดิมไปยังเครื่องบินลำใหม่
เคทลิน คอลลินส์ ผู้สื่อข่าว CNN และคาลิล อับดัลลาห์ ช่างภาพข่าว เล่าถึงประสบการณ์คล้ายกันที่เคยเกิดขึ้นระหว่างทำข่าวที่เมืองดาวอส เมื่อต้องเปลี่ยนเครื่องบินเนื่องจากปัญหาทางระบบไฟฟ้าเล็กน้อย โดยครั้งนั้นทำเนียบขาวไม่อนุญาตให้ทีมงานบันทึกภาพขณะทรัมป์เปลี่ยนเครื่อง แต่สั่งให้รอจนกว่าเขาจะขึ้นเครื่องบินลำใหม่เรียบร้อยแล้วเท่านั้น
💬 [คำตอบจากปากทรัมป์เอง]
ระหว่างเดินทางด้วยเครื่องบินลำใหม่จากกาตาร์ ทรัมป์ถูกถามถึงสาเหตุที่ต้องเปลี่ยนเครื่องบิน เขาตอบว่ามีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทหารอเมริกันที่ประจำการอยู่ที่ฐานทัพในอังกฤษ "มีโอกาสได้เยี่ยมชมเครื่องบิน"
.
เมื่อถูกถามย้ำว่ามีปัญหาอื่นใดอีกหรือไม่ เขารีบตอบทันทีว่า "ไม่มีปัญหาอะไร" ส่วนเรื่องคำสั่งปิดม่านหน้าต่าง เขาตอบว่าเป็นเพราะ "พวกคุณอาจกำลังอยู่บนเที่ยวบินที่อันตราย" พร้อมทิ้งท้ายอย่างมีนัยว่า
"พวกเขาไม่ได้ขอให้ผมปิดม่านหน้าต่างของผมหรอก แต่ถ้าพวกเขาขอ ผมก็คงทำตาม แต่ถ้าผมไป พวกคุณก็ต้องไปด้วย จริงไหมล่ะ ..... บางทีสักวันหนึ่งพวกคุณอาจจะอยากเปลี่ยนอาชีพก็ได้นะ"
ในที่สุด เครื่องบินก็ลงจอดที่ Joint Base Andrews และทรัมป์ลงจากเครื่องเมื่อเวลา 1.23 น. ตามเวลาภาคตะวันออก โดยกลุ่มผู้สื่อข่าวบรรยายว่า เขายกมือทำความเคารพ (saluted) แล้วรีบขึ้นรถประจำตำแหน่ง (the Beast) อย่างรวดเร็ว
🤔 [ท้ายที่สุดแล้ว ความปลอดภัย หรือ ความลับ?]
เรื่องราวทั้งหมดนี้ ทำให้เกิดคำถามสำคัญสองด้าน ด้านหนึ่งคือความจำเป็นด้านความปลอดภัยของผู้นำประเทศมหาอำนาจ ที่ต้องเผชิญกับภัยคุกคามจริง ๆ อีกด้านหนึ่งคือความโปร่งใสต่อสื่อมวลชนและสาธารณชน ที่ควรได้รับรู้ข้อเท็จจริงตามควร
คุณคิดว่าแผนการเช่นนี้เป็นมาตรการที่จำเป็นเพื่อปกป้องชีวิตผู้นำประเทศ หรือเป็นการปิดบังข้อมูลที่ประชาชนควรรู้กันแน่?