"อนุทิน" แจงควง "เศรษฐา" ดูมวย ยันไร้การเมือง ชูซอฟต์พาวเวอร์
11 ส.ค. 2569 | titayu_pur

"อนุทิน" ยันควง "เศรษฐา" ดูมวยราชดำเนินไร้การเมือง เผยสนิทตั้งแต่เรียนนอก หวังดันมวยไทยจากสนามพนันสู่ซอฟต์พาวเวอร์ ดึงท่องเที่ยวลงเมืองใหญ่
ข่าว
11 ส.ค. 2569 | titayu_pur

"อนุทิน" ยันควง "เศรษฐา" ดูมวยราชดำเนินไร้การเมือง เผยสนิทตั้งแต่เรียนนอก หวังดันมวยไทยจากสนามพนันสู่ซอฟต์พาวเวอร์ ดึงท่องเที่ยวลงเมืองใหญ่
KEY
POINTS
11 สิงหาคม 2569 นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล เคลียร์ชัดหลังควง อดีตนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน รับชมมวยไทย ณ สนามมวยราชดำเนิน เมื่อวันที่ 8 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยสยบกระแสข่าวสบตาการเมือง ยืนยันเป็นมิตรภาพเพื่อนเก่า ตั้งแต่สมัยเรียนต่างประเทศ ชวนกันมาผ่อนคลายหลังเสร็จงานพิธี พร้อมจ่อจับมือกระทรวงท่องเที่ยวฯ ยกระดับมวยไทยจากธุรกิจการพนันสู่ ซอฟต์พาวเวอร์ เล็งขยายจัดชกเมืองท่องเที่ยวหลักอย่างภูเก็ต พัทยา และเชียงใหม่
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการไปร่วมรับชมการชกมวยที่เวทีราชดำเนิน ร่วมกับนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา ว่า ไปดูมวยเมื่อวันเสาร์ที่แล้ว โดยยืนยันว่า ไม่มีการพูดคุยเรื่องการเมือง ซึ่งตนไปดูเพื่อเปิดหูเปิดตาเกี่ยวกับธุรกิจใหม่ที่เปลี่ยนจากการพนันอย่างเดียว มาเป็นซอฟต์พาวเวอร์ให้นักท่องเที่ยว และเป็นการแสดงศิลปะไทย
อีกทั้งยังมองว่า บรรยากาศดี ไม่อึดอัดอันตรายเหมือนเมื่อก่อน และนักท่องเที่ยวก็เต็มหมดทุกรอบ ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวจริง ๆ ดูแล้วเห็นว่ามีการเปลี่ยนแปลง และดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวเมืองไทยมากขึ้น
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ทางผู้จัดเสนอมาว่า หากเราสามารถจัดกิจกรรมแบบนี้ไปยังจังหวัดใหญ่ เช่น ภูเก็ต พัทยา เชียงใหม่ หากทำได้ก็ดี แต่ต้องให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาส่งเสริมด้วย ซึ่งตนมองว่าก็เป็นเรื่องที่ดีหากสามารถทำได้
-เมื่อถามว่า เรื่องนี้จะเป็นผลมาจากปฏิญญาโมนาโกหรือไม่
นายกรัฐมนตรี ตอบว่า “มีแต่ปฏิญญามอคโคน่าแก้ง่วง บ่าย ๆ ก็ง่วง” ก่อนยืนยันว่า เรื่องดังกล่าวไม่มี พร้อมถามผู้สื่อข่าวกลับว่า นายเศรษฐา จะมาเกี่ยวอะไรกับการเมืองในตอนนี้ ซึ่งวันที่ดูมวย เป็นวันที่ตนไปงานศพพ่อตาของนายเศรษฐามา จึงได้ชวนกันมาดูมวย และไม่ได้มีอะไรมากไปกว่านั้น ไม่มีการเมืองใด ๆ ทั้งสิ้น
-เมื่อถามว่า หลังจากนี้จะมีการชวนไปไหนอีกหรือไม่
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทุกคนทราบดีอยู่แล้วว่า ตนกับนายเศรษฐา ไม่ได้เพิ่งมารู้จักกันเมื่อตอนทำงานร่วมกันในคณะรัฐมนตรี แต่รู้จักตั้งแต่ตอนเรียนอยู่ต่างประเทศด้วยกันแล้ว และไปมาหาสู่กันอยู่ตลอด ตอนที่อยู่กับนายเศรษฐาก็ไม่เคยมีปัญหาอะไรกันเลย