เนชั่นทีวี

Nation Story

SPORTS: "โรนัลด์ อเราโฆ่" แผนแก้วิกฤตแนวรับของลิเวอร์พูล

08 ส.ค. 2569 | กองบรรณาธิการ Nation STORY

SPORTS: "โรนัลด์ อเราโฆ่" แผนแก้วิกฤตแนวรับของลิเวอร์พูล

ท่ามกลางมรสุมปัญหานักเตะบาดเจ็บระลอกใหญ่ที่ถาโถมเข้าใส่ค่ายแอนฟิลด์ก่อนเปิดฉากศึกพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2026-27 ลิเวอร์พูล ได้ขยับขับเคลื่อนในตลาดนักเตะครั้งสำคัญเมื่อบรรลุข้อตกลงคว้าตัว โรนัลด์ อเราโฆ่ (Ronald Araujo) ปราการหลังทีมชาติอุรุกวัย วัย 27 ปี จากบาร์เซโลนา มาร่วมทีมด้วยสัญญายืมตัวยาวตลอดฤดูกาลเป็นที่เรียบร้อย เพื่อกู้วิกฤตแนวรับที่กำลังเข้าขั้นขาดแคลนอย่างหนัก

การย้ายทีมแบบสายฟ้าแลบครั้งนี้ เกิดขึ้นในสภาวะที่สโมสรลิเวอร์พูลกำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตตัวผู้เล่นแนวรับอย่างร้ายแรง ปราการหลังสัญชาติอุรุกวัยซึ่งเป็นเซนเตอร์แบ็กธรรมชาติ ไม่เพียงแต่จะเข้ามาเติมเต็มช่องว่างในตำแหน่งปราการหลังตัวกลางเท่านั้น แต่ยังมีความสามารถเฉพาะตัวในการขยับออกไปยืนเป็นแบ็กขวาจำเป็นได้อีกด้วย ซึ่งจุดนี้ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการเข้ามาชดเชยการขาดหายไปของ เจเรมี ฟริมปง และ คอเนอร์ แบรดลีย์ โดยในรายของแบรดลีย์ยังคงต้องเผชิญอาการบาดเจ็บที่บริเวณเข่ารุนแรง และถูกคาดหมายว่าจะต้องพักยาวจนพลาดการลงสนามในช่วงเดือนแรกๆ ของฤดูกาลใหม่นี้

 

⚽[โรงพยาบาลแอนฟิลด์ และรอยแผลจากการเสียผู้เล่นหลัก]

หากเจาะลึกถึงสาเหตุที่ยอดทีมแห่งเมอร์ซีย์ไซด์ต้องเร่งเครื่องหาปราการหลังคนใหม่ จะพบว่าทีมของกุนซือ อันโดนี อิราโอลา (Andoni Iraola) กำลังเจอปัญหาผู้เล่นแนวรับบาดเจ็บระนาวอย่างน่าตกใจ โจวานนี เลโอนี ปราการหลังดาวรุ่ง ยังคงอยู่ในช่วงฟื้นฟูร่างกายจากอาการบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้าหน้าเข่า (ACL) ตั้งแต่เดือนกันยายนปีที่แล้ว ขณะที่ โจ โกเมซ ปราการหลังสารพัดประโยชน์ เป็นรายล่าสุดที่ต้องหมดสิทธิ์ลงเล่นในช่วงออกสตาร์ทศึกพรีเมียร์ลีก หลังได้รับบาดเจ็บกล้ามเนื้อระหว่างการฝึกซ้อมช่วงปรีซีซัน

สถานการณ์ดังกล่าวยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นไปอีก เมื่อย้อนกลับไปในช่วงต้นซัมเมอร์ ลิเวอร์พูลต้องเสีย อิบราฮิมา โกนาเต้ ปราการหลังตัวเก่งที่ตัดสินใจไม่ต่อสัญญาและย้ายไปร่วมทัพ "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด แบบไม่มีค่าตัว ขณะเดียวกัน เฌเรมี ฌักเกต์ กองหลังวัย 21 ปี ที่เพิ่งย้ายมาร่วมทีมในซัมเมอร์นี้อย่างเป็นทางการ หลังจากตกลงสัญญาล่วงหน้ากับแรนส์ไว้เมื่อหกเดือนก่อน ก็ยังไม่เคยลงเล่นให้ทีมเลยตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ เนื่องจากอาการบาดเจ็บไหล่รุนแรง และล่าสุดก็ยังมีอาการบาดเจ็บเล็กน้อยเพิ่มเติมจนไม่ได้มีส่วนร่วมในช่วงปรีซีซัน

 

ความเลวร้ายของวิกฤตแนวรับสะท้อนให้เห็นชัดเจนในช่วงทัวร์ปรีซีซันที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อกัปตันทีมอย่าง เฟอร์จิล ฟาน ไดจ์ค ได้รับอนุญาตให้พักผ่อนเพิ่มเติมหลังจากเสร็จภารกิจศึกฟุตบอลโลก สภาพทีมที่เหลือทำให้อิราโอลาไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องจำใจใช้งานสองเซนเตอร์แบ็กดาวรุ่งวัยทีนเอจอย่าง อิเฟียนยี เอ็นดุกเว และ มอร์ ตัลลา เอ็นดิอาย ลงสนามเป็นหลัก รวมถึงต้องถอย ลุค แชมเบอร์ส แบ็กซ้ายธรรมชาติเข้ามาขัดตาทัพในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็ก แม้ว่าเอ็นดุกเว ปราการหลังดาวรุ่งชาวออสเตรียจะทำผลงานได้โดดเด่นน่าประทับใจ แต่เจ้าตัวก็ไม่สามารถช่วยทีมในฤดูกาลนี้ได้ เนื่องจากติดปัญหาเรื่องใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ในอังกฤษ ทำให้ต้องถูกปล่อยยืมตัวไปเล่นในลีกอื่นแทน

 

การได้อเราโฆ่ วัย 27 ปี ผู้ผ่านประสบการณ์เคี่ยวกรำในระดับสูงกับบาร์เซโลนามากว่า 213 นัด เข้ามาเติมเต็ม จึงตอบโจทย์ทุกข้อ ทั้งเรื่องประสบการณ์ ความยืดหยุ่นในตำแหน่ง และการลดภาระความกดดันจากดาวรุ่งอย่างฌักเกต์และเลโอนีที่ยังต้องการเวลาฟื้นตัว

⚽[เส้นทางของ อเราโฆ่: จากวันพักใจ สู่ฉากทัศน์ใหม่ในถิ่นแอนฟิลด์]

สำหรับ โรนัลด์ อเราโฆ่ การย้ายมายังถิ่นแอนฟิลด์ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตการค้าแข้ง ย้อนกลับไปเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว กองหลังชาวอุรุกวัยเคยตกเป็นข่าวใหญ่เมื่อเขาตัดสินใจยื่นเรื่องขออนุมัติลาพักงานชั่วคราวจากสโมสรบาร์เซโลนาโดยไม่มีกำหนด เพื่อเข้ารับการดูแลและฟื้นฟูสภาพจิตใจ (Mental Health) ก่อนที่จะจัดการสภาพจิตใจและกลับคืนสู่สนามซ้อมอีกครั้งในช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา

.

อเราโฆ่นับเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญของบาร์เซโลนานับตั้งแต่ย้ายมาจาก บอสตัน รีเวอร์ สโมสรในบ้านเกิดเมื่อมกราคมปี 2019 โดยลงสนามให้ยอดทีมแห่งแคว้นกาตาลุนญาไปแล้วถึง 213 นัดในทุกรายการ แม้ว่าในช่วงซัมเมอร์นี้เขาจะติดทีมชาติอุรุกวัยภายใต้การนำทัพของ มาร์เซโล บิเอลซา ไปลุยศึกฟุตบอลโลก 2026 แต่ก็ไม่ได้ลงสนามเลยแม้แต่นาทีเดียว ก่อนที่อุรุกวัยจะกระเด็นตกคอบแบ่งกลุ่มไปอย่างน่าเสียดาย

.

⚽[จุดเปลี่ยนที่คัมป์ นู: สัญญาณจาก ฮันซี ฟลิค และดีลสายฟ้าแลบ]

เบื้องหลังการย้ายทีมครั้งนี้ เกิดขึ้นจากความเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันในถิ่นสปอติฟาย คัมป์ นู โดยเดิมทีหลังจากผ่านพ้นปีที่ยากลำบากในชีวิตส่วนตัว อเราโฆ่ตั้งใจที่จะใช้ฤดูกาลนี้เป็นปีแห่งการพิสูจน์ตัวเองและกลับมาทวงตำแหน่งตัวหลักในทีมบาร์เซโลนา เขาไม่เคยมีความคิดที่จะย้ายออกจากทีมเลยจนกระทั่งก่อนเปิดศึกฟุตบอลโลก และเชื่อมั่นว่าจะสามารถเป็นคีย์แมนในแผนการทำทีมของ ฮันซี ฟลิค (Hansi Flick) ได้

.

ทว่า จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เมื่อ ฮันซี ฟลิค เฮดโค้ชชาวเยอรมัน ได้นัดหารือส่วนตัวกับอเราโฆ่ พร้อมแจ้งตามตรงว่า เขายังคงยึดมั่นในระบบแนวรับเดิมเหมือนกับฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งแม้ว่าอเราโฆ่จะมีโอกาสได้ลงสนามบ้าง แต่จะไม่ได้รับบทบาทเป็น 'ตัวหลัก' ของทีมอีกต่อไป

.

เมื่อโอกาสกับลิเวอร์พูลเปิดขึ้นมาในช่วงเวลาเพียงสองวัน ดีลทุกอย่างก็ดำเนินไปอย่างรวดเร็วชนิดข้ามคืน โดย ลิเวอร์พูล ตกลงรับผิดชอบจ่ายค่าเหนื่อยของอเราโฆ่เต็มจำนวนตลอดระยะเวลายืมตัว 1 ฤดูกาล และตัวแทนของนักเตะได้เดินทางเข้าพบ เดโก ผู้อำนวยการฝ่ายกีฬาของบาร์เซโลนา เพื่อปิดดีลลงนามอย่างเป็นทางการทันที

.

⚽[ช่วยบาร์เซโลนา แต่ก็สร้างปัญหาใหม่]

การปล่อยตัวอเราโฆ่ครั้งนี้ส่งผลกระทบสองด้านต่อบาร์เซโลนา ด้านหนึ่งช่วยลดเพดานค่าจ้างลงอย่างมหาศาล ทำให้สโมสรมีขอบเขตทางการเงิน (Financial Space) ในการลงทะเบียนผู้เล่นใหม่ได้คล่องตัวขึ้น แต่ในทางกลับกัน มันทำให้แผนงานของเดโกต้องปั่นป่วน เพราะเดิมทีฟลิคสั่งระงับการซื้อเซนเตอร์แบ็กใหม่ไว้ แต่การสูญเสียอเราโฆ่กะทันหัน จะบีบให้บาร์เซโลนาต้องหมุนเงินกลับเข้าสู่ตลาดนักเตะเพื่อหาปราการหลังคนใหม่เข้ามาทดแทนโดยด่วน

 

บทสรุปของดีลยืมตัว โรนัลด์ อเราโฆ่ ครั้งนี้ จึงนับเป็นทางออกที่ลงตัวของทุกฝ่าย ลิเวอร์พูล ได้ปราการหลังระดับโลกพร้อมใช้งานเข้ามาอุดรอยรั่วกู้วิกฤตแนวรับทันเวลา, อเราโฆ่ ได้โอกาสลงสนามสม่ำเสมอเพื่อฟื้นฟูฟอร์มเก่งในเวทีใหม่ และ บาร์เซโลนา ได้ผ่อนคลายภาระค่าเหนื่อยเพื่อลุยตลาดนักเตะรอบใหม่ แม้จะต้องปรับแผนงานแนวรับกันยกใหญ่ก็ตาม

ข่าวล่าสุด