เนชั่นทีวี

ข่าว

ช็อกข้าราชการ "ปกรณ์" จ่อชง "ครม." รื้อใหญ่กำลังคนภาครัฐ เช็ก 11 สายงานจะหายไป

07 ส.ค. 2569 | thamsathit_pol

ช็อกข้าราชการ "ปกรณ์" จ่อชง "ครม." รื้อใหญ่กำลังคนภาครัฐ เช็ก 11 สายงานจะหายไป

​"ปกรณ์ นิลประพันธ์" ชง ครม. เคาะมาตรการเร่งด่วน ปฏิรูประบบบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ สั่งทุกกระทรวง "ตรึงกำลังใหม่-ยุบเลิกตำแหน่งว่างและสายงานสนับสนุนไม่จำเป็น" ตั้งเป้าลดขนาดข้าราชการลงอย่างน้อย 15% ภายในปี 2572 หลังงบรายจ่ายบุคลากรพุ่งทะยาน กระทบเงินลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาประเทศ เผย 11 สายงานจะหายไป เช็กที่นี่

7สิงหาคม  2569 ​จากสถานการณ์งบประมาณรายจ่ายประจำปี ที่สัดส่วนงบรายจ่ายบุคลากรภาครัฐมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องสวนทางกับภารกิจสำคัญของรัฐบาล ทั้งการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาเศรษฐกิจ และการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ล่าสุด นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ ได้ลงนามในหนังสือด่วนที่สุดจากสำนักงาน ก.พ. เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา "มาตรการปฏิรูประบบบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ" เพื่อปรับเปลี่ยนโครงสร้างและลดภาระงบประมาณระยะยาว โดยมีสาระสำคัญและมาตรการเด็ดขาด ดังนี้

​"ปกรณ์ นิลประพันธ์" รองนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมาย

​1. ข้อมูลวิกฤตงบประมาณ: งบประจำจ่อกินรวบประเทศ

​ปีงบประมาณ 2569: วงเงินงบประมาณรวม 3,750,800 ล้านบาท เป็นรายจ่ายประจำสูงถึง 2,644,242.6 ล้านบาท (คิดเป็น 70.2%)

​ปีงบประมาณ 2570: วงเงินงบประมาณรวม 3,784,000 ล้านบาท เป็นรายจ่ายประจำสูงถึง 2,886,637.1 ล้านบาท (คิดเป็น 76.3%)

​ทำให้รัฐบาลเหลือเม็ดเงินไปใช้พัฒนาประเทศเพียง 30% กว่าๆ เท่านั้น จึงจำเป็นต้องเร่งปรับลดงบประมาณด้านบุคลากรอย่างเร่งด่วน

2. มาตรการเด็ดขาด "ปรับลดและควบคุมกำลังคนภาครัฐ"

​ครม. เตรียมพิจารณามาตรการสำคัญ 3 ด้านหลัก เพื่อลดขนาดกำลังคนและเพิ่มประสิทธิภาพภาครัฐ ได้แก่

​(1) มาตรการตรึงอัตรากำลัง (Freeze)

​ชะลอการขอรับการจัดสรรอัตราข้าราชการตั้งใหม่ในทุกกรณี ให้ส่วนราชการบริหารจัดการอัตรากำลังที่มีอยู่ และบรรจุอัตราว่างเท่าที่จำเป็นจากผู้ที่สอบแข่งขันได้ขึ้นบัญชีไว้แล้วเท่านั้น

​หากส่วนราชการใดมีคำขอรับการจัดสรรอัตราข้าราชการตั้งใหม่ที่สำนักงาน ก.พ. แล้ว ให้ส่งคืนคำขอดังกล่าว เพื่อนำไปวางแผนปรับปรุงตำแหน่งในสายงานภารกิจสนับสนุน เกลี่ยอัตรากำลังไปใช้ในภารกิจเร่งด่วน นำเทคโนโลยีและ AI เข้ามาช่วยปฏิบัติงาน รวมถึงปรับรูปแบบการจ้างงานที่ยืดหยุ่นขึ้น (Rearrange) โดยไม่เพิ่มจำนวนหน่วยงานระดับกอง กรอบอัตรากำลัง และงบประมาณ

ช็อกข้าราชการ "ปกรณ์" จ่อชง "ครม." รื้อใหญ่กำลังคนภาครัฐ เช็ก 11 สายงานจะหายไป

​(2) มาตรการลดขนาดกำลังคนภาครัฐ (Downsizing)

​ยุบเลิกตำแหน่งว่าง (ไม่เบิกจ่ายงบ): ให้ อ.ก.พ. และกระทรวงพิจารณายบเลิกกรอบอัตราข้าราชการ ประเภทวิชาการ (ระดับปฏิบัติการ/ชำนาญการ) และประเภททั่วไป (ระดับปฏิบัติงาน/ชำนาญงาน) ที่ไม่มีการเบิกจ่ายงบประมาณ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 เป็นต้นไป (ยกเว้นที่มีการประกาศรับสมัครไว้แล้ว)

​ไม่ทดแทนอัตราเกษียณ: ให้ยุบเลิกตำแหน่งข้าราชการที่ว่างจากการเกษียณอายุราชการในปีงบประมาณ 2570 ที่เดิมเคยทดแทนด้วยการจ้างงานรูปแบบอื่น (พนักงานราชการ) ตามสัดส่วน 2566 - 2570 (ยกเว้นสายงานแพทย์ ทันตแพทย์ ของกระทรวงสาธารณสุข และเรือนจำ)

​ยุบเลิก 11 สายงานสนับสนุนที่ไม่จำเป็น

เมื่อผู้ดำรงตำแหน่งเกษียณอายุ ลาออก หรือเสียชีวิต ตั้งแต่งบประมาณ 2570 เป็นต้นไป จะยุบเลิกตำแหน่งในสายงานสนับสนุน ได้แก่

​เจ้าพนักงานธุรการ (เฉพาะราชการบริหารส่วนกลาง)​

เจ้าพนักงานเผยแพร่และประชาสัมพันธ์

​เจ้าพนักงานสื่อสาร

​เจ้าพนักงานโสตทัศนศึกษา

​เจ้าพนักงานห้องสมุด

 ​นายช่างขุดลอก

 ​นายช่างพิมพ์

นายช่างภาพ

​นายช่างศิลป์

​บรรณารักษ์ (ยกเว้นกรมศิลปากร) ​

ผู้ประกาศและรายงานข่าว

​เป้าหมายลดกำลังคน เพื่อให้อัตราตำแหน่งตามกรอบใน ปี 2569 ลดลงอย่างน้อย 15% ภายในปีงบประมาณ 2572

ช็อกข้าราชการ "ปกรณ์" จ่อชง "ครม." รื้อใหญ่กำลังคนภาครัฐ เช็ก 11 สายงานจะหายไป

3) มาตรการโครงสร้างส่วนราชการและการควบรวม

​ให้ทุกส่วนราชการทบทวนบทบาทภารกิจ ลดความซ้ำซ้อนของภารกิจ ทั้งในส่วนกลาง ภูมิภาค ท้องถิ่น และบูรณาการร่วมกับองค์การมหาชน รัฐวิสาหกิจ พร้อมนำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI มาใช้ทดแทนกำลังคน

​กรณีมีการยุบหน่วยงานหรือควบรวมหน่วยงาน ให้สำนักงาน ก.พ. ร่วมกำหนดกรอบอัตรากำลังใหม่ที่จำเป็น และให้ส่วนราชการจัดทำ แผนเปลี่ยนผ่านองค์กรและบุคลากร (Transitional Plan) ภายใน 3 เดือน

​อนุญาตให้นำงบประมาณที่ประหยัดได้จากการลดอัตรากำลัง (ไม่เกิน 1 ใน 3 ของงบที่ประหยัดได้) ไปกำหนดเป็น "ค่าตอบแทนพิเศษ" สำหรับบุคลากรที่มีผลสัมฤทธิ์การปฏิบัติงานดีเด่น

​3. มาตรการเสริมระยะยาว

​นอกจากนี้ สำนักงาน ก.พ. อยู่ระหว่างจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเพิ่มเติม ได้แก่ มาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนด, การชะลอการกำหนดตำแหน่งระดับสูงขึ้น, แนวทางการจ้างเหมาบริการ, การเพิ่มประสิทธิภาพด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล และการปฏิรูประบบเบี้ยหวัด บำเหน็จบำนาญ เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทประเทศที่เปลี่ยนไปอย่างยั่งยืน

ข่าวล่าสุด