ช่วงตี 5 กว่าๆ ที่เมืองโจวโข่ว มณฑลเหอหนาน ชายคนหนึ่งเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันและหมดสติอยู่ที่บ้าน ครอบครัวจึงรีบโทรเรียกรถพยาบาล
ทันทีที่ผู้ป่วยถูกนำขึ้นรถ ค่าความดัน ชีพจร ระดับออกซิเจนในเลือด รวมถึงข้อมูลหัวใจ ก็ถูกส่งผ่านเครือข่าย 5G ไปยังโรงพยาบาลแบบเรียลไทม์ พูดง่าย ๆ คือ ข้อมูลวิ่งไปก่อน คนไข้ และทีมรักษาจึงไม่ต้องเสียเวลาวิ่งเอกสาร
ระหว่างที่รถพยาบาลกำลังมุ่งหน้าไปโรงพยาบาล แพทย์ก็เห็นข้อมูลของผู้ป่วยแล้ว ทั้งประวัติการรักษา คลื่นไฟฟ้าหัวใจ และผลตรวจเบื้องต้น ทีมฉุกเฉิน ห้องสวนหัวใจ แผนกหัวใจ และแผนกรังสี จึงสามารถเตรียมพร้อมรอรับได้ทันที
-
โมเดลนี้เรียกว่า “ขึ้นรถ เท่ากับเข้าโรงพยาบาลแล้ว”
จากเดิม ผู้ป่วยและญาติต้องเสียเวลาไปกับการลงทะเบียน ตรวจซ้ำ และวิ่งประสานหลายแผนก ปัจจุบันข้อมูลทั้งหมดถูกเชื่อมเข้าหากัน และมีช่องทางฉุกเฉินที่ทำให้ทุกแผนกรับตรวจและรักษาได้ทันที
ผลลัพธ์คือ เวลาที่รถพยาบาลใช้เดินทางถึงจุดเกิดเหตุโดยเฉลี่ย ลดจาก 19 นาที เหลือ 14 นาที อัตราความพิการของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองลดจาก 38% เหลือ 33% ขณะที่อัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรุนแรงลดจาก 1.8% เหลือ 0.64%