นายสมคิด ระบุต่อว่า ต้องโทษการเมือง ที่พาประเทศไปไม่ถึงฝัน เห็นแล้วน่าเสียดาย วันนี้ (8ก.ย.) มีนายกรัฐมนตรี แต่คนไหนตัวจริงยังไม่รู้เลย ที่น่ากังวล คือ ต้องมีนายกฯตัวจริง เพื่อให้พาวเวอร์โฟกัสไปที่ผู้นำ ที่ต้องทุบโต๊ะบริหารจัดการงบประมาณ ถ้าไม่ช่วยต้องยุบสภาไปเลย
ขณะเดียวกัน ยังย้ำว่า ไม่ได้ต้องการตำแหน่งนายกฯ เพราะคนที่เข้าไป ต้องแบกรับปัญหาของประเทศ แต่อยากให้พรรคเข้าไปกอบกู้ และสร้างอนาคตของประเทศไทย และส่วนตัวพร้อมสนับสนุนพรรคในทุกบทบาทและทุกรูปแบบ แม้อายุจะมากแล้ว แต่ก็ยอมรับว่าการเมืองไม่ใช่เรื่องง่าย
"คนอย่างผมไม่มีใจบันดาลแรง แต่มีแรงบันดาลใจ ที่จะช่วยเหลือประเทศไทยสร้างอนาคตให้ประเทศ ไม่ใช่เพื่อตัวเอง ซึ่งสิ่งนี้มาจากความจริงใจ ไม่ต้องการแข่งขันหรือต่อล้อต่อเถียง คิดต่างได้แต่ต้องเคารพกัน"
นอกจากนี้ จะสนับสนุนพรรคสร้างอนาคตไทยภายใต้เงื่อนไข 3 ข้อ คือ ให้ประชาชนมีส่วนร่วมกำหนดวาระหรือการตัดสินใจทั้งในและนอกสภา รวมถึงเข้าไปกอบกู้ประเทศทั้งระยะสั้นและยาว และสภาฯ ต้องรื้อกฎหมายเก่าๆ ถ้าต้องการเปลี่ยนการเมือง ต้องเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่เปลี่ยนแต่กติกาการเลือกตั้ง แต่คือการเปลี่ยนแปลงให้เกิดการรีฟอร์มครั้งใหญ่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงหนึ่งนายสมคิดได้พูดถึงโครงการรับจำนำข้าว ที่ระบุว่า ความผิดไม่ได้อยู่ที่การจำนำแต่อยู่ที่การคอรัปชั่น
นายสมคิด ประกาศทิ้งท้าย ว่า วันนี้ตนไม่ได้เตรียมตัวมาพูด แต่พูดจากใจ อย่าพูดไปเรื่อยว่าสมคิดต้องเป็นนายกฯ เพราะการเป็นนายกฯ อยู่ที่ฟ้าลิขิต แต่ผมพร้อมจะเป็นผู้นำให้พวกคุณ ก่อนที่คนในงานตระโกนเชียร์ ว่า "สมคิด สมคิด สมคิด" พร้อมดันให้เป็นแคนดิเดตนายกฯ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศเป็นอย่างคึกคัก โดยว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เข้าร่วมจำนวนมาก มีการจัดโพเดียมปราศัย ไว้กลางห้อง รายล้อมด้วยว่าที่ผู้สมัครจากทุกภาค พร้อมป้ายเชียร์ เช่น "มือเศรษฐกิจขั้นเทพ" "เลือกสมคิด ชีวิตมีอนาคต" "จอมยุทธ์กวง"
นอกจากนี้ ยังมีการเปิดตัว "นายปองพล อดิเรกสาร" อดีตรองนายกรัฐมนตรี พร้อมบุตรชาย "นายปรพล อดิเรกสาร" อดีต ส.ส.สระบุรี และนายนวกิจ พลวิเศษ บุตรชาย นายภิรมย์ พลวิเศษ อดีต ส.ส.นครราชสีมา และอดีตแกนนำกลุ่มสามมิตรด้วย หลังได้ยื่นใบลาออกจากสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ เมื่อวันที่ 6 ก.ย. โดยทั้งหมดยื่นใบสมัครสมาชิกพรรคสร้างอนาคตไทยในวันนี้