เนชั่นทีวี

ข่าว

สงขลาผ่านเข้ารอบเอกสารมรดกโลก หลัง "นิพนธ์" ไฟเขียวงบศึกษาทำแผนเมื่อปี 59

28 ก.ค. 2569 | titayu_pur

สงขลาผ่านเข้ารอบเอกสารมรดกโลก หลัง "นิพนธ์" ไฟเขียวงบศึกษาทำแผนเมื่อปี 59

สงขลาผ่านเข้ารอบเอกสารมรดกโลก ยูเนสโกเตรียมลงพื้นที่ตรวจละเอียด 4 โซนเมืองเก่า นิพนธ์ บุญญามณี เผยเป็นคามสำเร็จ หลังเริ่มมีการอนุมัติงบเพื่อศึกษาความเป็นไปได้และทำแผนแม่บทเมื่อปี 59

สงขลาผ่านเข้ารอบเอกสารมรดกโลก ยูเนสโกเตรียมลงพื้นที่ตรวจละเอียด 4 โซนเมืองเก่า นิพนธ์ บุญญามณี เผยเป็นคามสำเร็จ หลังเริ่มมีการอนุมัติงบเพื่อศึกษาความเป็นไปได้และทำแผนแม่บทเมื่อปี 59

KEY

POINTS

  • ผ่านด่านแรกฉลุย: สงขลาผ่านรอบตรวจสอบเอกสารขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกแล้ว ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนรอผู้เชี่ยวชาญจากยูเนสโกตรวจเอกสารฉบับสมบูรณ์และเตรียมลงพื้นที่จริง
     
  • คุณค่าลุ่มทะเลสาบ 1,300 ปี: ยูเนสโกให้ความสนใจในฐานะ "ภูมิทัศน์วัฒนธรรมของชุมชนรอบทะเลสาบ" (Lagoon Settlements) ที่มีวิวัฒนาการเชื่อมโยง 4 พื้นที่ประวัติศาสตร์ ไม่ใช่เมืองเดี่ยวที่แยกจากกัน
     
  • เปิด 4 โซนยุทธศาสตร์: ครอบคลุมตั้งแต่จุดกำเนิดอารยธรรมพังยาง-สีหยัง-พะโคะ, มหานครสทิงพระ, เมืองท่าระดับโลกซิงกอร่าหัวเขาแดง จนถึงเมืองเก่าบ่อยางที่เป็นมรดกพหุวัฒนธรรมซึ่งยังมีชีวิต

28 กรกฎาคม 2569 นายนิพนธ์ บุญญามณี เผยความคืบหน้าล่าสุดว่า ยูเนสโก (UNESCO) ตอบรับพิจารณาเอกสารฉบับสมบูรณ์เพื่อดัน สงขลามรดกโลก แล้ว หลังผ่านการขึ้นบัญชีเบื้องต้น โดยผู้เชี่ยวชาญเตรียมลงพื้นที่จริงตรวจกลุ่ม เมืองเก่าสงขลา ทั้ง 4 โซนวัฒนธรรมรอบลุ่มทะเลสาบ ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,300 ปี เพื่อประเมินคุณค่าความโดดเด่นระดับสากล การขับเคลื่อน มรดกโลก ครั้งนี้มุ่งยกระดับพื้นที่สู่นิเวศวัฒนธรรมยั่งยืน ซึ่งจังหวัดได้ส่งหนังสือถึงกรมศิลปากรเร่งตรวจประเมิน ก่อนก้าวสู่การเป็น มรดกโลก แห่งใหม่


นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และอดีตนายก อบจ.สงขลา กล่าวถึงกรณีที่ นายหัวไทร คอลัมภ์นิสต์ชื่อดัง นำเสนอว่า สงขลาผ่านเข้ารอบตรวจสอบเอกสารขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกแล้ว ขณะนี้รอผู้เชี่ยวชาญจากยูเนสโก ตรวจสอบรายละเอียดเอกสารฉบับสมบูรณ์ และลงพื้นที่จริง โดยนายนิพนธ์ ระบุว่า เมื่อปี 2559 สมัยตนเป็นนายก อบจ.สงขลา ได้จัดสรรงบประมาณ 5 ล้านบาท เป็นเงินทุนเบื้องต้นให้ศึกษาความเป็นไปได้และทำแผนแม่บท ปัจจุบันสงขลาได้ขึ้นบัญชีเบื้องต้นของมรดกโลกแล้ว เมื่อเดือนกรกฎาคม 2567 ล่าสุดจังหวัดมีหนังสือถึงอธิบดีกรมศิลปากร พร้อมให้มาประเมินแล้ว 



นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และอดีตนายก อบจ.สงขลา

ทั้งนี้ THE STATES TIMES ได้มีการนำเสนอข้อมูลว่า
 

สำหรับ 4 พื้นที่ที่สงขลาเสนอขึ้นทะเบียนมรดกโลก ซึ่งประกอบด้วย
 

- เมืองโบราณพังยาง สีหยัง และพะโคะ

- เมืองโบราณสทิงพระ

- เมืองป้อมค่ายซิงกอร่า หัวเขาแดง และแหลมสน

- เมืองเก่าสงขลา (บ่อยาง)



เขตเมืองสงขลา

แต่ละจุดมีความสำคัญอย่างไรต่อความเป็นเมืองเก่าสงขลา
 

จากการสืบค้นเอกสารและสอบถามผู้เชี่ยวชาญ พบว่า 4 องค์ประกอบที่สงขลาเสนอขึ้นทะเบียนมรดกโลก ไม่ใช่ 4 เมืองที่แยกจากกัน แต่เป็นวิวัฒนาการของอารยธรรมเดียวกันที่ย้ายศูนย์กลางไปตามสภาพภูมิศาสตร์ ชุมชนเศรษฐกิจ และการค้าทางทะเลตลอดกว่า 1,300 ปี นี่คือเหตุผลสำคัญที่ UNESCO ให้ความสนใจ เพราะเป็น “ภูมิทัศน์วัฒนธรรมของชุมชนรอบทะเลสาบ” (Lagoon Settlements) มากกว่าเป็นเมืองเดี่ยว

 

1. เมืองโบราณพังยาง สีหยัง และพะโคะ เปรียบเสมือน “จุดกำเนิด” ของอารยธรรมลุ่มทะเลสาบสงขลา
 

- เป็นเมืองยุคแรก ราวพุทธศตวรรษที่ 12-15 (ประมาณ ค.ศ. 600-900)

- พบคูเมือง คันดิน ระบบคลอง และอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่

- พบโบราณวัตถุจากอินเดีย จีน และศรีวิชัย

- บริเวณเขาคูหาเป็นศูนย์กลางศาสนาฮินดูและพุทธมหายาน

 

อันเป็นหลักฐานว่า
 

- ทะเลสาบสงขลาเคยเป็น “ศูนย์กลางการค้า” มาก่อนอยุธยาหลายร้อยปี

- เป็นจุดเริ่มต้นของระบบบริหารจัดการน้ำแบบ “ราวา” และ “พัง” ที่ใช้ทั้งน้ำจืดและน้ำเค็มเพื่อการเกษตรและคมนาคม

- แสดงให้เห็นว่าชุมชนโบราณสามารถอยู่ร่วมกับทะเลสาบน้ำกร่อยได้อย่างชาญฉลาด

 

2. เมืองโบราณสทิงพระ ถือเป็นเมืองหลวงของคาบสมุทรสทิงพระ ช่วงที่อารยธรรมเติบโตเต็มที่ สิ่งที่โดดเด่นคือ

- ผังเมืองเป็นระบบ

- มีคูเมืองหลายชั้น

- มีคลองเชื่อมทะเลสาบกับทะเล

- เป็นศูนย์กลางศาสนา การค้า และการปกครอง

 

นักโบราณคดีมองว่าสทิงพระเป็น “มหานคร” ของลุ่มทะเลสาบในยุคนั้น เมืองแห่งนี้เชื่อมหลายประเทศผ่านเส้นทางการค้าทางทะเล สงขลาจึงเป็นเมืองท่าสำคัญทางใต้ ทั้งอินเดีย ศรีลังกา ชวา เขมร และจีน จึงพบศิลปกรรมหลากหลายวัฒนธรรมอยู่ร่วมกัน 


เมืองเก่าสงขลา

 

3. เมืองป้อมค่ายซิงกอร่า เขาแดง และแหลมสน จุดเปลี่ยนจาก “เมืองโบราณ” สู่ “เมืองการค้าระดับโลก” ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 17 เมื่อสุลต่านสุไลมานสร้างเมืองซิงกอร่า สิ่งที่ซ่อนอยู่คือ
 

- ป้อมปราการแบบผสมยุโรป

- เมืองท่ามุสลิมที่ค้าขายกับดัตช์ โปรตุเกส อังกฤษ และจีน

ความเป็นสงขลายังมีการค้นพบระบบป้องกันเมืองที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของภูมิภาค แสดงให้เห็นว่าสงขลาไม่ได้เป็นเพียงเมืองไทย แต่เคยเป็น “เมืองท่านานาชาติ” ที่เชื่อมโลกตะวันตกกับเอเชียตะวันออก


สงขลาผ่านเข้ารอบเอกสารมรดกโลก หลัง "นิพนธ์" ไฟเขียวงบศึกษาทำแผนเมื่อปี 59

 

4. เมืองเก่าสงขลา (บ่อยาง) ผลลัพธ์สุดท้ายของวิวัฒนาการกว่า 1,300 ปี เมืองสงขลาย้ายจากหัวเขาแดงมาตั้งหลักที่แหลมสนอ่อน เรียกว่า เมืองซิงกอร่า แต่ไม่นานก็ถูกทำลาย ศูนย์กลางเมืองจึงย้ายมายังฝั่งบ่อยาง สิ่งที่โดดเด่นคือ

- ผังเมืองยังใช้ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

- อาคารจีน โปรตุเกส มลายู และไทย อยู่ร่วมกัน

- ถนนนครนอก นครใน และนางงาม เป็นแกนหลักของเมือง ต่อมาเรียกกันว่า เมืองเก่าสงขลา

- มีศาลเจ้า มัสยิด วัด และชุมชนหลายเชื้อชาติอยู่ร่วมกัน 



สงขลาผ่านเข้ารอบเอกสารมรดกโลก หลัง "นิพนธ์" ไฟเขียวงบศึกษาทำแผนเมื่อปี 59

 

เมืองนี้สะท้อน “การอยู่ร่วมกันของหลายวัฒนธรรม” หรือพหุวัฒนธรรม ซึ่งยังมีชีวิต ไม่ใช่เมืองร้างเหมือนแหล่งโบราณคดีทั่วไป

 

จุดแข็งที่สุดของการเสนอขึ้นทะเบียนมรดกโลก คือ ทั้งสี่พื้นที่ไม่ใช่โบราณสถานที่โดดเดี่ยว แต่เป็นเรื่องราวเดียวกันของ “การย้ายศูนย์กลางเมือง” ตามการเปลี่ยนแปลงของภูมิประเทศ เศรษฐกิจ วิถีชุมชน และเส้นทางการค้า โดยมีทะเลสาบสงขลาเป็นแกนกลางของการดำรงชีวิตมาตลอดกว่า 1,300 ปี นี่คือคุณค่าที่ใช้สนับสนุนเกณฑ์มรดกโลกด้านการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม การพัฒนาเมือง และความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม 



สงขลาผ่านเข้ารอบเอกสารมรดกโลก หลัง "นิพนธ์" ไฟเขียวงบศึกษาทำแผนเมื่อปี 59

 

ข่าวล่าสุด