กอ.รมน.ภาค4 แจงแค่เชิญ 4 ตำรวจระแงะมาคุย โวยถูกปั่นรอยร้าว 2 หน่วยงาน
30 ก.ค. 2569 | titayu_pur

โฆษก กอ.รมน. ภาค 4 สน. แจงปมคุมตัว 4 นายสิบ สภ.ระแงะ ยันแค่เชิญคุย ไม่ใช่กักขัง โวยเพจโซเชียลพยายาม "ปั่น" สร้างรอยร้าว 2 หน่วยงาน
ข่าว
30 ก.ค. 2569 | titayu_pur

โฆษก กอ.รมน. ภาค 4 สน. แจงปมคุมตัว 4 นายสิบ สภ.ระแงะ ยันแค่เชิญคุย ไม่ใช่กักขัง โวยเพจโซเชียลพยายาม "ปั่น" สร้างรอยร้าว 2 หน่วยงาน
KEY
POINTS
30 กรกฎาคม 2569 กอ.รมน.ภาค 4 สน. ชี้แจงปมร้อนกระแสข่าว คุมตัวตำรวจ ชั้นประทวน 4 นายสังกัด สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส ช่วงคืนที่ผ่านมา เพื่อเร่งสอบถามข้อมูลเหตุความมั่นคงในพื้นที่ โดยยืนยันหนักแน่น "เป็นเพียงการเชิญตัวพูดคุยตามกระบวนการปกติ" ไม่ใช่การกักขังหรือบังคับใช้กฎหมายอย่างที่คิด พร้อมโต้เดือดเพจโซเชียล พยายามปั่นกระแสหวังสร้างรอยร้าว ทหารตำรวจ สวนทางวงในแฉข้าราชการตำรวจในพื้นที่ ที่สุดผวาหลังเจอคำสั่งด่วนสั่งปิดปากเงียบ
ล่าสุด พันเอก เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน. ภาค 4 สน.) ได้ยืนยันถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นว่า
เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ใช่การควบคุมตัว หรือการบังคับใช้กฎหมาย ในลักษณะจับกุมผู้ต้องสงสัย แต่เป็นเพียงการ "เชิญตัวมาพูดคุยและให้ข้อมูล" ตามกระบวนการปกติเท่านั้น
พันเอก เอกวริทธิ์ เปิดเผยว่า ตนรู้สึกเสียใจที่เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้น เนื่องจากเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจในพื้นที่ ได้ร่วมมือและช่วยเหลือกันปฏิบัติงานมาโดยตลอด โดยกระบวนการสอบถามข้อมูลในลักษณะนี้ เป็นเรื่องปกติเมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นในพื้นที่ ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์หรือบริเวณใกล้เคียง ก็ย่อมต้องมีการพูดคุยและซักถามเป็นธรรมดา
"ไม่ได้ควบคุมตัวอยู่แล้ว ไม่ได้ควบคุมตัวนะ แต่ว่าตำรวจเขาคุยกันเอง... ก็เชิญไปทุกคนแหละ ก็คุยกันปกติ แต่ว่าเพจเขาก็พยายามปั่น เหมือนเราก็ชาวบ้านธรรมดาที่อยู่ในเหตุการณ์ อยู่ในพื้นที่ ป้าคนโน้น ป้าคนนี้ ตำรวจก็เหมือนกัน จริงๆ แล้วตำรวจเขาก็พูดคุยกันเองแล้ว เขาก็ส่งอะไรมาให้ทหารรับทราบ ซึ่งเราก็ไม่ได้ติดใจอะไรทั้งสิ้น" รองโฆษก กอ.รมน. ภาค 4 สน. ระบุ
พันเอก เอกวริทธิ์ ย้ำด้วยว่า ตามที่ปรากฏในแถลงการณ์ของกองกำลังเฉพาะกิจนราธิวาส (ฉก.นราธิวาส) การดำเนินการดังกล่าว เป็นเพียงการเชิญบุคคลที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงเหตุการณ์มาให้ข้อมูล ลักษณะเดียวกับการเชิญผู้ใหญ่บ้านหรือชาวบ้านทั่วไป ไม่ใช่การควบคุมตัวเพื่อสอบสวน หรือบังคับใช้กฎหมาย กรณีมีพยานหลักฐานเชื่อมโยงว่า สนับสนุนการก่อเหตุ ซึ่งเป็นคนละเรื่องกันอย่างสิ้นเชิง พร้อมระบุว่าทางตำรวจได้ส่งข้อมูลมาชี้แจง และทำความเข้าใจกับทางทหารเรียบร้อยแล้ว
รองโฆษก กอ.รมน. ภาค 4 สน. ยังได้กล่าวตำหนิกระแสข่าวในสื่อสังคมออนไลน์และบางเพจ ที่พยายามนำเสนอข่าวในลักษณะที่สร้างความเข้าใจผิด และพยายามลดทอนความน่าเชื่อถือ การทำงานร่วมกันของหน่วยงานความมั่นคง โดยเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ในอดีต เช่น กรณีตำรวจจับทหารพราน ซึ่งมีการพยายามปั่นกระแส จนเกือบกลายเป็นความขัดแย้งระหว่างหน่วยงาน ก่อนที่จะต้องนำมาพูดคุยทำความเข้าใจกันจนยุติลงได้
"มันกลายเป็นว่า เหตุแนวร่วมมันเข้าไปปั่น ไปหาเรื่อง ไปโน่นนี่นั่น ซึ่งเขาก็พยายามจะทำให้เกิดปัญหาระหว่างหน่วยงาน... อันนี้มันมาทั้งสองฝั่งเลย ชาวบ้านทั่วไปไม่ได้รู้อะไรก็ไปผสมโรงจนทำให้เป็นปัญหา ทั้ง ๆ ที่หน่วยก็จบกันตั้งนานแล้ว มันเป็นเรื่องของตัวบุคคล เรื่องของหน่วยงานไม่มีอะไร กระบวนการทางกฎหมายเขาว่ากันไป" พันเอก เอกวริทธิ์ กล่าว
ท่ามกลางคำชี้แจงจากฝ่ายทหาร ในอีกด้านหนึ่ง มีรายงานจากเพื่อนข้าราชการตำรวจในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส เปิดเผยข้อมูลสอดคล้องกันว่า ภายหลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ข้าราชการตำรวจที่ถูกเชิญตัวไปนั้น ปัจจุบันถูกสั่งห้ามไม่ให้พูดหรือให้สัมภาษณ์ใด ๆ ทำให้ตัวผู้เกี่ยวข้องเองรู้สึกหวาดกลัวและไม่กล้าที่จะเปิดเผยข้อเท็จจริงต่อสาธารณะ