สำหรับ"ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์" ถือเป็นมือเศรษฐกิจแถวหน้าของประเทศไทย และได้เข้าร่วมงานการเมือง โดยได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีในหลายรัฐบาล ไม่ว่าเป็นอดีตรองนายกฯ และอดีตรมว.คลัง
โดยในยุครัฐบาล "พล.อ.ประยุทธ์" ได้เข้ามาร่วมงานตามการชักชวนของกลุ่ม สี่กุมาร จัดตั้งเป็นพรรคพลังประชารัฐ ก่อนที่จะลาออกและมาร่วมกับกลุ่มนายอุตตม สาวนายน นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ตั้งพรรคสร้างอนาคตไทย พร้อมกับเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคอีกด้วย
ส่องเส้นทางแวดวงการเมืองของ "ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์"
-เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (ดร.ทนง พิทยะ) กระทรวงการคลัง
-ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร) กระทรวงการต่างประเทศ
-ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี (พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร) ทำเนียบรัฐบาล
-ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (ศ.ดร.สม จาตุศรีพิทักษ์) กระทรวงพาณิชย์
-ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร
พ.ศ. 2544 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
พ.ศ. 2544 – 2545 รองนายกรัฐมนตรี
พ.ศ. 2545 – 2546 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
พ.ศ. 2546 – 2547 รองนายกรัฐมนตรี
พ.ศ. 2547 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
พ.ศ. 2548 รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
พ.ศ. 2548 รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
ในปี พ.ศ. 2557 "ดร.สมคิด" ออกจากถนนการเมือง รับตำแหน่งบริหารในองค์กรธุรกิจเอกชนหลายแห่ง ภายหลังการทำรัฐประหารรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2557
ต่อมา "พล.อ.ประยุทธ์" ได้แต่งตั้งให้ "ดร.สมคิด" เข้ารับหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจแก่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ท่ามกลางกระแสความขัดแย้งทางด้านแนวคิดและวิธีกระตุ้นเศรษฐกิจกับ "หม่อมราชวงศ์ปรีดิยาธร เทวกุล" รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ที่มี พล.อ. ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี
กระทั่ง ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2558 "พล.อ.ประยุทธ์" ได้ปรับครม.โดยให้หม่อมราชวงศ์ปรีดิยาธร พ้นจากตำแหน่งและแต่งตั้ง "ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์" เป็นรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ