"พูดง่ายๆ เราไม่สามารถเดินตัวเปล่าเข้าไปซื้อได้ และกองทัพอากาศเคยจัดซื้อในรูปแบบ FMS มาแล้ว คือ เครื่องบิน F-16 ซึ่งอยู่ยงคงกระพันใช้งานมาเกือบ 40 ปี และเป็นเครื่องบินรบหลักของกองทัพอากาศ ดังนั้น หากเครื่องบิน F-35 A ผ่านการอนุมัติ เราก็ใช้งานไปอีก 35-40 ปี เช่นกัน ขอย้ำว่า F-35 A เป็นเครื่องบินล้ำสมัย เต็มไปด้วยเทคโนโลยีที่เราไม่เคยมีมาก่อน ก็จะเกิดการศึกษาเรียนรู้ การถ่ายโอนเทคโนโลยีเพิ่มเติม ก็ถือว่าเป็นประโยชน์ในการพัฒนาคนและงาน รวมถึงความมั่นคงของชาติด้วย" ผบ.ทอ. ระบุ
นอกจากนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า คณะกมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 จะเล็งเห็นถึงองค์ประกอบที่สำคัญที่ได้ระบุมา และสนับสนุนโครงการสำคัญนี้ของกองทัพอากาศด้วย ขณะเดียวกัน อยากขอให้ประชาชนมีความเชื่อใจ ในความซื่อสัตย์ ซื่อตรง และกองทัพอากาศ ได้ทำตามภาระหน้าที่อย่างดีที่สุดแล้ว
เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรี ในฐานะรมว.กลาโหม ได้เห็นชอบในการจัดซื้อ F-35 A อย่างไร ผบ.ทอ. กล่าวว่า เรามีผู้บังคับบัญชาที่ดีมาก โดยได้พิจารณาไตร่ตรองอย่างรอบคอบ ในสภาวะเศรษฐกิจที่รุมเร้า แต่กองทัพอากาศได้ใช้งบประมาณของตัวเองในการจัดซื้อ ไม่ได้ขอเพิ่มจากที่รัฐบาลได้ตั้งกรอบเอาไว้ ส่วนที่จัดซื้อเพียง 2 เครื่อง และจะทยอยซื้อในระยะที่ 2 และ 3 เพิ่มเติม โดยใช้เวลา 10 ปี ซึ่งหากโครงการนี้ประสบความสำเร็จ ในปี 2575 กองทัพอากาศจะมีเครื่องบิน F-35 A ประจำการ จำนวน 12 เครื่อง และพร้อมที่จะปฏิบัติการรบในปี 2576 ภายหลังเตรียมการในทุกด้านเรียบร้อยแล้ว
ส่วนที่มองกันว่าการจัดซื้อเพียง 2 เครื่องน้อยเกินไปนั้น ซึ่งกองทัพได้ศึกษาจากกองทัพอากาศต่างประเทศ ซึ่งทยอยจัดซื้อเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นประเทศที่ร่ำรวย หรือปานกลาง ก็มีวิธีการจัดซื้อที่แตกต่างกันไป บางประเทศซื้อเพียง 1 เครื่อง หรือ 2 เครื่อง หรือ 4 เครื่อง และที่จัดซื้อครั้งเดียวครบฝูงมีน้อยมาก
ส่วนหากผ่านขั้นตอนสภาไทยแล้ว แนวโน้มที่จะผ่านสภาคองเกรสของสหรัฐฯ มีมากน้อยเพียงใดนั้น ผบ.ทอ. ยอมรับว่า มันเป็นเรื่องยาก และโอกาสที่จะได้ก็ยาก แต่ยังมีโอกาส สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ต้องได้รับการสนับสนุน เห็นพ้องต้องกัน เป็นหนึ่งเดียว เพราะโครงการนี้มีประโยชน์ ไม่มีสิ่งที่เป็นโทษ ไม่มีการทุจริต และไม่ได้ซื้อของไม่ดี และได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลและประชาชน ก็เชื่อว่าเปอร์เซ็นต์ความสำเร็จจะมีสูงอย่างมาก
เมื่อถามว่า ทางสหรัฐฯ มีเงื่อนไขหลายข้อที่จะขายเครื่องบิน F-35 A ให้แต่ละประเทศ ผบ.ทอ. กล่าวว่า คงต้องพิจารณาเป็นเรื่องๆไป ขณะนี้ดำเนินการมาครึ่งทางแล้ว ได้แก้ปัญหาอุปสรรคต่างๆ เป็นเรื่องๆ ไป เพราะในส่วนของกองทัพอากาศที่ดำเนินการได้เอง ทั้งการประสานขอความร่วมมือในระดับของกองทัพอากาศไทย และสหรัฐฯ ก็ได้รับความร่วมมือด้วยดี และเข้าใจความต้องการของกองทัพอากาศไทย โดยกองทัพอากาศสหรัฐฯ พร้อมที่จะสนับสนุน
เมื่อถามย้ำว่า มีเปอร์เซ็นต์สูงที่จะได้ใช่หรือไม่ พล.อ.อ.นภาเดช กล่าวว่า "เราก็หวังเช่นนั้น"
ถามย้ำว่า การซื้อเครื่องบิน F-35 A จะกลายเป็นภาระในเรื่องของงบประมาณ ที่อาจส่งผลกระทบถึงเครื่องบินรุ่นอื่น ที่อาจปลดประจำการ เช่น C-130 หรือไม่ ผบ.ทอ. กล่าวว่า ก็ต้องดูตามความจำเป็น เพราะกองทัพอากาศไม่มีเงินถุงเงินถัง ดังนั้น การพิจารณาซื้ออะไรสักอย่างต้องรอบคอบ เป็นการจัดซื้อเพื่อทดแทนเครื่องที่ปลดประจำการไป เพราะเครื่องเก่ามีค่าซ่อมบำรุงสูง หากตัดงบประมาณส่วนซ่อมบำรุง ก็สามารถนำมาใช้จ่ายในเครื่องบิน F-35 A ที่เป็นงบประมาณที่ต่ำกว่า ก็เหลือเงินไปสนับสนุนโครงการอื่นได้