ในเมื่อไม่คืนทางการก็เลยต้องจัดการอย่างจริงจัง ด้วยการเปิดเผยตัวตนของคนที่เอาเงินไป คือนายโช ทะกูจิ เพียงแต่ยังไม่เปิดเผยหน้าตา พร้อมระบุไทม์ไลน์ด้วยว่าเมื่อวันที่ 8 เมษายน ได้โทรศัพท์แจ้งให้นายโชทราบว่ามีการโอนเงินไปให้ นายโชรับรู้และบอกว่าจะคืนเงินให้ ต่อมาเจ้าหน้าที่กับชายโชได้ไปธนาคารด้วยกัน เพื่อให้นายโชโอนเงินคืนและมีการเซ็นสัญญาด้วย แต่พอไปถึงธนาคารนายโชกลับบอกว่ายังไม่พร้อมให้ส่งเอกสารไปที่บ้าน ซึ่งปรากฎว่านายโชเอาเงินทั้งหมดออกจากบัญชีเดิมและโยกไปเข้าธนาคารอื่นในเวลา 2 สัปดาห์ ต่อมาวันที่ 21 เมษายน เจ้าหน้าที่เดินทางไปทวงเงินถึงบ้าน แต่นายโชอ้างว่าใช้เงินไปหมดแล้ว ไม่มีเงินให้แต่จะยอมรับโทษตามกฎหมายและไม่หนีด้วย
เจ้าหน้าที่ตรวจพบว่านายโชแอบยักย้ายเอาเงินไปเข้าบัญชีอื่นในเวลา 2 สัปดาห์ และทางการกำลังดำเนินการอายัดบัญชี ส่วนนายโชที่บอกว่าจะไม่หนี ได้ลาออกจากงานและหนีหายไปอย่างไร้ร่องรอย เจ้าหน้าที่รัฐได้ฟ้องร้องทางแพ่งเรียกร้องเงินจากนายโช 48.2 ล้านเยน (13 ล้านบาท) บวกค่าดำเนินคดีด้วย ผู้เชี่ยวชาญระบุว่านายโชอาจแค่ได้รับโทษจำคุกหรือถูกปรับ แต่มีความเป็นไปได้ว่าจะไม่ได้เงินคืน จากการสืบทราบพบว่านายโชเพิ่งย้ายมาเมืองนี้ได้แค่ปีครึ่งโดยเช่าบ้านราคาถูกอยู่ ซึ่งน่าจะเป็นส่วนหนึ่งของโครงการเชิญชวนคนหนุ่มสาวจากเมืองอื่นไปอาศัยในเมืองต่าง ๆ ของ Akiya banks