นพ.ชลน่าน กล่าวด้วยว่า หากสภาผู้แทนราษฎรเอาจริงเอาจังไม่ต้องการให้รัฐบาลบริหารประเทศต่อ
ก็ไม่รับร่างกฎหมายงบประมาณร่ายจ่ายประจำปี 2566 รัฐบาลก็อยู่ไม่ได้ การอภิปรายไม่ไว้วางใจก็ไม่ต้องพูดถึง ซึ่งเชื่อว่าก็เป็นเหตุการณ์หนึ่งที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะหากมีเสียงจากพรรคร่วมรัฐบาลไม่รับร่างกฎหมายงบประมาณ นั่นหมายความว่ามีการตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวแล้ว ว่ารัฐบาลไปต่อไม่ได้
ก่อนจะสรุปทิ้งท้าย 3 ประเด็นใหญ่ ที่จะชี้ชะตาอนาคตของรัฐบาล 1.การพิจารณารับหลักการร่างกฏหมายงบประมาณปี 2566 2.การอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคการเมืองฝ่ายค้าน และ 3.การยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความวาระดำรงตำแหน่ง 8 ปีของนายกฯ
สำหรับการประสานเสียง ส.ส. ในสภาของพรรคร่วมรัฐบาลที่จะร่วมโหวตในทิศทางเดียวกับพรรคการเมืองฝ่ายค้านนั้น นพ.ชลน่าน คาดหวังว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะเป็นปัจจัยโน้มน้าวชักจูงให้ ส.ส.ราว 30 คน ลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาลหรือรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้ดำเนินการประสานพรรคการเมืองใด แต่หากมีความจำเป็นที่จะต้องทำเพื่อบ้านเมือง ก็ถือเป็นวิธีการที่ไม่ได้เสียหายอะไร ไม่ว่าจะพูดคุยกับพรรคเศรษฐกิจไทยหรือพรรคการเมืองใด