เนชั่นทีวี

ข่าว

ครม.ขยายอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ถึง 31 ส.ค. คืนสิทธิ์ 4 กลุ่ม

27 ก.ค. 2569 | titayu_pur

ครม.ขยายอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ถึง 31 ส.ค. คืนสิทธิ์ 4 กลุ่ม

ครม.ขยายเวลาอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ถึง 31 ส.ค. 2569 ที่อำเภอทั่วประเทศ พร้อมคืนสิทธิ์อัตโนมัติ 4 กลุ่ม (รถเก่า-บัญชีนิ่ง-วิสาหกิจชุมชน-สกร.) ประกาศผลและเริ่มใช้สิทธิ์พร้อมกัน 1 ต.ค. นี้

ครม.ขยายเวลาอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ถึง 31 ส.ค. 2569 ที่อำเภอทั่วประเทศ พร้อมคืนสิทธิ์อัตโนมัติ 4 กลุ่ม (รถเก่า-บัญชีนิ่ง-วิสาหกิจชุมชน-สกร.) ประกาศผลและเริ่มใช้สิทธิ์พร้อมกัน 1 ต.ค. นี้

KEY

POINTS

  • ครม. ขยายเวลาอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐถึง 31 ส.ค. 2569 และยื่นเอกสารได้ถึง 20 ก.ย. โดยผู้ถือบัตรเดิมใช้สิทธิ์ได้ถึง 30 กันยายน ก่อนเริ่มใช้สิทธิ์ใหม่พร้อมกัน 1 ต.ค. นี้
     
  • ปรับเกณฑ์คืนสิทธิ์อัตโนมัติในระบบให้ 4 กลุ่มที่ถูกตัดสิทธิ์ ได้แก่ ผู้ถือครองรถเก่าเกินอายุที่กำหนด, บัญชีแสดงยอดนิ่งไม่มีเคลื่อนไหว, ผู้มีชื่อในวิสาหกิจชุมชน และนักศึกษา สกร. ที่เรียนจริง
     
  • มหาดไทยสั่งตั้งศูนย์ One Stop Service ณ ที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ ประสานกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านช่วยตรวจสอบสิทธิ์และดึงข้อมูล ย้ำให้แจ้งตามจริง ไม่มีการตรวจสอบภาษีย้อนหลัง

27 กรกฎาคม 2569 คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้ขยายเวลาการยื่น อุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สำหรับผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ ไปจนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 นี้ ณ ที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ โดยกระทรวงการคลังเตรียมปรับเกณฑ์เยียวยาเพื่อ คืนสิทธิ์บัตรสวัสดิการ ให้กับประชาชน 4 กลุ่มใหญ่ ทั้งกรณีถือครองรถเก่า บัญชีเงินฝากนิ่ง วิสาหกิจชุมชน และกลุ่มนักเรียน สกร. เพื่อแก้ปัญหาระบบฐานข้อมูลไม่สอดคล้องความเป็นจริง ก่อนเตรียมประกาศรายชื่อผู้ได้รับสิทธิ์ บัตรคนจน รอบใหม่ และพร้อมเปิดให้เริ่มใช้สิทธิ์ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ พร้อมกันทั่วประเทศ 1 ตุลาคมนี้


นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี 27 ก.ค.69 ถึงการอัปเดตเกณฑ์ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หลังนายกรัฐมนตรีสั่งให้มีการทบทวนเกณฑ์ การให้สิทธิผู้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐใหม่ หลังพบเกณฑ์บางประเด็นไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ความเป็นจริง 



นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ขณะที่ นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ชี้แจงว่า คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบให้มีการเลื่อนกำหนดการอุทธรณ์ กรณีผู้ที่ไม่ได้รับสิทธิ จากเดิมวันที่ 31 กรกฎาคม เป็นวันที่ 31 สิงหาคม 2569 และยังขยายเวลาการยื่นเอกสารต่าง ๆ ได้จนถึงวันที่ 20 กันยายน 2569 รวมถึงกระทรวงการคลังได้ขอขยายการใช้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐสำหรับผู้ที่ถือบัตรเดิม ให้สามารถใช้สิทธิได้จนถึงวันที่ 30 กันยายนนี้ และจะมีการประกาศรายชื่อผู้ได้รับสิทธิใหม่ และเริ่มใช้งานพร้อมกันในวันที่ 1 ตุลาคม 2569
 



พร้อมชี้แจงถึงหลักเกณฑ์ที่มีการปรับใหม่ว่า เกณฑ์เดิมที่ใช้คัดกรองจะยังคงอยู่ แต่จะมีการปรับเกณฑ์ย่อยให้เหมาะสมกับความเป็นจริง โดยจำนวน 9,300,000 คนที่ถูกตัดสิทธิ จะถูกแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ไม่ผ่านการคัดกรองอย่างแน่นอน กลุ่มทบทวนสิทธิ และกลุ่มที่ถูกนำชื่อไปจดทะเบียนครอบครองทรัพย์สินอื่นรวมถึงเกณฑ์นักศึกษา ดังนั้น จึงต้องมีเกณฑ์คัดกรองใหม่ เช่น

 

- เกณฑ์ในการครอบครองหรือถือหุ้นบริษัท จะงดเว้นให้สำหรับวิสาหกิจเพื่อสังคม หรือวิสาหกิจชุมชน
 

- บัญชีหลักทรัพย์บางประเภท รัฐบาลจะคืนสิทธิให้สำหรับบัญชีที่ไม่มีความเคลื่อนไหว พร้อมแนะนำให้ปิดบัญชีในภายหลัง
 

- ประชาชนที่เรียนการศึกษานอกระบบ หรือ สกร. รัฐบาลจะทบทวนสิทธิให้กับผู้ที่เรียนจริง ส่วนผู้ที่ไม่ได้เรียนจริงหรือไม่ได้เรียนแล้วจะถูกพิจารณาว่าเป็นนอมินี
 

- การถือครองรถยนต์อายุเกิน 20 ปี หรือรถจักรยานยนต์อายุเกิน 15 ปี รัฐบาลจะคืนสิทธิให้

ปลัดกระทรวงการคลังยังย้ำว่า ประชาชนที่ติดปัญหาใน 4 เกณฑ์ดังกล่าวนี้ รัฐบาลจะทบทวนและพิจารณาคืนสิทธิให้แก่ประชาชนจากระบบ พร้อมย้ำขอให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการฯ ที่หลุดสิทธิ กดทบทวนสิทธิเพื่อให้ข้อมูลเป็นปัจจุบันที่สุด และแก้ปัญหาการถูกนำชื่อไปถือครองสิทธิในทรัพย์สินอื่น ซึ่งในระบบหลังบ้านจะมีกฎหมายดำเนินการต่อไป


พร้อมย้ำว่าข้อมูลต่าง ๆ จะถูกส่งไปยังหน่วยงานต้นสังกัดเพื่อปรับปรุงฐานข้อมูลให้เป็นปัจจุบันที่สุด ซึ่งหากข้อมูลอัปเดตแล้วได้รับสิทธิ รัฐจะประกาศรายชื่อและคืนสิทธิให้ประชาชน เพื่อเริ่มใช้สิทธิพร้อมกันตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป

 

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ชี้แจงเพิ่มเติมถึงการถือครองรถของประชาชนว่า คณะกรรมการประชารัฐได้กำหนดหลักเกณฑ์อายุรถยนต์ที่มีอายุเกิน 20 ปี หรือรถจักรยานยนต์อายุเกิน 15 ปีที่มีมูลค่าไม่สูง โดยยกเว้นรถคลาสสิกทุกประเภท ซึ่งกรมการขนส่งทางบกจะคัดกรองและถอนบัญชีให้ โดยประชาชนไม่จำเป็นต้องยื่นอุทธรณ์ ยกเว้นรถอื่น ๆ เช่น อายุไม่ถึงเกณฑ์ 15 หรือ 20 ปี หรือรถที่ประชาชนไม่ได้ใช้แล้วแต่ยังไม่ได้แจ้งยกเลิก ซึ่งประชาชนจะต้องไปดำเนินการยกเลิกก่อน แล้วจึงแจ้งผ่านศูนย์บริการวันสต็อปเซอร์วิส (One Stop Service) ณ ที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศที่กระทรวงมหาดไทยจัดตั้งขึ้น

 

นายวินัย โตเจริญ รองอธิบดีกรมการปกครอง ชี้แจงว่า ผู้ลงทะเบียนสามารถตรวจสอบสิทธิได้ตามช่องทางต่าง ๆ พร้อมย้ำให้จังหวัดและอำเภอเร่งประชาสัมพันธ์ในวงกว้าง นอกจากนี้ยังได้แจ้งให้นายอำเภอทั่วประเทศจัดตั้งศูนย์ประสานงานเพื่อสนับสนุนโครงการในลักษณะศูนย์บริการวันสต็อปเซอร์วิส (One Stop Service) เพื่อให้บริการประชาชน โดยประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ธนาคารกรุงไทย เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ทั้งในการยืนยันตัวตนและกลุ่มที่ขอทบทวนสิทธิ พร้อมขอความร่วมมือให้กำนันผู้ใหญ่บ้านได้รับทราบและร่วมสนับสนุนการดำเนินงานด้วย

 

รองอธิบดีกรมการปกครองระบุเพิ่มเติมว่า ในกลุ่มผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์จำนวน 9,300,000 คน ขณะนี้มีประชาชนมายื่นขอทบทวนสิทธิแล้ว 3,800,000 คน และยังไม่ได้ยื่นทบทวนสิทธิอีกราว 5,400,000 คน ซึ่งการตรวจสอบสิทธิในระดับอำเภอนั้น กระทรวงมหาดไทยได้มอบหมายให้กำนันและผู้ใหญ่บ้านไปรับข้อมูลเพื่อนำมายื่น ณ ที่ว่าการอำเภอ เพื่อตรวจสอบสิทธิผ่านศูนย์วันสต็อปเซอร์วิส (One Stop Service) ร่วมกับสำนักงานสรรพากรพื้นที่ สำนักงานที่ดินสาขา และสำนักงานขนส่งสาขาในพื้นที่ ส่วนการตรวจสอบสิทธิในระดับจังหวัด อำเภอจะนำข้อมูลส่งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อทบทวนสิทธิต่อไป เช่น การถือครองกรมธรรม์ประกันภัย เป็นต้น

 

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง ชี้แจงถึงการครอบครองรถของประชาชนเพิ่มเติมว่า สำหรับรถที่ไม่ได้ใช้งานหรือสูญหาย ประชาชนจะต้องมาแจ้ง ณ ศูนย์วันสต็อปเซอร์วิส (One Stop Service) ส่วนกลุ่มนักศึกษา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งประมวลผลข้อมูลเพื่อส่งต่อมายังกระทรวงการคลัง


พร้อมย้ำว่า หากประชาชนยังไม่มั่นใจก็สามารถกดทบทวนสิทธิได้ เนื่องจากบางครั้งอาจเกิดการอ้างชื่อหรือชื่อซ้ำซ้อน จนทำให้เกิดความผิดพลาดทางทะเบียน จึงขอให้ประชาชนร่วมปกป้องสิทธิของตนเอง  และไม่ต้องกังวลว่าหากไม่เคยได้รับเงินแต่เหตุใดจึงมีชื่อปรากฏ โดยขอให้ประชาชนให้ข้อมูลที่เป็นจริงกับเจ้าหน้าที่ และไม่ต้องกังวลว่าจะถูกตรวจสอบภาษีย้อนหลัง ซึ่งหากประชาชนไม่เคยทราบเรื่องมาก่อนก็ขอให้ระบุข้อมูลตามความเป็นจริง โดยขณะนี้ทุกหน่วยงานกำลังเร่งประมวลผลข้อมูลดังกล่าว 


ทั้งนี้ ผู้ที่ได้รับการคืนคุณสมบัติ ก็ยังคงต้องได้รับการพิจารณาตามหลักเกณฑ์คุณสมบัติอื่น ๆ ประกอบด้วย เช่น หากได้รับคืนสิทธิในเกณฑ์การถือครองรถแล้ว ก็ยังต้องพิจารณาเกณฑ์อื่น ๆ ต่อไปว่าเข้าข่ายและมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กำหนดไว้หรือไม่

ข่าวล่าสุด