"อนุทิน" ย้ำชัดยังไม่ประกาศโควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่น เป็นเพียงกำหนดแนวทางบริหารจัดการโควิด เพื่อให้ประเทศเดินหน้า ย้ำการรักษา ฉีดวัคซีน คัดกรองโรค เป็นไปตามสิทธิ์

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

     วันนี้ (28 ม.ค.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงกรณีที่กระทรวงสาธารณสุขเตรียมประกาศให้โควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่นแทนโรคระบาด ว่า จะต้องมีการประเมินสถานการณ์ก่อนจะประกาศ โดยจะประเมินครั้งแรกในเดือน ก.พ. นี้ก่อน จากหลักเกณฑ์คือ อาการของผู้ติดเชื้อ การเข้าโรงพยาบาล และอัตราการเสียชีวิต ปัจจัยสำคัญคือต้อง ลดความรุนแรงของโรค ให้ประชาชนสามารถอยู่กับโรคนี้ได้เหมือนโรคประจำถิ่นอื่นๆ เช่น ไข้หวัดใหญ่ ไข้เลือดออก 

 

     ส่วนความสำคัญของการประกาศให้โควิดเป็นโรคประจำถิ่น ก็เพื่อให้ประเทศสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะปกติ แต่ประชาชนก็ยังต้องต้องปฏิบัติตัวตามาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด 
ขณะที่สถานการณ์ผู้ติดเชื้อปัจจุบัน ผู้ติดเชื้อคงที่ โดยผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ไม่ใช่จากคลัสเตอร์ปีใหม่แล้ว แต่เกิดจากการพฤติกรรมส่วนบุคคล และการเคลื่อนที่ ยืนยันมีเตียงรักษาเพียงพอ โดยเฉพาะผู้ป่วยหนัก รวมถึงมียารักษา และวัคซีนด้วยเช่นกัน ที่สำคัญต้นเดือน ก.พ. นี้ จะมีการฉีดวัคซีนในเด็กอายุ 5 - 11 ปี ซึ่งอาจจะทำให้จำนวนการแพร่ระบาดลดลงได้ เนื่องจากเด็กนำเชื้อไปสู่คนในครอบครัวได้ แต่หากดูอัตราการเสียชีวิตในประเทศขณะนี้ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม 608 ที่ยังไม่เคยรับวัคซีน 

 

     ส่วนกรณีที่ อัตราการฉีดวัคซีนเข็ม 3 น้อยอยู่ที่ 20 เปอร์เซนต์ นายอนุทิน อธิบายว่า เพราะวัคซีนเข็ม 3 จะเป็นการฉีดตามรอบระยะเวลา ไม่เหมือนวัคซีนเข็มที่ 1 ซึ่งหากมีการฉีดต่อเนื่องสัดส่วนก็จะค่อยๆ เพิ่มขึ้น 
 

 

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข

     นายอนุทิน กล่าวถึงกรณีที่การประหารือในประเด็นโควิดฟรีคันทรีว่า โควิดฟรีคันทรีจะเป็นประเทศที่ปลอดโควิด หรือเป็นพื้นที่ควบคุมโควิดได้อย่างดี ซึ่งปัจจัยที่จะทำให้ปลอดโควิดได้ คือ การฉีดวัคซีน มียาเวชภัณฑ์รองรับผู้ป่วย ประชาชนให้ความร่วมมือ แต่ไม่ได้หมายถึงว่าไม่มีโควิด แต่หมายถึงเชื้อโควิดทำอะไรเราไม่ได้ ซึ่งไทยกำลังจะทำให้เป็นเมืองโควิดฟรีคันทรี ซึ่งส่วนตัวมองว่า อัตราการเสียชีวิตต้องเป็นศูนย์ ซึ่งประเทศไทยเคยทำได้ แต่ว่าประชาชนก็ต้องให้ความร่วมมือ โดยการกดตัวเลขผู้เสียชีวิตให้ได้ ก็ต้องไปดูข้อมูลเชิงลึกว่า มีปัจจัยเสี่ยงเสียชีวิต เช่น โรคประจำตัว การรับวัคซีน แต่หากบุคคลนั้นปฏิบัติตัวตามมาตรการสาธารณสุขทุกอย่าง แต่กลับเสียชีวิต ก็ถือว่า เป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องเข้าไปดูข้อมูล 

 

อนุทิน ย้ำ สธ. ยังไม่ให้โควิดเป็นโรคประจำถิ่น เพียงแค่แนวทางบริหารจัดการ
 

     ขณะที่นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า ขณะนี้ไทยยังไม่ได้ประกาศให้โรคโควิดเป็นโรคประจำถิ่น แต่เป็นเพียงการประกาศแนวทาง หรือ โรดแมป เพื่อทำแผน 2 ระยะ ระยะที่ 1 6 เดือน และระยะที่ 2 - 6 เดือน หากระหว่างนี้ไม่มีการระบาดของเชื้อกลายพันธุ์ที่รุนแรงกว่านี้ คาดว่า ภายใน 6 เดือนจะพยายามทำให้ได้ตามแผนที่วางไว้ เช่น การเร่งฉีดวัคซีน มาตรการควบคุมโรค รวมถึงข้อกฎหมายที่สอดคล้องกับการโควิด รวมถึงการจัดทำแผนรักษาพยาบาล 

 

     ส่วนที่หลายฝ่ายกังวลว่า หากประกาศให้โควิดเป็นโรคประจำถิ่น จะไม่ครอบคลุมการรักษา การฉีดวัคซีน และการตรวจคัดกรอง ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ยืนยัน ไม่มีผลกระทบ การรักษาก็ให้เป็นไปตามสิทธิ์ 30 บาท ประกันสังคม ข้าราชการ หรือในกรณีแรงงานข้ามชาติ ที่ไม่สิทธิ์ก็จะรักษาให้เหมือนที่ผ่านมา ซึ่งมีการเบิกจ่ายงบประมาณรักษาเฉพาะกลุ่มแรงงานข้ามชาติไปแล้วกว่า 4,000 ล้านบาท 
ขณะที่การรับวัคซีนโควิดในอนาคต รัฐยังคงเป็นผู้จัดการ และสนับสนุนวัคซีนในระยะแรก 2 - 3 ปี นี้เหมือนเดิม รวมไปถึงค่าชดเชยหากได้รับผลกระทบจากการฉีดวัคซีนด้วย 
 

 

นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข