เนชั่นทีวี

Exclusive

ศึกนายก อบจ.ร้อยเอ็ด “เศกสิทธิ์” แดงดวลบ้านใหญ่ “พลซื่อ” เขียวกล้าธรรม

15 มิ.ย. 2569 | ขุนน้ำหมึก

ศึกนายก อบจ.ร้อยเอ็ด “เศกสิทธิ์” แดงดวลบ้านใหญ่ “พลซื่อ” เขียวกล้าธรรม

สังเวียนกู้หน้าเพื่อไทย “เศกสิทธิ์” ชิงลานายก อบจ.ร้อยเอ็ด จับตาตระกูล “พลซื่อ” รอฤกษ์ยามก่อนลุยสางแค้น

15 มิถุนายน 2569 ศึกกู้หน้าเพื่อไทย เศกสิทธิ์ ชิงลานายก อบจ.ร้อยเอ็ดก่อนครบวาระ จับตาตระกูลพลซื่อ รอฤกษ์ยามก่อนลุยสางแค้น

 

แนะนำตัวแล้ว ณัฐธิดา พลซื่อ ทายาทบ้านใหญ่พลซื่อ คู่ต่อกรค่ายแดง สู้เดือดทั้งสนามท้องถิ่น และสังเวียน สส.ร้อยเอ็ด 

 

หลายคนอาจไม่คาดคิดว่า จะมีการเลือกตั้งนายก อบจ.ร้อยเอ็ด ในวันอาทิตย์ที่ 26 ก.ค.2569 หลังเห็นภาพข่าว “นายกฯเอ” หรือ “เศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์” อดีตนายก อบจ.ร้อยเอ็ด เดินทางไปสมัครรับเลือกตั้ง พร้อมกองเชียร์ สส.และอดีต สส.เพื่อไทยมากกว่า 10 คน 

 

สำหรับคนเมืองหอโหวด 101 ได้ทราบข่าว “เศกสิทธิ์” ยื่นใบลาออกจากนายก อบจ.ร้อยเอ็ด ตั้งแต่ 29 พ.ค.2569 ซึ่งจริงๆแล้ว วาระการดำรงตำแหน่งจะสิ้นสุดลงในวันที่ 24 ก.ย.2569

 

คู่แข่งของเศกสิทธิ์ที่เปิดตัวผ่านสื่อโซเชียลไปแล้วคือ “อ.แนน” หรือ “ณัฐธิดา พลซื่อ” อดีตรองคณบดีวิทยาลัยนานาชาติ ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ สังกัดพรรคกล้าธรรม 

 

หากเป็นไปตามนี้ ศึกนายก อบจ.ร้อยเอ็ดรอบนี้ ก็เหมือนการล้างตาระหว่าง “ค่ายเสื้อแดง” กับตระกูล “พลซื่อ” (เสื้อเขียว)

อีกด้านหนึ่ง สมรภูมิท้องถิ่นเมืองหอโหวด จะเป็นการกู้หน้าของพรรคเพื่อไทย เนื่องจากผลการเลือกตั้ง สส.ร้อยเอ็ด ทั้ง 8 เขตเมื่อต้นปี 2560 เพื่อไทยได้ 4 ที่นั่ง กล้าธรรม 2 ภูมิใจไทยกับไทยสร้างชาติ พรรคละ 1 ที่นั่ง

 

น่าจะเป็นครั้งแรกในรอบ 2 ทศวรรษที่พรรคของทักษิณ ได้เก้าอี้ สส. 4 ที่นั่ง เพราะก่อนหน้านั้น มักจะชนะยกจังหวัด หรือไม่ก็เหลือ 1 ที่นั่งสำหรับตระกูลจุรีมาศ

 

เหนืออื่นใด สังเวียนเขต 2 ,3 และ 4 เป็นการต่อสู้ระหว่าง “เพื่อไทย” กับตระกูล “พลซื่อ” ในสีเสื้อกล้าธรรม

 

เขต 2 “นาว” เอกรัฐ พลซื่อ ลูกชาย เอกภาพ-รัชนี ชนะ ฉลาด ขามช่วง อดีต สส.ร้อยเอ็ด 9 สมัย และอดีตรองประธานสภาฯ 

 

เขต 3 รัชนี พลซื่อ แชมป์เก่าชนะ แทนรัฐ สุจารี ลูกชาย นิรมิตร สุจารี อดีต สส.ร้อยเอ็ด 

 

เขต 4 “ผู้ว่าฯจ่อย” ศุภศิษย์ กอเจริญยศ อดีตผู้ว่าฯร้อยเอ็ด เฉือนชนะ นีโอ พลซื่อ ลูกชายคนเล็กของเอกภาพ-รัชนี

 

ที่น่าสนใจเขต 4 อ.ทุ่งเขาหลวง อ.ธวัชบุรี อ.โพนทอง และ อ.เสลภูมิ ค่ายเสื้อแดงมอบให้ “เศกสิทธิ์” เป็นพี่เลี้ยงผู้ว่าฯจ่อย เพราะเขตนี้เป็นฐานเสียงตระกูล “ไวนิยมพงศ์” 

 

ตระกูล “พลซื่อ” กลายเป็นพยัคฆ์ติดปีก เมื่อได้รับการสนับสนุนจาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ผู้นำพรรคสีเขียว จึงคว้าเก้าอี้ สส.ร้อยเอ็ด 2 ที่นั่ง

ปลุกฟื้นพลังเสื้อแดง

 

 

ย้อนไปเมื่อเลือกตั้งนายก อบจ.ร้อยเอ็ด วันอาทิตย์ที่ 25 ก.ย. 2565 ปรากฏว่า เศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ พรรคเพื่อไทย ได้รับชัยชนะด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น เอาชนะทั้ง รัชนี พลซื่อ และ จุรีพร สินธุไพร

 

สาเหตุที่มีการเลือกตั้งนายก อบจ.ร้อยเอ็ด หนนั้น เพราะ เอกภาพ พลซื่อ นายก อบจ.ร้อยเอ็ด โดนใบแดงและถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 10 ปี

 

ระหว่างการหาเสียง อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร ในฐานะหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย เดินทางไปหาเสียงช่วย เศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ ที่ร้อยเอ็ดในช่วงโค้งสุดท้าย 

 

มังกร ยนต์ตระกูล อดีตนายก อบจ.ร้อยเอ็ด ได้ขึ้นเวทีสนับสนุนเสี่ยเอ-เศกสิทธิ์ สยบข่าวลือน้องเขย-มังกรลอยแพพี่เขย-เศกสิทธิ์

 

เส้นทางการเมืองของ เศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ ลูกชาย “เสี่ยอู๊ด” พรศักดิ์ ไวนิยมพงศ์ บ้านใหญ่ อ.ธวัชบุรี แจ้งเกิดเป็น สส.สมัยแรก สังกัดพรรคความหวังใหม่ เมื่อเลือกตั้ง 22 มี.ค.2535

 

นับตั้งแต่ปี 2544 เสี่ยเอย้ายจากความหวังใหม่ไปไทยรักไทย และอยู่ในพรรคเครือข่ายทักษิณ ทั้งพลังประชาชน และเพื่อไทย

  

 

แชมป์เก่า เสี่ยเอ บ้านใหญ่ อ.ธวัชบุรี ค่ายเพื่อไทย

 

บ้านใหญ่ตระกูลพลซื่อ

 

 

“เอกภาพ พลซื่อ” ยืนอยู่บนถนนการเมืองมายาวนานกว่า 3 ทศวรรษ โดยมีฐานเสียงอยู่ใน อ.เมยวดี และ อ.โพนทอง เริ่มจากเป็น สส.ร้อยเอ็ด พรรคเอกภาพ ก่อนจะย้ายไปพรรคเสรีธรรม 

 

ยุคพรรคไทยรักไทยเฟื่องฟู “เอกภาพ” เป็นมือขวาของ พินิจ จารุสมบัติ แกนนำซุ้มวังพญานาค 

 

รัชนี พลซื่อ เคยเป็นนายก อบจ.ร้อยเอ็ด ปี 2547 กลุ่มวังพญานาค และปี 2563 เอกภาพ พลซื่อ ชนะ มังกร ยนต์ตระกูล ได้นั่งเก้าอี้นายก อบจ.ร้อยเอ็ด ก่อนที่ กกต.จะแจกใบแดง 

 

“เอกภาพ” จึงส่งภรรยา รัชนี พลซื่อ อดีตนายก อบจ.ร้อยเอ็ด ลงสมัครทวงแชมป์คืน แต่ก็พ่ายกระแสเสื้อแดง

 

อนึ่ง เอกภาพ-รัชนี พลซื่อ มีทายาททั้งหมด 4 คนคือ ณัฐสุดา พลซื่อ ณัฐธิดา พลซื่อ เอกรัฐ พลซื่อ และนีโอ พลซื่อ

 

 

ทายาทบ้านใหญ่ตระกูลพลซื่อ

 

ข่าวล่าสุด