เนชั่นทีวี

ข่าว

"ยานนาวา" เดือด "ทีมชัชชาติ" แตกหน่อสมัคร"ส.ก." ผู้คว้าชัยเพียงหนึ่งเดียว

15 มิ.ย. 2569 | thamsathit_pol

"ยานนาวา" เดือด "ทีมชัชชาติ" แตกหน่อสมัคร"ส.ก." ผู้คว้าชัยเพียงหนึ่งเดียว

"ศึกเลือกตั้งผู้ว่า กทม. - ส.ก." เจาะสมรภูมิเลือกตั้งส.ก.เขตยานนาวา พื้นที่ตัวตึงขนานแท้ พาเหรดลงสมัครถึง 9 ราย แต่ผู้คว้าชัยมีเพียงหนึ่งเดียว

15 มิถุนายน 2569 "เนชั่นทีวี" ร่วมกับ "สถาบันพระปกเกล้า"  ยังคงติดตามความเคลื่อนไหวการหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. ที่เดินทางมาถึงครึ่งทางแล้ว​  แต่ที่ต้องบอกว่า "เดือด" และเข้มข้นไม่แพ้เวทีผู้ว่าฯ ก็คือศึกชิงเก้าอี้สมาชิก สภา กรุงเทพมหานคร หรือ ส.ก. โดยเฉพาะที่ "เขตยานนาวา" ที่ถูกขนานนามว่า "โคตรตึง" เพราะมีผู้สมัครตบเท้าเข้าชิงชัยมากถึง 9 คน! มีทั้งแชมป์เก่าและบิ๊กเนมจากพรรคใหญ่

​แต่ท่ามกลางสงครามตัวแทนพรรค มีผู้สมัครรายหนึ่งที่ประกาศตัวเป็น "อิสระของแท้" ไม่มีกลุ่ม ไม่มีพรรคหนุนหลัง มุ่งหน้าขอคะแนนจากชาวบ้านตรงๆ นั่นคือ “วิทยา ดอกกลาง” ชื่อเล่น "หมู" ในแวดวงสื่อโซเชียลให้ฉายาว่า “แอดมินหมู” อดีตทีมงานเบื้องหลังของอาจารย์ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ที่วันนี้ขอสลัดฉากหลัง ก้าวมาอยู่เบื้องหน้าเพื่ออาสารับใช้คนยานนาวา

ในงานเวทีประชันวิสัยทัศน์ ส.ก. ที่เนชั่นทีวีร่วมกับสถาบันพระปกเกล้า จัดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่12 มิถุนายนที่ ผ่านมา. เนชั่นทีวีได้มีโอกาสเปิดใจ"แอดมินหมู-วิทยา ดอกกลาง" ถึงการตัดสินใจลงสู้ศึกในนามอิสระเพียวๆ ในครั้งนี้

“แอดมินหมู” เปิดเผยว่า ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยดูเรื่องการสื่อสารให้อาจารย์ชัชชาติมาโดยตลอด เห็นปัญหา กทม. ผ่าน "มุมมองจากแผ่นหลัง" ของอาจารย์ชัชชาติ แต่อำนาจการสื่อสารอาจไม่เพียงพอ วันนี้จึงขอใช้อำนาจหน้าที่ของ ส.ก. เข้ามาแก้ปัญหาให้ประชาชนอย่างแท้จริง

“วิทยา ดอกกลาง” ชื่อเล่น "หมู"  ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ก. เขตยานนาวา ในสามอิสระ

​พร้อมย้ำชัด... การลงสมัครครั้งนี้ เป็นการพูดคุยส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับการเมือง และไม่มีใครมาครอบงำการบริหารได้อย่างแน่นอน

​"มีการพูดคุยกันแต่ไม่ได้คุยกันเรื่องการเมืองเลย การลงครั้งนี้เป็นอิสระแน่นอน แล้วก็ไม่มีใครมาครอบในเรื่องของอำนาจการบริหารของเราได้ ก็ขออนุญาตเป็นคนที่มีเจ้าของคือประชาชนเป็นหลัก"

 

เมื่อถามถึงกลยุทธ์การเอาชนะในเขตที่ถูกมองว่า "โคตรตึง" เพราะมีผู้แข่งถึง 9 คน "วิทยา" มองว่า ยิ่งคู่แข่งเยอะ ประชาชนยิ่งได้ประโยชน์ และนี่คือเวทีที่ทุกคนต้องแข่งกันทำความดี ส่วนจุดแข็งของตัวเอง คือการเป็นคนพื้นที่ดั้งเดิมอยู่มานานกว่า 30 ปี และมีประสบการณ์ทำงานเบื้องหลังพัฒนาเมืองมาตลอด 4 ปี แม้จะสารภาพว่าตัวเองอาจจะ "หาเสียงไม่เก่ง" แต่เชื่อมั่นว่า "ทำงานเก่ง" แน่นอน

​"บางทีเราอาจจะมีวิธีหาเสียงได้ไม่เก่ง ชาวบ้านหลายคนอาจจะยังไม่ได้รู้จักเรา... เราอาจจะหาเสียงไม่เก่งแต่เราคิดว่าเราเป็นคนที่ทำงานได้กับทุกคนแล้วก็ทำงานเก่งกับประชาชน ดังนั้นหมูก็แค่บอกสิ่งที่หมูทำมาที่ผ่านมา นั่นคือจุดแข็งของหมูที่จะสู้คนอื่นได้คือการทำงาน"

ในช่วงท้าย "วิทยา ดอกกลาง" ยังได้ฝากข้อคิดไปถึงผู้สมัครทุกคน โดยรณรงค์ให้สมรภูมิยานนาวาเป็นการเมืองระบอบใหม่ที่ "ใสสะอาด" เลิกใช้วิธีสกปรกแอบแนบเงินในใบปลิว เพื่อให้ก้าวแรกของการเมืองยุคใหม่เริ่มต้นด้วยความถูกต้อง และพร้อมจะจับมือกับทุกฝ่ายเพื่อพัฒนาเมืองร่วมกันหลังรู้ผลแพ้ชนะ

สำหรับมุมมองของ "วิทยา ดอกกลาง" อีกหนึ่งทางเลือกในนามอิสระของเขตยานนาวา ท่ามกลางคู่แข่งถึง 9 คน สุดท้ายแล้วชาวยานนาวาจะเลือกใครให้เข้าไปนั่งในสภากทม. วันเลือกตั้งคือคำตอบ

“วิทยา ดอกกลาง” ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ก. เขตยานนาวา

สแกนสนามเลือกตั้งสก.ยานนาวา โคตรตึงเพราะอะไร

สมรภูมิเลือกตั้ง ส.ก. เขตยานนาวา ในรอบนี้ถูกจำกัดความว่าเป็นพื้นที่ "โคตรตึง" อย่างแท้จริง ด้วยจำนวนผู้สมัครที่มากถึง 9 คน ซึ่งเป็นการปะทะกันระหว่าง "ฐานเสียงจัดตั้งเดิมของพรรคใหญ่" กับ "กระแสคนรุ่นใหม่" และ "ผู้สมัครอิสระที่ชูเรื่องการทำงานพื้นที่"

 เปิดโผผู้สมัคร ส.ก. เขตยานนาวา

​จากการรวบรวมข้อมูลผู้สมัครในพื้นที่เขตยานนาวา มีกลุ่มบิ๊กเนมและผู้สมัครที่น่าจับตามองซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ขั้วหลัก ดังนี้

1. ขั้วแชมป์เก่าและพรรคใหญ่ (ฐานเสียงดั้งเดิม)

​นายพุทธิพัชร์ ธันยาธรรมนนท์ (ลงสมัครในนามกลุ่มการเมือง/พรรคสายคนรุ่นใหม่/Better Bangkok): ถือเป็นแชมป์เก่าในพื้นที่ มีข้อได้เปรียบเรื่องฐานเสียงเดิมที่เหนียวแน่นและมีความคุ้นเคยกับกลไกท้องถิ่นในยานนาวา

นายธีระพงษ์ มงคลวัฒนลีลา (พรรคเพื่อไทย): ตัวแทนจากพรรคใหญ่ที่ได้กระแสและฐานเสียงจัดตั้งระดับชาติหนุนหลัง ชูสโลแกนเชื่อมโยงนโยบายภาพใหญ่ของพรรคเพื่อพัฒนาท้องถิ่น

​นายศุข ศักดิ์ณรงค์เดช (พรรคพลังประชารัฐ): ปักธงสู้ด้วยเครือข่ายชุมชนและกลไกความช่วยเหลือจากภาครัฐในช่วงที่ผ่านมา

​2. ขั้วพรรคทางเลือกใหม่ (ท้าชนกระแส)

​นายดิเรก ขันทพร (พรรคไทยสร้างไทย): เน้นชูนโยบายระดับเส้นเลือดฝอย เข้าถึงชุมชนแออัดและกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ยานนาวา

​นายสมเกียรติ ปัญญะธารา (พรรคกล้า): ชูจุดขายเรื่องการบริหารจัดการเชิงธุรกิจและการแก้ปัญหาเศรษฐกิจชุมชน/พ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่

​3. ขั้วผู้สมัครอิสระและทีมคนทำงาน (ม้าสร้างกระแส)

​นายวิทยา ดอกกลาง ("หมู" หรือ "แอดหมู"): อดีตทีมงานสื่อสารเบื้องหลังของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ลงสมัครในนาม "อิสระแท้ 100%" จุดแข็งคือความสดใหม่ มีประสบการณ์ทำนโยบายเมืองมา 4 ปี และเป็นคนพื้นที่ดั้งเดิมกว่า 30 ปี

นางสาวหัทกร โกศลจิตร์ (ในนาม "ทีมคนทำงาน"): อีกหนึ่งผู้สมัครหญิงที่ลงพื้นที่เกาะกระแสคนทำงาน มุ่งเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่และวัยทำงานในย่านธุรกิจของยานนาวา

 ​"ตัดแต้มกันเองในขั้วเดียวกัน คือโจทย์ใหญ่ที่ผู้ชนะต้องก้าวข้าม"

ศึกชิงคะแนน "แฟนคลับชัชชาติ": ยานนาวาเป็นพื้นที่ที่กระแสของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ มาแรงมาก ทำให้ผู้สมัครอย่าง วิทยา ดอกกลาง (อิสระ) และ พุทธิพัชร์ (แชมป์เก่า) รวมถึงผู้สมัครพรรคเพื่อไทย ต่างพยายามแสดงจุดยืนที่พร้อม "ทำงานร่วมกับชัชชาติ" เพื่อดึงคะแนนจากฐานเสียงกลุ่มนี้ คะแนนในก้อนนี้จึงมีโอกาสถูกหารยาวสูงมาก


จุดชี้ขาดอยู่ที่ "คะแนนเงียบ"

ยานนาวาเป็นเขตที่มีความหลากหลายสูงมาก ตั้งแต่ชุมชนดั้งเดิมริมน้ำ, ชุมชนแออัด, ไปจนถึงกลุ่มคนคอนโด/มนุษย์เงินเดือนบนถนนพระราม 3 และนราธิวาสฯ ดังนั้น ผู้สมัครที่หาเสียงแบบเคาะประตูบ้านแบบเดิมๆ อาจเข้าไม่ถึงกลุ่มคนคอนโด ซึ่งผู้สมัครที่ใช้ "สื่อออนไลน์" และ "ภาพลักษณ์ใสสะอาด" อย่างคุณวิทยา อาจจะได้เปรียบในจุดนี้

 

​การมีผู้สมัครถึง 9 คน ทำให้คะแนนจะกระจายตัวอย่างมาก (Fragile Vote) คนที่ชนะอาจจะไม่ต้องได้คะแนนถล่มทลาย แต่อาศัยการรักษาฐานเสียงจัดตั้งของตัวเองให้แน่นที่สุด ดังนั้น แชมป์เก่า หรือ พรรคใหญ่อย่างเพื่อไทยที่มีหัวคะแนนในชุมชนชัดเจน จึงยังคงเป็นกระดูกชิ้นโตที่ผู้สมัครอิสระหน้าใหม่อย่างคุณวิทยาต้องเจาะให้เข้า

สนามนี้ไม่ใช่แค่การสู้กันด้วยพรรค แต่เป็นการวัดกันระหว่าง "ระบบจัดตั้งดั้งเดิม" ปะทะ "พลังเงียบที่ต้องการคนทำงานรุ่นใหม่" ใครดึงคะแนนของคนที่ไม่ยอมเลือกพรรคการเมืองใหญ่มาได้... คนนั้นมีสิทธิ์เบียดคว้าเก้าอี้ ส.ก. ยานนาวาไปครอง