สหรัฐฯเตรียมยกระดับการตรวจหาโควิด-19 กับผู้เดินทางเข้าประเทศทั้งหมดเข้มงวดขึ้น เพื่อสกัดกั้นไวรัสกลายพันธุ์ตัวใหม่ โอมิครอน

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค หรือ ซีดีซี ของสหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อค่ำวันอังคารว่า กำลังพิจารณาปรับเปลี่ยนข้อกำหนดเรื่องการตรวจโควิด-19 โดยผู้โดยสารเครื่องบินที่จะเดินทางเข้าสหรัฐฯไม่ว่าจะเป็นพลเมืองสหรัฐฯหรือชาวต่างชาติจะต้องมีผลตรวจโควิด-19 เป็นลบภายใน 1 วันวันก่อนการเดินทาง ลดลงจากเดิม 3 วันก่อนการเดินทาง

 

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ เปิดเผยว่า รัฐบาลกำลังพิจารณาด้วยว่าจะกำหนดให้ผู้โดยสารเครื่องบินต้องตรวจหาโควิด-19 อีกครั้งภายใน 3-5 วันหลังเดินทางเข้าสหรัฐฯ และผู้โดยสารจะต้องกักตัว 7 วันหลังเข้าประเทศแม้ว่าผลตรวจโควิด-19 เป็นลบ หากผู้ใดฝ่าฝืนอาจต้องรับโทษปรับหรือโทษอื่นใด ซึ่งจะเป็นบทลงโทษครั้งแรกสำหรับผู้ละเมิดมาตรการตรวจโควิด-19 และการกักตัวในสหรัฐฯ

 

มาตรการเหล่านี้ซึ่งยังไม่ได้ข้อสรุปสุดท้าย คาดว่า จะบรรจุอยูในแผนยุทธศาสตร์ป้องกันโควิด-19 ช่วงฤดูหนาว ที่ประธานาธิบดี โจ ไบเดน จะประกาศในวันพฤหัสบดี (2 ธ.ค.)

 

 

ขณะนี้รัฐบาลสหรัฐฯได้ระงับเที่ยวบินจากแอฟริกาใต้ ที่รายงานพบไวรัสกลายพันธุ์ตัวใหม่ โอมิครอน เป็นแห่งแรก และประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ บอตสวานา นามิเบีย ซิมบับเว เลโซโท เอสวาตินี มาลาวี และโมซัมบิกแล้ว แต่เริ่มมีข้อบ่งชี้ว่า เชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้อาจกำเนิดขึ้นในยุโรป ทำให้เกิดคำถามว่าสหรัฐฯจะระงับเที่ยวบินจากยุโรปหรือไม่ หลังจากเพิ่งยกเลิกได้เพียงไม่กี่สัปดาห์

 

 

ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกระบุว่า ขณะนี้มีอย่างน้อย 56 ประเทศออกมาตรการจำกัดการเดินทางเพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโอมิครอนเข้าสู่ประเทศ ซึ่งบางประเทศถึงขั้นห้ามผู้เดินทางจากทุกชาติเข้าประเทศ อย่างไรก็ตามนพ.ทีดรอส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก แสดงความกังวลที่บางประเทศออกมาตรการครอบคลุมมากเกินไปโดยไม่คำนึงถึงหลักฐานและความเสี่ยง

 

ขณะเดียวกันอนามัยโลกแนะนำให้ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนหรือไม่เคยติดเชื้อโควิด-19  ควรเลื่อนการเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีความเสี่ยงของการแพร่ระบาดของไวรัสกลายพันธุ์ โอมิครอน