นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า ใกล้เลือกตั้งเท่าไหร่ จะมีประเด็นแบ่งแยกคนออกเป็น 2 ฝ่ายทุกที แล้วคนก็จะเลือกตั้งความกลัว กับความเกลียด ยุคนี้ยิ่งหนักขึ้น ขอเลยว่าอย่านำเรื่องสถาบันมาเป็นประเด็นแบ่งแยกทางการเมือง และตามที่ อ.ปิยบุตร ว่ากรณี มาตรา 112 รวมถึงกรณีหมิ่นประมาทอื่นๆ ควรเป็นแค่เรื่องทางแพ่งเท่านั้น ใช้การปรับค่าสินไหมทดแทนการลงโทษทางอาญานั้น ตนเองไม่เห็นด้วย เพราะการทำแบบนั้นยิ่งทำให้คนไม่เท่ากัน คนรวยได้เปรียบ
"ถ้าเราเปลี่ยนมาตรา 112 คดีอาญาที่มีโทษจำคุก ให้เป็นแค่คดีแพ่ง แล้วจ่ายค่าสินไหมทดแทนกันไปแบบ อ.ปิยะบุตรบอก ผมว่ายิ่งทำให้คนไม่เท่ากัน แบบนี้คนรวยด่าใครก็ได้ ด่าแล้วไปจ่ายค่าสินไหมทดแทนเอา ผมว่ามันจะนำไปสู่สังคมแห่งความไม่เท่าเทียม" นายอรรถวิชช์ กล่าว
นายอรรถวิชช์ ย้ำด้วยว่า เมื่อดูเรื่องความเท่าเทียมและเสรีภาพ มีอีกเรื่องที่ต้องดูคือเรื่องภราดรภาพ ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันถึงจะมีทางออกของสังคม ความสำคัญคือการยึดมั่น การดำรงอยู่ของสถาบัน เป็นโจทย์ฝากไปถึงรัฐบาลที่ต้องทำให้คนในชาติเกิดความรู้สึกแบบนี้ ไม่ใช่ทำให้ห่างกันไปเรื่อยๆ จนเกิดเป็นบาดแผลของคนระหว่างรุ่น การแบ่งซ้ายขวาสุดขอบ จะนำไปสู่ความรุนแรงกันทั้งคู่ หาทางออกไม่ได้