ด.ต.ชัยวัฒน์ กล่าวว่า มันเลยทำให้ตำรวจเลว ทำลายตำรวจดี แต่กลับกลายว่าตำรวจเลวเหล่านี้ กลับโดดเด่นถูกเห็นชอบจากกลุ่มผู้มีอำนาจและผู้บังคับบัญชา เลยทำให้เห็นว่าเด็กหรือตำรวจอายุน้อยๆ ในปัจจุบันได้ดำรงตำแหน่งที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็วและก้าวกระโดด ทั้งๆที่ตำรวจที่มีคุณธรรมหาเงินให้นายได้น้อย เริ่มถดถอยยังอยู่ในตำแหน่งต่ำต้อย ตำรวจเลวเริ่มเข้ามาแทนที่
ด.ต.ชัยวัฒน์ กล่าวว่า โดยหากตนอยู่ในเหตุการณ์นั้นตนก็จะหลีกเลี่ยงเช่นเดียวกับผู้ที่ออกมาร้องและนำคลิปมาเผยแพร่ แต่ในคลิปเพราะอำนาจของตำรวจที่มีบัตร ป.ป.ส.ให้อำนาจควบคุมตัวได้ 24 ชม.ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน ทำให้ตำรวจไม่ดีนำเอาช่องว่างตรงนี้ รวบรวมเงินกันเองไปตั้งเซฟเฮ้าส์ ที่อยู่ในพื้นที่ลับ คิดเอาว่าตำรวจเอาเงินที่ไหนมาทำมาเช่น เพราะใช้เงินราชการไม่ได้ ก็ทำให้ต้องหาเศษหาเลยจากตรงนี้
ด.ต.ชัยวัฒน์ กล่าวว่า มองจากคลิปแล้วไม่ได้เป็นการพลั้งเผลอ ทุกคนรู้ระเบียบการพิจารณาความอาญา และที่ได้กระทำเช่นนี้เพราะความโลภ ผลประโยชน์นอกระบบ จึงถูกบังคับให้กระทำเช่นนี้ โดยตนวิเคราะห์เหตุการณ์ ผกก.โจ้ ครั้งนี้ว่า ตำรวจที่จับกุมจะต้องวิเคราะห์สถานะการเงินของผู้ต้องหา แต่ยังไม่รู้ว่าจะให้เงินตำรวจเท่าไร และต้องมั่นใจว่าจะต้องได้เงินแน่นอน และทำไมถึงคิดว่าได้ ก็เพราะเคยกระทำและเคยได้มา เมื่อจับกุมมาแล้ว ถ้าได้ของกลางเยอะ เงินก็จะได้เยอะ ก็เลยเรียกเงิน 1 ล้านบาท แต่เมื่อของกลางที่จับได้น้อย เลยทำการใช้ถุงดำครอบศีรษะเพื่อที่จะเค้นว่าของกลางที่เหลืออยู่ ซุกซ่อนอยู่ที่ไหน เพื่อที่จะนำเอาของกลางมาเพิ่มจำนวนเงินที่จะเรียกเพิ่มอีก 1 ล้านบาท เป็น 2 ล้านบาทหรือมากกว่านั้นขึ้นอยู่กับปริมาณของกลาง และเมื่อกระทำการคลุมถุงดำแบบนี้ทุกคนกลัวตาย ก็จะบอก แต่กรณีนี้ผู้ต้องหากลับเสียชีวิตลงก่อน
“ท้ายสุดอยากฝากบอกตำรวจรุ่นน้องว่า การเป็นตำรวจจะต้องตีความหมายของคำว่า “ตำรวจ” ให้ชัดโดยที่ไม่ต้องเปิดพจนานุกรม เอาจิตใจมาว่ากัน ต.เต่า คือตรากตรำ สระอำ คือ อำนาจ ร. เรือคือ ระเบียบ ว. แวน คือ วินัย จ.จาน คือจับ เลยอยากให้ตำรวจรุ่นน้องอ่านคำว่าตำรวจ แล้วแปลด้วยจิตสำนึกเลยว่าในอักษรที่ปรากฏว่าตำรวจมีอะไรบ้าง พ่อตนเคยเป็นอดีตตำรวจมือปราบแห่ง จ.พัทลุง จะเขียนไว้บนขั้นบันไดว่า “อดทนต่อความเจ็บใจ ไม่หวั่นไหวต่อความยากลำบาก ไม่มักมากในลาภผล” น้องๆตำรวจลืมหมด เพราะน้องๆกำลังมีค่านิยมเหมือนเจ้านาย ขาดแรงจูงใจ ขาดค่านิยม ขาดวัฒนธรรม ที่ดี และขาดผู้นำที่ดี ทำให้ความโลภเหล่านี้จะกลับมาทำร้ายเรา แต่สิ่งเหล่านี้ฝากไปถึงน้องๆตำรวจคงไม่ได้ผล จะต้องฝากไปถึงกรมตำรวจ ผู้มีอำนาจ หากหัวไม่ส่าย หางไม่กระดิก นี่คือปรัชญาที่แน่นอน และมันส่ายกันมาแล้ว แต่เพราะปัจจุบันเทคโนโลยีมันก้าวไกล สิ่งไม่ดีเหล่านั้นเลยโผล่ออกมา” ด.ต.ชัยวัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย
ภาพ/ข่าว โดย:
ถนอมศักดิ์ หนูนุ่ม จ.ตรัง