กระทั่งเดือนกรกฎาคม 2564 นายศรชัย ก็ติดต่อไปบอกว่าจะขอไถ่รถคืนแต่เงินก้อนยังไม่พอ จึงขอจ่ายเป็นงวด ซึ่งวันที่ 29 ก.ค. ได้โอนจ่ายดอกเบี้ยและเงินค่าจอดไปให้ก่อนจำนวน 6,000 บาท จากนั้นวันที่ 2 ส.ค. ได้โอนเงินต้นไปเพิ่มอีก 20,000 บาท และวันที่ 9 ส.ค. ได้โอนไปอีก 20,000 บาท ซึ่งก็ครบทั้งต้นและดอกเบี้ยตามที่ตกลงกันไว้ ซึ่งบัญชีปลายทางที่ให้โอนไปแต่ละครั้งชื่อผู้รับไม่เหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้เอะใจเพราะไม่ได้คิดว่าจะถูกหลอก แต่พอโอนเงินไปครบแล้วทาง “น้ำตาล รถซิ่ง” สาวสวยคนที่รับจำนำ ก็รับปากจะนำรถเก๋งมาคืนให้ในวันที่ 9 ส.ค. แต่รอทั้งวันก็ไม่เห็นเอารถมาคืนตามที่รับปาก ติดต่อไปก็อ้างว่ารถไปจอดอยู่ อ.ลำปลายมาศบ้าง จ.นครราชสีมาบ้าง และจ.ชัยภูมิบ้าง
จนถึงวันนี้ก็ยังไม่ได้รถคืน จึงเชื่อว่าน่าจะมีเจตนาโกงเอาเงินและเชิดรถไปด้วย วันที่ 11 ส.ค.64 จึงได้เข้าแจ้งลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เพราะเกรงว่าจะเอารถไปทำในสิ่งผิดกฎหมาย และจากพฤติกรรมดังกล่าวก็เชื่อว่าน่าจะทำกันเป็นขบวนการ ขณะนี้ก็รอหนังสือมอบอำนาจจากบริษัท เพื่อทำการแจ้งความดำเนินคดีกับหญิงคนดังกล่าว และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เชื่อว่าทำเป็นขบวนการแน่นอน จึงอยากฝากถึงแก๊งดังกล่าวหากยังมีสำนึกก็ให้นำรถมาคืนเพราะต้องใช้ทำมาหากิน และยังต้องส่งงวดอีกหลายสิบงวด ก็อยากฝากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยติดตามให้ด้วยหากได้รถคืนก็จะไม่คิดใจเอาความ
ด้านนางจินตนา ภรรยา บอกว่า หากช่วงนี้มีทางเลือกก็คงไม่นำรถลูกสาวไปจำนำ เพราะก็รู้ว่ามันเสี่ยง แต่สุดท้ายก็ถูกหลอก ก็อยากให้ถึงกลุ่มแก๊งดังกล่าวด้วยว่าอย่าซ้ำเติมกันเลยแค่นี้ก็เดือดร้อนมากแล้ว ก็อยากให้นึกถึงเวรกรรมบ้าง หากเห็นใจและมีสำนึกก็ให้รถกลับมาส่งคืนเพราะเงินก็ได้ไปครบแล้ว อย่าซ้ำเติมกันเลย และอยากฝากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยเหลือด้วย เพราะกลัวแก๊งดังกล่าวจะนำรถไปขายต่อ หรือทำสิ่งผิดกฎหมาย
โดย - สุรชัย พิรักษา