เนชั่นทีวี

Nation Story

STORY : จากปากเหยื่อทาสกาม: ฝันร้ายใต้เงื้อมมือ "โบโก ฮาราม" และการหนีตายพร้อมระเบิดพลีชีพ

31 ส.ค. 2569 | NATESAIY

STORY : จากปากเหยื่อทาสกาม: ฝันร้ายใต้เงื้อมมือ "โบโก ฮาราม" และการหนีตายพร้อมระเบิดพลีชีพ

จากปากเหยื่อ "ทาสทางเพศ" ของกลุ่มติดอาวุธ โบโก ฮาราม (Boko Haram) เผยถึงฝันร้ายตลอดหลายเดือนที่ถูกลักพาตัว ทั้งถูกรุมข่มขืน ขังในกรงหนาม และถูกจับมัดติดกับระเบิดพลีชีพ ก่อนจะหลบหนีออกมาได้อย่างเหลือเชื่อราวกับปาฏิหาริย์!

วันแห่งโชคร้าย... ดูเหมือนจะเป็นวันธรรมดาวันหนึ่งสำหรับ "ฮันนาห์" (ชื่อสมมติ) ในวัย 16 ปี แต่มันกลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของฝันร้ายที่ยืดเยื้อยาวนานหลายเดือน เมื่อเธอต้องเผชิญกับการถูกลักพาตัว รุมข่มขืน และกักขังเพื่อเป็นทาสทางเพศ แต่สิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่านั้น คือการที่กลุ่ม "โบโก ฮาราม" บังคับผูกระเบิดไว้กับร่างกายของเธอ และสั่งให้ไปก่อเหตุระเบิดฆ่าตัวตาย!

ด้วยเหตุการณ์พลิกผันราวกับภาพยนตร์ฮอลลีวูด ฮันนาห์สามารถหลบหนีออกมาได้สำเร็จ และตัดสินใจเปิดเผยเรื่องราวการเอาชีวิตรอดอันน่าเหลือเชื่อนี้ แก่แท็บลอยด์ของอังกฤษอย่าง Daily Mail


🔵 [จุดเริ่มต้นของนรกบนดิน]


ย้อนกลับไปในเดือนพฤศจิกายน 2013 ชีวิตของฮันนาห์ต้องพลิกผัน เมื่อกลุ่มติดอาวุธมุสลิมหัวรุนแรง "โบโก ฮาราม" ที่สร้างความหวาดหวั่นพรั่นพรึงในไนจีเรียมาหลายทศวรรษ ได้บุกเข้าไปยังหมู่บ้านของเธอในเมืองชิบ็อก (Chibok) ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ

เพื่อเอาตัวรอด เธอตัดสินใจกระโดดขึ้นรถคันแรกที่ยอมรับเธอเป็นผู้โดยสาร โดยไม่สนใจสัญญาณเตือนจากการ "ส่ายหน้า" ห้ามปรามของเพื่อนบ้าน ก่อนจะรู้ตัวว่าเธอได้ตกอยู่ในเงื้อมมือของกลุ่มติดอาวุธเสียแล้ว มือของเธอถูกมัดและดวงตาถูกปิดด้วยผ้า ก่อนจะถูกพาตัวลึกเข้าไปในป่าของแอฟริกา

เมื่อถึงค่ายพัก เธอและหญิงสาวคนอื่นๆ ถูกนำตัวไป "ประมูล" ให้กับสมาชิกกลุ่มเพื่อจับคู่แต่งงาน ฮันนาห์ยืนกรานปฏิเสธที่จะแต่งงานกับ "เจ้าของคนใหม่" เธอจึงถูกลงโทษด้วยการจับขังไว้ในกรงชั่วคราวที่สร้างจากกิ่งไม้หนาม

"มีเด็กสาวอีกคนหนึ่งอยู่กับฉันด้วย พวกเขาบอกเราว่า การแต่งงานคือหนทางสู่อิสรภาพ... ถ้าเรายอมแต่งงาน เราก็จะได้ออกไป แต่ถ้าไม่ยอม เราก็จะต้องถูกขังอยู่ในกรงต่อไป" ฮันนาห์เล่าความทรงจำอันเลวร้าย


🔵 [ทนหิว 3 วัน และการทรมานที่ไร้ความปรานี]


หลังจากต้องอดอาหารและน้ำนานถึง 3 วัน ในที่สุดฮันนาห์ก็ตัดสินใจทำตามคำแนะนำของหญิงชราคนหนึ่ง (ที่เธอถือว่าเป็นผู้ช่วยชีวิต) คำแนะนำนั้นคือ ให้ทำตามที่พวกนักรบสั่ง รักษาความสงบ และรอจังหวะหลบหนี ท้ายที่สุด หญิงกลุ่มนี้ถูกลงโทษด้วยการเฆี่ยนด้วยหวายคนละ 9 ครั้ง ฐานขัดขืนคำสั่ง ก่อนจะถูกจับแยกกันและไม่ได้พบหน้ากันอีกเลย

ระหว่างที่ถูกกักขังต่ออีก 2 วัน ความหวาดกลัวของฮันนาห์ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น เมื่อหญิงชราคนเดิมกลับมาหาเธอด้วยท่าทีที่หวาดผวา ฮันนาห์ไม่รู้ว่าหญิงชราไปเจออะไรมา ได้แต่บอกให้เธอนอนพักผ่อนเสีย แต่เธอสังเกตได้ว่าสิ่งที่หญิงชราพูดกับการแสดงออกนั้นขัดแย้งกัน เพราะมีท่าทีหวาดกลัวและมีพิรุธมาก

ในที่สุดฮันนาห์ก็เผลอหลับไป แต่ต้องสะดุ้งตื่นเมื่อมีชายคนหนึ่งอ้างตัวว่าเป็นสามีและพยายามจะข่มขืนเธอ เธอพยายามขัดขืนพร้อมกรีดร้องขอความช่วยเหลือ แต่ชายคนนั้นกลับ "เรียกพวกพ้อง" และกลับมาพร้อมกับชายอีก 5 คน

พวกผู้ชายเริ่มด่าทอ ส่วนเธอก็โต้เถียง ก่อนจะตระหนักได้ว่า หนึ่งในนั้นคือ "คนหมู่บ้านเดียวกัน" กับเธอ เขาพยายามทำให้คนอื่นๆ ใจเย็นลง แต่พวกที่เหลือโต้แย้งว่า เธอจะทำให้ผู้หญิงคนอื่นลุกขึ้นมาต่อต้าน ก่อนจะช่วยกันเอาเชือกมัดตัวเธอไว้ ชายจากหมู่บ้านเดียวเดินออกจากห้องไป ส่วนคนที่เหลือได้ "รุมล่วงละเมิดเธอ"

ฮันนาห์ถูกทิ้งให้อยู่ในความดูแลของหญิงชราคนหนึ่งที่ช่วยทำความสะอาด และหาผ้ามาคลุม "ร่างกายที่บอบช้ำจากการถูกทุบตี" เธอบอกว่าความซาบซึ้งใจนี้จะคงอยู่ตลอดไป แม้จะมีผู้หญิงคนอื่นอยู่ด้วยแต่กลับไม่มีใครช่วยดูแลเธอเลย... และอีก 2 วันต่อมา บทลงโทษขั้นสุดท้ายก็มาถึง


🔵 [ระเบิดพลีชีพ และ "ฮีโร่ไร้นาม"]


ฮันนาห์ถูกกล่าวหาว่าเป็นคนหัวรั้น และจะถูกพาตัวไปออกรบ "พวกเขาผูกระเบิดติดไว้กับตัวฉัน แล้วบอกว่าจะพาไปอีกหมู่บ้านหนึ่ง" ความจริงอันน่าสะพรึงก็ปรากฏชัดขึ้น "ฉันกำลังจะกลายเป็นมือระเบิดพลีชีพ"

ฮันนาห์จำใจเดินมุ่งหน้าสู่วาระสุดท้ายของชีวิตด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ทันใดนั้น เธอสังเกตเห็นใบหน้าที่คุ้นเคย... ชายจากหมู่บ้านเดียวกันคนนั้นกำลังเดินตามมาอยู่ข้างหลัง และ "พยายามจะช่วยเธอ"

เมื่อทั้งสองเดินห่างออกมาจากค่าย เขาเดินตามจนทัน แล้วบอกให้หันหน้าหนี เพราะไม่อยากให้เธอเห็นสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น ด้วยการ "สังหารนักรบ" ที่ได้รับมอบหมายให้คุมตัวเธอ! ในขณะที่ฮันนาห์ยังตั้งสติไม่ได้ เขาก็ตัดระเบิดเพื่อปลดปล่อยเธอจากภารกิจพลีชีพ และในช่วงสับสนฉุกละหุกนั้น ชายที่ช่วยเธอก็หายตัวไป

ฮันนาห์ไม่รู้แม้กระทั่งชื่อและชะตากรรมของเขา เวลาล่วงเลยมากว่าสิบปี เธอก็ยังไม่มีหนทางที่จะได้กล่าวขอบคุณชายแปลกหน้าผู้ยอมเสี่ยงทุกอย่างเพื่อช่วยชีวิตเธอ


🔵 [โศกนาฏกรรมซ้ำซ้อน: #BringBackOurGirls]


แม้ความกล้าหาญของเขาจะเปลี่ยนชีวิตฮันนาห์ แต่ความทุกข์ทรมานที่ครอบครัวของเธอต้องเผชิญจากโบโก ฮาราม ยังไม่จบสิ้น

ในเหตุการณ์ที่สะเทือนขวัญไปทั่วโลก น้องสาวของฮันนาห์ถูกลักพาตัวไประหว่างการบุกโจมตีโรงเรียนในเมืองชิบ็อก เมื่อเดือนเมษายน 2014 น้องสาวเธอคือ 1 ในเด็กนักเรียนหญิง 276 คนที่ถูกลักพาตัวไป ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกและเป็นจุดเริ่มต้นของแคมเปญระดับโลก #BringBackOurGirls

แม้เด็กหญิงจำนวนมากจะได้รับอิสรภาพ แต่จนถึงวันนี้ (กว่าสิบปีแล้ว) น้องสาวของเธอก็ยังคงสูญหาย ความทุกข์ยากทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อพ่อของเธอเสียชีวิตในเดือนสิงหาคม 2014 โดยที่ไม่มีวันได้รับรู้ถึงความเลวร้ายสุดหยั่งที่ถาโถมเข้าใส่คนที่เขารัก

ฮันนาห์กับแม่เดินทางกลับไปหมู่บ้านเพื่อโปรยอัฐิพ่อตามความประสงค์สุดท้าย แต่ความสงบสุขก็ไม่เกิดขึ้น โบโก ฮาราม บุกโจมตีรอบใหม่ เผาทำลายชุมชน ขณะที่ชาวบ้านวิ่งหนีตาย แม่ของฮันนาห์มาถึงจุดที่จิตใจแตกสลายจนรับไม่ไหวอีกต่อไป

ฮันนาห์เล่าย้อนวันวิปโยคว่า "มีคนบอกให้แม่หนีไป แต่แม่กลับพูดว่าไม่มีอะไรเหลือให้ต้องหนีอีกแล้ว... แม่พูดว่า พวกแกจับลูกสาวฉันไปสองคน คนหนึ่งกลับมาแล้ว ส่วนสามีฉันก็ตายไปแล้ว พวกแกเผาบ้านฉันไปหมดแล้ว เอาสิ ถ้าอยากจะฆ่าฉันตอนนี้ก็ทำเลย เพราะฉันไม่เหลืออะไรอีกแล้ว"

รอบตัวพวกเธอ หมู่บ้านพังพินาศ ผู้ชายพากันหลบหนี ในขณะที่ผู้หญิงต้องถูกทิ้งไว้เพื่อจัดการฝังศพผู้เสียชีวิต

 

🔵 [จากเหยื่อ สู่ความหวังและกระบอกเสียง]


แม้ต้องเผชิญกับเรื่องราวเลวร้ายมากมายเพียงใด ฮันนาห์ก็ไม่ยอมให้เรื่องของเธอจบลงด้วยความสิ้นหวัง ปัจจุบันเธอเดินหน้ารณรงค์สร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับความทุกข์ยากที่ผู้หญิงและเด็กในไนจีเรียต้องเผชิญ

"ผู้คนมากมายต้องทนทุกข์ทรมาน และพวกเขาก็ยังคงต้องเผชิญกับความทุกข์นั้นอยู่ แต่ฉันต้องการให้เรื่องราวของฉันได้รับการบอกเล่า เพื่อที่เรื่องราวของพวกเขาจะได้ถูกรับรู้ด้วยเช่นกัน"

ท่ามกลางความพินาศย่อยยับ ความฝันหนึ่งของฮันนาห์ยังคงอยู่ นั่นคือ "การได้เป็นแพทย์" เพื่อช่วยเหลือผู้อื่นในการสร้างชีวิตใหม่ หลังจากชีวิตของพวกเขาต้องพังทลายลงด้วยความรุนแรง แบบเดียวกับที่มันเคยเกือบจะทำลายชีวิตของเธอมาแล้ว.


💬 [ชวนคิดต่อหลังอ่าน]


เรื่องราวของฮันนาห์เป็นเพียงหนึ่งในเศษเสี้ยวของความเจ็บปวดที่เกิดจากภัยสงครามและการก่อการร้าย คุณคิดว่าประชาคมโลกควรมีบทบาทอย่างไรในการยับยั้งวงจรการใช้ "ความรุนแรงต่อสตรีและเด็ก" เพื่อเป็นเครื่องมือในการทำสงคราม?

ข่าวล่าสุด