นอกจากนี้ นายณัฐวุฒิ ยังเปิดเผยว่า ตนได้รับหนังสือจากทางพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง หลังจากเคยกล่าวโทษนายสมชัย และนางสาวพนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.สมุทรปราการ พรรคประชาชน โดยพนักงานสอบสวนตรวจสอบแล้วเห็นว่ามีมูลจึงได้นัดตนเองเข้ามาให้ถ้อยคำอีกครั้งในวันที่ 2 กันยายนนี้ เวลา 13.00 น.
นายณัฐวุฒิ ยังระบุด้วยว่า หากนางสาวพนิดา มีการให้ถ้อยคำพาดพิงถึงคณะกรรมาธิการองค์กรศาล องค์กรอิสระฯ และอนุ กมธ.กิจการศาล องค์กรอิสระฯ สภาผู้แทนราษฎร ทั้งคณะ ว่า มีส่วนให้ความเห็นชอบแต่งตั้งนายสมชัย โดยหากตรวจสอบแล้วพบว่าเกี่ยวข้องกันจริง เตรียมกล่าวโทษกรรมาธิการทั้งคณะต่อ ป.ป.ช. รวมถึงอัยการรายหนึ่งที่เข้าร่วมไปเป็นอนุกรรมาธิการดังกล่าว โดยจะกล่าวโทษในประเด็นการปฏิบัติหน้าที่ด้วย พร้อมเรียกว่าเป็น “อัยการเสื้อส้ม” และจะร้องเรียนเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
ส่วนกรณีที่ กกต. ออกหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงว่า นายณัฐวุฒิเคยดำรงตำแหน่งอนุกรรมการวินิจฉัยเป็นเวลา 57 วัน นายณัฐวุฒิ โต้ว่า ตัวเลข 57 วันเป็นระยะเวลาของกระบวนการทางเอกสารภายใน กกต. ไม่ใช่ระยะเวลาที่ตนปฏิบัติหน้าที่ โดยยืนยันว่า หลังได้รับหนังสือแต่งตั้ง ตนลาออกภายใน 2 วัน เพราะไม่ได้ให้ความยินยอมในการแต่งตั้งและไม่มีเวลาปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากเป็นนักธุรกิจและนักลงทุน
นายณัฐวุฒิ ยังชี้แจงถึงกรณีนายสมชัย ตั้งข้อสังเกตว่า รู้จักกับ นายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ กรรมการ กกต. ว่าตนเคยเรียนด้วยกันกับนายฐิติเชฏฐ์ ในช่วงก่อนปี 2557 และจบปริญญาเอกด้านกฎหมายในปี 2557 หลังจากนั้นไม่ได้พบหรือเกี่ยวข้องกันในการทำงานอีกเลย ยืนยันว่าการแต่งตั้งตนเป็นอนุกรรมการวินิจฉัยในปี 2562 เป็นเรื่องของประธาน กกต. ในขณะนั้น โดยตนไม่ได้เกี่ยวข้องกับ กกต. ซึ่งไม่ใช่ประธานคนปัจจุบัน เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า ใช่ นายอิทธิพร บุญประคอง อดีตประธาน กกต. หรือไม่ นายณัฐวุฒิ ตอบว่า ใช่ครับ
ขณะเดียวกัน นายณัฐวุฒิ ปฏิเสธข้อกล่าวหากรณีขาดคุณสมบัติสมัครรับเลือกตั้ง สส. โดยยืนยันตนเองว่ามีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎหมาย และไม่ได้ถูกให้ออกจากราชการจากกรณีทุจริตหรือประพฤติมิชอบ พร้อมอ้างว่าความขัดแย้งที่เกิดขึ้นมีที่มาจากกรณีการถูกดำเนินการทางวินัย และมีผู้พยายามเรียกร้องเงินจำนวน 10 ล้านบาทใน 2 เรื่อง รวม 20 ล้านบาท ซึ่งนายณัฐวุฒิ มองว่าเป็นการกลั่นแกล้งและเป็นมติที่ไม่เป็นธรรม
ส่วนกรณีที่วันนี้นายสมชัย เชิญตนเองไปร่วมเฟรมแถลงข่าวหน้า กกต.หลังตนเองประกาศจะติดตาม นายสมชัยไปทุกที่นั้น นายณัฐวุฒิ ตอบว่า ตนไม่ได้ให้ค่ากับนายสมชัย และไม่จำเป็นต้องไปร่วมเฟรมด้วย แต่จะตามไปจิบกาแฟใต้คอนโดฯ เผื่อเจอพฤติกรรมชู้สาว จะได้ฟ้องภรรยาของนายสมชัย
นายณัฐวุฒิ ยังกล่าวถึงกรณีที่สภาทนายความมีการจำหน่ายชื่อของตนออกจากสาระบบ โดยตนเห็นว่าไม่เป็นธรรม และไม่ชอบด้วยกฎหมาย พร้อมระบุว่าตนมีพยานหลักฐานเกี่ยวกับการดำเนินการของผู้บริหารสภาทนายความ และเตรียมดำเนินคดีอาญากับผู้บริหารที่เกี่ยวข้องทั้งชุด
ทั้งนี้ นายณัฐวุฒิ บอกอีกด้วยว่า ตนเตรียมทำหนังสือเรียกร้องขอความเป็นธรรมต่อ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะสภานายกพิเศษตาม พ.ร.บ.ทนายความ เข้ามาตรวจสอบและคืนความเป็นธรรมให้กับตน
พร้อมยืนยันว่า ไม่เคยได้รับหนังสือแจ้งจากสภาทนายความเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว และจะเดินหน้าตรวจสอบและดำเนินการทางกฎหมายกับบุคคลและองค์กรที่เกี่ยวข้องในทุกประเด็น โดยมีหลักฐานที่จะนำมาเปิดเผยต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
ช่วงท้ายนายณัฐวุฒิ ยังได้กล่าวถึงผลสำรวจความพึงพอใจต่อนักการเมืองของสวนดุสิตโพลที่ระบุค่าความนิยมของตัว นางสาวรักชนก ศรีนอก สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่มีคะแนนสูงกว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยตนมองว่า "เป็นโพลที่มั่วมาก ผมไม่เชื่อบ้าไปแล้ว ผลวิจัยแบบนี้ต้องเจอกับผม โพลแบบนี้ผมรับไม่ได้ มันเฮงซวย ตกเป็นผู้ต้องหาแต่ทำไมค่าความนิยมเยอะกว่านายกรัฐมนตรี"