เนชั่นทีวี

ข่าว

”ณัฐวุฒิ“ แจ้งความ ”สมชัย“ ปมเงินบริจาค อ้างเส้นเงิน 2 พันราย

31 ส.ค. 2569 | prisana_tha

”ณัฐวุฒิ“ แจ้งความ ”สมชัย“ ปมเงินบริจาค อ้างเส้นเงิน 2 พันราย

“ณัฐวุฒิ” พร้อมทีมกฎหมาย “สุชาติ ชมกลิ่น” แจ้งความ “สมชัย-ยิ่งชีพ-ปริญญา” พร้อมพวกรวม 6 คน ตาม พ.ร.บ.ฟอกเงินฯ อ้างพบหลักฐานเส้นเงินบริจาคกว่า 2,000 ราย - รับไม่ได้โพล “ไอซ์” นำ “อนุทิน”

“ณัฐวุฒิ” พร้อมทีมกฎหมาย “สุชาติ ชมกลิ่น” แจ้งความ “สมชัย-ยิ่งชีพ-ปริญญา” พร้อมพวกรวม 6 คน ตาม พ.ร.บ.ฟอกเงินฯ อ้างพบหลักฐานเส้นเงินบริจาคกว่า 2,000 ราย - รับไม่ได้โพล “ไอซ์” นำ “อนุทิน”

KEY

POINTS

  • ณัฐวุฒิ นำทีมกฎหมาย “สุชาติ ชมกลิ่น” เข้าแจ้งความ “สมชัย-ยิ่งชีพ-ปริญญา” และพวก รวม 6 คน ต่อ สน.ทองหล่อ กล่าวหาความผิดตาม พ.ร.บ.ฟอกเงินฯ จากประเด็นการรับบริจาค
  • อ้างพบผู้เสียหายกว่า 2,000 ราย ระบุมีหลักฐานเส้นทางเงินและการนำเงินบริจาคไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ พร้อมเรียกร้อง ป.ป.ง.ตรวจสอบ ขณะที่อ้างว่าเงินจากบัญชีมูลนิธิถูกโอนไปให้หญิงสาวคนสนิทของนายสมชัย
  • เดินหน้าดำเนินคดีหลายฝ่าย เตรียมร้อง ป.ป.ช.กรณีกรรมาธิการและบุคคลที่เกี่ยวข้อง หากพบว่ามีส่วนแต่งตั้งนายสมชัย พร้อมโต้ข้อกล่าวหาเรื่องคุณสมบัติ สส. และกรณีสภาทนายความจำหน่ายชื่อออกจากสารบบ

31 สิงหาคม 2569 เวลา 14.00 น. นายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ประธานบริษัท AURELIAN GROUP พร้อมทีมกฎหมายของนายสุชาติ ชมกลิ่น เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ iLaw และนายปริญญา เทวนฤมิตรกุล อาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมพวก รวม 6 คน ต่อพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ตามความผิด พ.ร.บ.การฟอกเงินฯ

 

นายณัฐวุฒิ ระบุว่า ก่อนหน้านี้ได้กล่าวโทษบุคคลดังกล่าวในข้อหาฉ้อโกงประชาชน และเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ได้ยื่นเรื่องต่อประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ผ่านเลขาธิการ ป.ป.ง. หลังพบพยานหลักฐานเชื่อมโยงกับการรับบริจาค โดยอ้างว่ามีการนำเงินจากบัญชีรับบริจาคไปใช้ในลักษณะผิดวัตถุประสงค์ และอาจเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพทรัพย์สิน โดยเห็นว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย

ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม

 

ทั้งนี้ นายณัฐวุฒิ กล่าวอ้างว่า พบผู้เสียหายจากการรับบริจาคกว่า 2,000 ราย และระบุว่าตัวเองเคยทดลองโอนเงินเข้าบัญชีดังกล่าว 2 บัญชี บัญชีละ 2,000 บาท เพื่อพิสูจน์การรับบริจาค พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเส้นทางการเงิน โดยยืนยันว่าปัจจุบันบัญชีดังกล่าวยังเปิดรับบริจาคอยู่ และตั้งข้อสังเกตเรื่องการขออนุญาตเรี่ยไรเงิน

 

นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า นายสมชัย ได้นำเงินบริจาคทั้ง 2 บัญชีของมูลนิธิ ไปโอนเงินให้กับหญิงสาวคนสนิท ตนมีพยานหลักฐานทั้งภาพถ่ายและข้อมูลเส้นทางการเงิน รวมถึงมีผู้เสียหายเข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติม พร้อมยืนยันว่าจะนำหลักฐานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ และจะดำเนินการกับประเด็นที่เกี่ยวข้องกับตัวนายสมชัย ต่อไป

นอกจากนี้ นายณัฐวุฒิ ยังเปิดเผยว่า ตนได้รับหนังสือจากทางพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง หลังจากเคยกล่าวโทษนายสมชัย และนางสาวพนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.สมุทรปราการ พรรคประชาชน โดยพนักงานสอบสวนตรวจสอบแล้วเห็นว่ามีมูลจึงได้นัดตนเองเข้ามาให้ถ้อยคำอีกครั้งในวันที่ 2 กันยายนนี้ เวลา 13.00 น.

 

นายณัฐวุฒิ ยังระบุด้วยว่า หากนางสาวพนิดา มีการให้ถ้อยคำพาดพิงถึงคณะกรรมาธิการองค์กรศาล องค์กรอิสระฯ และอนุ กมธ.กิจการศาล องค์กรอิสระฯ สภาผู้แทนราษฎร ทั้งคณะ ว่า มีส่วนให้ความเห็นชอบแต่งตั้งนายสมชัย โดยหากตรวจสอบแล้วพบว่าเกี่ยวข้องกันจริง เตรียมกล่าวโทษกรรมาธิการทั้งคณะต่อ ป.ป.ช. รวมถึงอัยการรายหนึ่งที่เข้าร่วมไปเป็นอนุกรรมาธิการดังกล่าว โดยจะกล่าวโทษในประเด็นการปฏิบัติหน้าที่ด้วย พร้อมเรียกว่าเป็น “อัยการเสื้อส้ม” และจะร้องเรียนเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

 

ส่วนกรณีที่ กกต. ออกหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงว่า นายณัฐวุฒิเคยดำรงตำแหน่งอนุกรรมการวินิจฉัยเป็นเวลา 57 วัน นายณัฐวุฒิ โต้ว่า ตัวเลข 57 วันเป็นระยะเวลาของกระบวนการทางเอกสารภายใน กกต. ไม่ใช่ระยะเวลาที่ตนปฏิบัติหน้าที่ โดยยืนยันว่า หลังได้รับหนังสือแต่งตั้ง ตนลาออกภายใน 2 วัน เพราะไม่ได้ให้ความยินยอมในการแต่งตั้งและไม่มีเวลาปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากเป็นนักธุรกิจและนักลงทุน

 

นายณัฐวุฒิ ยังชี้แจงถึงกรณีนายสมชัย ตั้งข้อสังเกตว่า รู้จักกับ นายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ กรรมการ กกต. ว่าตนเคยเรียนด้วยกันกับนายฐิติเชฏฐ์ ในช่วงก่อนปี 2557 และจบปริญญาเอกด้านกฎหมายในปี 2557 หลังจากนั้นไม่ได้พบหรือเกี่ยวข้องกันในการทำงานอีกเลย  ยืนยันว่าการแต่งตั้งตนเป็นอนุกรรมการวินิจฉัยในปี 2562 เป็นเรื่องของประธาน กกต. ในขณะนั้น โดยตนไม่ได้เกี่ยวข้องกับ กกต. ซึ่งไม่ใช่ประธานคนปัจจุบัน เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า ใช่ นายอิทธิพร บุญประคอง อดีตประธาน กกต. หรือไม่ นายณัฐวุฒิ ตอบว่า ใช่ครับ

 

ขณะเดียวกัน นายณัฐวุฒิ ปฏิเสธข้อกล่าวหากรณีขาดคุณสมบัติสมัครรับเลือกตั้ง สส. โดยยืนยันตนเองว่ามีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎหมาย และไม่ได้ถูกให้ออกจากราชการจากกรณีทุจริตหรือประพฤติมิชอบ พร้อมอ้างว่าความขัดแย้งที่เกิดขึ้นมีที่มาจากกรณีการถูกดำเนินการทางวินัย และมีผู้พยายามเรียกร้องเงินจำนวน 10 ล้านบาทใน 2 เรื่อง รวม 20 ล้านบาท ซึ่งนายณัฐวุฒิ มองว่าเป็นการกลั่นแกล้งและเป็นมติที่ไม่เป็นธรรม

 

ส่วนกรณีที่วันนี้นายสมชัย เชิญตนเองไปร่วมเฟรมแถลงข่าวหน้า กกต.หลังตนเองประกาศจะติดตาม นายสมชัยไปทุกที่นั้น นายณัฐวุฒิ ตอบว่า ตนไม่ได้ให้ค่ากับนายสมชัย และไม่จำเป็นต้องไปร่วมเฟรมด้วย แต่จะตามไปจิบกาแฟใต้คอนโดฯ เผื่อเจอพฤติกรรมชู้สาว จะได้ฟ้องภรรยาของนายสมชัย

 

นายณัฐวุฒิ ยังกล่าวถึงกรณีที่สภาทนายความมีการจำหน่ายชื่อของตนออกจากสาระบบ โดยตนเห็นว่าไม่เป็นธรรม และไม่ชอบด้วยกฎหมาย พร้อมระบุว่าตนมีพยานหลักฐานเกี่ยวกับการดำเนินการของผู้บริหารสภาทนายความ และเตรียมดำเนินคดีอาญากับผู้บริหารที่เกี่ยวข้องทั้งชุด

 

ทั้งนี้ นายณัฐวุฒิ บอกอีกด้วยว่า ตนเตรียมทำหนังสือเรียกร้องขอความเป็นธรรมต่อ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะสภานายกพิเศษตาม พ.ร.บ.ทนายความ เข้ามาตรวจสอบและคืนความเป็นธรรมให้กับตน

 

พร้อมยืนยันว่า ไม่เคยได้รับหนังสือแจ้งจากสภาทนายความเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว และจะเดินหน้าตรวจสอบและดำเนินการทางกฎหมายกับบุคคลและองค์กรที่เกี่ยวข้องในทุกประเด็น โดยมีหลักฐานที่จะนำมาเปิดเผยต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

 

ช่วงท้ายนายณัฐวุฒิ ยังได้กล่าวถึงผลสำรวจความพึงพอใจต่อนักการเมืองของสวนดุสิตโพลที่ระบุค่าความนิยมของตัว นางสาวรักชนก ศรีนอก สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่มีคะแนนสูงกว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยตนมองว่า "เป็นโพลที่มั่วมาก ผมไม่เชื่อบ้าไปแล้ว ผลวิจัยแบบนี้ต้องเจอกับผม โพลแบบนี้ผมรับไม่ได้ มันเฮงซวย ตกเป็นผู้ต้องหาแต่ทำไมค่าความนิยมเยอะกว่านายกรัฐมนตรี"

 

ข่าวล่าสุด