เนชั่นทีวี

Nation Story

OPINION : เมืองแห่งอวกาศ! เบื้องหลังภารกิจ “ล่าจรวด” ที่ไหหลำ

30 ส.ค. 2569 | กิตติดิษฐ์ ธนดิษฐ์สุวรรณ

OPINION : เมืองแห่งอวกาศ! เบื้องหลังภารกิจ “ล่าจรวด” ที่ไหหลำ

เมื่อพูดถึงภารกิจสำรวจอวกาศ ในอดีตคนไทยมักจะคุ้นเคยกับองค์การนาซาของสหรัฐอเมริกาที่มักส่งจรวดขึ้นไปจากแหลมคานาเวอรัล รัฐฟลอริดา จนดึงดูดนักท่องเที่ยวที่คลั่งไคล้ด้านอวกาศกว่า 2 ล้านคนต่อปี ให้เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลไปที่เมืองนี้เพื่อหวังว่าจะได้เห็นการปล่อยจรวดด้วยตาตัวเองสักครั้งในชีวิต

แต่ปัจจุบันนอกจากอเมริกาแล้ว จีนก็กำลังก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจด้านอวกาศและกำลังแข่งขันกับสหรัฐฯ ส่งมนุษย์กลับไปเหยียบดวงจันทร์ โดยหนึ่งในภารกิจนำร่องที่ผมเล่าให้ฟังไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้วก็คือ “ยานฉางเอ๋อ 7” ที่จะไปสำรวจนำแข็งในหลุมอุกกาบาตบนขั้วใต้ของดวงจันทร์ เดิมทีมีกำหนดปล่อยเมื่อวันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา แต่ท้ายที่สุดต้องถูกเลื่อนออกไปเป็นปีหน้าเพื่อให้ภารกิจนี้เป็นไปอย่างสมบูรณ์แบบมากที่สุด

🔵[ทำไมต้อง “เหวินชาง” ?]
นับตั้งแต่ปล่อยจรวดลำแรกเมื่อกว่า 60 ปีก่อน โครงการอวกาศของจีนได้บรรลุหมุดหมายสำคัญมาอย่างต่อเนื่องในช่วง 20 กว่าปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการส่งมนุษย์ขึ้นไปอวกาศครั้งแรกในปี 2546 การเดินอวกาศครั้งแรกในปี 2551 และการสร้างสถานีอวกาศเทียนกงเสร็จสมบูรณ์ในปี 2565 ที่ผ่านมาจีนมีฐานปล่อยจรวดอยู่แต่ภายใน “แผ่นดินใหญ่” ทั้งสิ้น คือที่จิ่วฉวนในทะเลทรายโกบี เขตปกครองตนเองมองโกเลียในและมณฑลกานซู่, ฐานปล่อยไท่หยวนที่มณฑลส่านซี, ฐานซีฉางในมณฑลเสฉวน จนกระทั่งการถือกำเนิดของฐานปล่อยเหวินชางที่เกาะไหหลำเมื่อ 10 ปีก่อน
.
จากมณฑลใต้สุดของจีนที่ขึ้นชื่อเรื่องชายหาด มะพร้าว และข้าวมันไก่ ฐานปล่อยจรวดเมืองเหวินชางได้ทำให้มณฑลไห่หนานหรือเกาะไหหลำกลายเป็นเมืองแห่งอวกาศแห่งใหม่ของจีน เพราะที่นี่คือฐานปล่อยที่สามารถรองรับจรวด “ลองมาร์ช 5” ที่ใหญ่ที่สุดของจีนในปัจจุบันได้ และยังใกล้เส้นศูนย์สูตรที่สุด ซึ่งช่วยให้จรวดประหยัดเชื้อเพลิงและเพิ่มขีดความสามารถในการบรรทุกสัมภาระ และด้วยความที่ไหหลำเป็นเกาะที่อยู่กลางทะเล จึงมีความปลอดภัยต่อพื้นที่โดยรอบมากกว่าฐานปล่อยที่อยู่บนแผ่นดินใหญ่ นอกจากนี้ที่นี่ยังมีฐานปล่อยจรวดของเอกชนแห่งแรกที่เริ่มดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 2567 ด้วย

🔵[เมืองแห่งอวกาศ] 
ผมโชคดีที่ทางสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) ชวนเดินทางไปดูการปล่อยยานฉางเอ๋อ 7 ที่มีอุปกรณ์ CE-7 MATCH ของคนไทยติดตั้งไปด้วย โดยนับตั้งแต่วินาทีแรกที่เดินทางจากสนามบินเมืองไหโข่วเข้าสู่เมืองเหวินชาง สิ่งแรกที่ตั้งตระหง่านรอต้อนรับผู้เดินทางทุกคนก็คือ แบบจำลองของจรวดลองมาร์ชหลากหลายรุ่นและรูปปั้นของมนุษย์อวกาศ ซึ่งปรากฎให้เห็นในทุกสถานที่จริงๆ ไม่ว่าจะเป็นป้ายบอกชื่อเมือง สี่แยกไฟแดง ป้ายถนน ป้ายรถเมล์ ผนังร้านอาหาร ลอบบี้โรงแรม แม้กระทั่งเมนูอาหารและเครื่องดื่ม จนไม่ว่าจะหันไปทางไหน สิ่งเหล่านี้จะคอยย้ำเตือนเราว่านี่คือเมืองแห่งอวกาศ
.
ด้วยความสูงเกือบ 100 เมตร เราจึงสามารถสังเกตเห็นโครงสร้างของฐานปล่อยจรวดได้จากหลายจุดในเมืองเหวินชาง ยิ่งจุดไหนเห็นชัดก็จะยิ่งมีนักท่องเที่ยวเข้าไปจับจองพื้นที่เพื่อเก็บภาพสวยๆ กันมากเท่านั้น โดยหนึ่งในจุดที่เห็นได้ชัด มีทิวทัศน์สวยงาม และรองรับจำนวนประชาชนได้มากที่สุดก็คือ บริเวณชายหาดที่ห่างจากฐานปล่อยประมาณ 4 กิโลเมตร ซึ่งโรงแรมที่ผมและทีมงานจากประเทศไทยเลือกพักก็อยู่ติดชายหาดนี้เช่นกัน

🔵[ภารกิจตามล่าจรวด]
แม้จะผิดหวังอยู่บ้างที่ท้ายที่สุดภารกิจนี้ได้ถูกเลื่อนออกไปเป็นปีหน้า แต่ในความโชคร้ายก็มีโชคดีเกิดขึ้นเมื่อ “ดร.วิภู รุโจปการ” ผู้อํานวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติที่กำลังให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนอยู่ที่ริมระเบียงโรงแรม ได้สังเกตเห็นความเคลื่อนไหวบางอย่าง ณ ฐานปล่อย จนกระทั่งแน่ใจว่านี่คือการเคลื่อนจรวดกลับออกมาจากฐานหรือการ Rollback ทาง ดร.วิภู ก็ได้รวมตัว “หน่วยเคลื่อนที่เร็ว” เพื่อไปตามล่าหาจรวดลองมาร์ช 5 ทันที ซึ่งผมก็โชคดีที่ได้ติดตามไปกับคณะด้วย
.
แม้จะไม่เชี่ยวชาญพื้นที่และการสื่อสารภาษาจีนสักเท่าไหร่ หน่วยเคลื่อนที่เร็วชาวไทย 5 ชีวิต พร้อมคนขับรถชาวจีนก็ค่อยๆ เปิดแผนที่คลำทางกันไปเรื่อยๆ จากริมถนน สู่สวนของชาวบ้านที่ต้อง “ปีนต้นไม้ดู” (ผมไม่ได้ปีนครับ คนปีนคือพี่วสันต์ วณิชชากร ช่างภาพมือวางอันดับต้นๆ ของประเทศไทย) จนกระทั่งเราได้เดินทางไปยังจุดชมการปล่อยจรวดของเมืองที่มีลิฟต์สำหรับขึ้นไปดู ซึ่งจุดนี้แม้จะเห็นจังหวะที่จรวดกำลังเคลื่อนที่ผ่านกลางเมืองที่ด้านหน้าเต็มไปด้วยต้นมะพร้าว ฉากหลังที่เป็นภูเขา และอาคารบ้านเรือนที่ขนาบด้านซ้ายและขวา เป็นภาพที่น่าประทับใจขนาดไหนก็ตาม แต่หลังจากลงความเห็นกันว่าอยากจะเห็นจรวดให้ใกล้กว่านี้ เราจึงตัดสินใจเดินทางกันต่อ
.
หลังจากงงงวยกับเส้นทางตรอกซอกซอยที่ไม่คุ้นเคย จุดสุดท้ายที่เรามาถึงน่าจะเป็นจุดที่คนในพื้นที่ทราบกันดีว่าจะเห็นจรวดชัดที่สุด เราตามรถหลายคันรวมถึงรถขายอาหารที่เดินทางเข้าไปในถนนแคบๆ ปรากฏว่าจุดนี้มีลักษณะคล้ายๆ กับสันเขื่อน และภาพที่ปรากฏต่อหน้าเราก็คือ จรวดลองมาร์ช 5 ขนาดมหึมา สูง 57 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 5 เมตร ที่ห่างออกไปไม่ถึง 1 กิโลเมตร กำลังเคลื่อนเข้าสู่โรงเก็บ ห่างจากฐานปล่อยประมาณ 3 กิโลเมตร
.
บรรยากาศบริเวณสันเขื่อนเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ผมเห็นชาวจีนแห่กันมาตั้งกล้องถ่ายภาพจรวดเรียงรายสุดลูกหูลูกตา ในขณะที่คณะของเราก็พยายามเก็บภาพให้ได้มากที่สุดในช่วง 30 นาทีสุดท้ายก่อนที่ประตูโรงเก็บจรวดจะปิดลง โดยหนึ่งในภาพที่ประทับใจที่สุดก็คือ การที่เราได้มาเห็นโลโก้ของกระทรวง อว.ของไทย ติดอยู่กับตัวจรวดด้วยตาตัวเอง

ผมพูดได้เต็มปากเลยว่าการเดินทางมาไหหลำครั้งนี้ไม่เสียเที่ยวอย่างแน่นอน และหวังว่าหากมีโอกาสได้กลับมาอีกในปีหน้า คราวนี้เราน่าจะได้เห็นอุปกรณ์ของคนไทยออกเดินทางไปยังดวงจันทร์ครับ

ข่าวล่าสุด