เนชั่นทีวี

Nation Story

STORY : นักท่องเที่ยวต่างชาติจ่าย 450 บาท แล้วการท่องเที่ยวไทยจะได้อะไรกลับมา?

30 ส.ค. 2569 | NATESAIY

STORY : นักท่องเที่ยวต่างชาติจ่าย 450 บาท แล้วการท่องเที่ยวไทยจะได้อะไรกลับมา?

ประเทศไทยกำลังเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อแนวทางจัดเก็บ “ค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ” 450 บาท สำหรับผู้เดินทางเข้าไทยทางอากาศ โดยเงินไม่ได้ถูกออกแบบให้จบอยู่แค่การ “เก็บเพิ่ม” แต่จะเข้าสู่กองทุนเพื่อพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว โครงสร้างพื้นฐาน ดูแลความปลอดภัย และจัดทำประกันภัยให้นักท่องเที่ยว คำถามสำคัญจึงอาจไม่ใช่แค่ “ควรเก็บหรือไม่?” แต่คือ ถ้าจะเก็บจริง เงิน 450 บาทนี้ควรกลับไปสร้างอะไรให้ทั้งนักท่องเที่ยวและประเทศไทย?

เวลาพูดถึงการเดินทางเข้าไทยของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ตัวเลข 450 บาท อาจทำให้หลายคนคิดถึงคำถามแรกทันทีว่า “ทำไมต้องจ่ายเพิ่ม?” แต่หากมองเข้าไปในรายละเอียดของร่างฯ ที่กำลังเปิดรับฟังความคิดเห็น เรื่องนี้ไม่ได้มีเพียงการเพิ่มค่าใช้จ่ายให้กับคนเดินทาง เพราะสิ่งที่รัฐกำลังเสนอ คือการนำเงินค่าธรรมเนียมเข้าสู่ กองทุนส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย เพื่อใช้กับการพัฒนาและดูแลระบบท่องเที่ยว ตั้งแต่แหล่งท่องเที่ยว โครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร ไปจนถึงการจัดทำประกันภัยและดูแลความปลอดภัยด้านสุขภาพให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

 

นั่นทำให้คำถามของเรื่องนี้มีมากกว่า “450 บาทแพงไหม?” แต่อาจต้องถามต่อว่า “450 บาทนี้จะถูกใช้กับอะไร และคนที่จ่ายจะได้อะไรกลับมา?”

 

🔵 [450 บาท จ่ายครั้งเดียว เข้าออกได้หลายครั้งใน 30 วัน]

 

ตามสาระสำคัญของร่างฯ ที่กำลังเปิดรับฟังความคิดเห็น ค่าธรรมเนียมสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศทางอากาศถูกกำหนดไว้ที่ 450 บาทต่อคน หากเดินทางเข้าออกประเทศไทยหลายครั้งภายในระยะเวลา 30 วัน จะไม่ต้องชำระซ้ำ และผู้ที่อยู่ภายใต้การจัดเก็บจะได้รับความคุ้มครองจากระบบประกันภัยที่กำหนดไว้ด้วย ส่วนการเดินทางผ่านช่องทางบกและทางน้ำ มีแนวทางให้เริ่มจัดเก็บภายหลังช่องทางอากาศประมาณ 1 ปี

 

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่นักท่องเที่ยวต่างชาติทุกคนจะต้องจ่าย ร่างฯ ยังระบุข้อยกเว้นหลายกลุ่ม เช่น ราชอาคันตุกะและแขกของรัฐบาล ผู้ถือหนังสือเดินทางทูตและราชการ ผู้มีใบอนุญาตทำงาน ผู้ใช้หนังสือผ่านแดน ผู้โดยสาร Transit ลูกเรือ และเด็กอายุไม่เกิน 2 ปี  วิธีการชำระก็ถูกออกแบบไว้หลายทาง ตั้งแต่รวมกับค่าบัตรโดยสาร ชำระผ่านเว็บไซต์ โมบายแอปพลิเคชัน ตู้ Kiosk หรือช่องทางอื่นที่กำหนด

🔵 [แล้วนักท่องเที่ยวได้อะไรจากเงิน 450 บาท?]

 

เหตุผลสำคัญข้อหนึ่งของการจัดเก็บค่าธรรมเนียม คือการนำเงินส่วนหนึ่งไปใช้กับ การประกันภัยและการดูแลนักท่องเที่ยวต่างชาติระหว่างอยู่ในประเทศไทย เหตุผลสำคัญข้อหนึ่งของการจัดเก็บค่าธรรมเนียม คือการนำเงินส่วนหนึ่งไปใช้กับ การประกันภัย การคุ้มครอง การรักษาพยาบาล และการจัดหาสวัสดิการที่เหมาะสมให้แก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติระหว่างอยู่ในประเทศไทย รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งบประมาณด้านสาธารณสุข แนวคิดของค่าธรรมเนียมจึงต้องการสร้างแหล่งเงินสำหรับดูแลความเสี่ยงเหล่านี้ โดยไม่ต้องพึ่งงบประมาณแผ่นดินเพียงอย่างเดียว

 

ดังนั้น ในมุมของนักท่องเที่ยว 450 บาทจึงไม่ได้ถูกวางให้เป็นเพียง “ค่าผ่านทาง” แต่ถูกเชื่อมเข้ากับ ความคุ้มครองระหว่างการเดินทาง คำถามสำคัญที่ต้องติดตามต่อคือ ความคุ้มครองดังกล่าวจะครอบคลุมอะไรบ้าง เข้าถึงง่ายแค่ไหน และเมื่อนักท่องเที่ยวประสบเหตุ จะได้รับการดูแลอย่างไรในทางปฏิบัติ

🔵 [แล้วประเทศไทยได้อะไร?]


อีกด้านหนึ่ง เงินจากค่าธรรมเนียมจะถูกนำเข้าสู่กองทุนเพื่อใช้กับการพัฒนาการท่องเที่ยวในหลายมิติ

ทั้ง พัฒนาและฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยว  ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน พัฒนาบุคลากร สนับสนุนงานศึกษาวิจัย

ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว รวมถึง ประกันภัยและความปลอดภัยด้านสุขภาพของนักท่องเที่ยวต่างชาติ

แนวคิดนี้เกิดขึ้นท่ามกลางโจทย์ใหญ่ของการท่องเที่ยวไทย

 

ในช่วงก่อนโควิด-19 ประเทศไทยเคยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเกือบ 40 ล้านคนต่อปี พร้อมกับปัญหาความแออัดและแรงกดดันต่อแหล่งท่องเที่ยว ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม

หลังวิกฤตผ่านไป จำนวนผู้เดินทางค่อย ๆ ฟื้นตัวกลับมา ขณะที่นโยบายท่องเที่ยวไทยเริ่มพูดมากขึ้นถึงคำว่า “การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ” และความยั่งยืน

 

โจทย์จึงไม่ได้อยู่เพียงว่าจะทำอย่างไรให้คนมาเที่ยวประเทศไทยมากขึ้น แต่อาจรวมถึง จะทำอย่างไรให้รายได้จากการท่องเที่ยวส่วนหนึ่งกลับไปดูแลสถานที่ที่นักท่องเที่ยวใช้ด้วย

 

🔵 [ค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยว ไม่ใช่เรื่องที่มีเฉพาะประเทศไทย]

 

การเรียกเก็บภาษีหรือค่าธรรมเนียมจากนักท่องเที่ยวไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในไทย ข้อมูลที่ใช้ประกอ แนวทางดังกล่าวระบุว่า ปัจจุบันมีมากกว่า 40 ประเทศทั่วโลก ที่จัดเก็บภาษีหรือค่าธรรมเนียมจากนักท่องเที่ยวในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อนำกลับไปใช้กับการพัฒนาพื้นที่และฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยว

 

หลักคิดสำคัญคือ ผู้ที่เข้ามาใช้ทรัพยากร มีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อการดูแลทรัพยากรนั้น แต่แน่นอนว่าแต่ละประเทศมีรูปแบบ ราคา และกลไกในการจัดเก็บแตกต่างกัน สิ่งที่ประเทศไทยต้องตอบให้ได้จึงไม่ใช่เพียงว่า “ประเทศอื่นก็เก็บ” แต่คือ รูปแบบที่เหมาะกับประเทศไทยควรเป็นอย่างไร

 

🔵 [ถ้ามีเงินก้อนใหญ่เข้ากองทุน ใครจะตรวจสอบ?]

 

นี่อาจเป็นอีกคำถามสำคัญไม่แพ้ตัวเลข 450 บาท เพราะเมื่อเงินจากนักท่องเที่ยวจำนวนมากถูกรวมเข้าสู่กองทุน สิ่งที่ตามมาคือเรื่องของ ธรรมาภิบาลและความโปร่งใส ในการหารือกับภาคเอกชน สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว หรือ ATTA ประเมินว่า หากมีการจัดเก็บตามแนวทางดังกล่าว กองทุนอาจมีเม็ดเงินระดับประมาณ 10,000 ล้านบาท  และเสนอให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการรับรู้เกี่ยวกับการบริหารค่าใช้จ่ายของกองทุน

 

ขณะเดียวกันยังมีข้อเสนอให้การบริหารเงินมีความโปร่งใสและเปิดเผยต่อสาธารณะมากขึ้น เพื่อให้เงินถูกนำไปใช้เกิดประโยชน์กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างแท้จริง นั่นทำให้เรื่องนี้ไม่ได้มีเพียงความสัมพันธ์ระหว่าง รัฐและนักท่องเที่ยว แต่อาจมีอีกฝ่ายที่สำคัญไม่แพ้กันคือ ประชาชนและภาคธุรกิจที่ต้องเห็นว่าเงินถูกใช้ไปกับอะไร

 

 

🔵 [ตอนนี้ยังไม่ใช่ข้อสรุปสุดท้าย]

 

สิ่งสำคัญคือ แนวทางนี้ยังอยู่ในกระบวนการ เปิดรับฟังความคิดเห็น กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเปิดให้ประชาชนร่วมแสดงความคิดเห็นต่อร่างประกาศตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม ถึงวันที่ 28 กันยายน 2569 เมื่อกระบวนการรับฟังความคิดเห็นเสร็จสิ้น ผลทั้งหมดจะต้องถูกนำกลับไปเสนอคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติพิจารณาอีกครั้ง ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่ออนุมัติและประกาศใช้ต่อไป  นั่นหมายความว่า 450 บาทในวันนี้ยังเป็น “ข้อเสนอที่กำลังถูกออกแบบ” ไม่ใช่สิ่งที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องจ่ายแล้ว 

 

และนี่อาจเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในการตั้งคำถาม ไม่ใช่เพียง “เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย?” แต่คือ ถ้าประเทศไทยจะมีค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจริง ระบบที่ดีควรหน้าตาอย่างไร นักท่องเที่ยวควรได้รับความคุ้มครองแค่ไหน? เงินควรกลับไปพัฒนาพื้นที่ใดก่อน? ภาคธุรกิจควรมีส่วนร่วมในการบริหารหรือไม่? และจะตรวจสอบได้อย่างไรว่า 450 บาทที่ถูกเก็บจากนักท่องเที่ยว กลับไปสร้างคุณค่าให้การท่องเที่ยวไทยจริง

 

แล้วคุณล่ะ 450 บาทแบบไหน ถึงจะ “คุ้ม” ทั้งกับนักท่องเที่ยวและประเทศไทยที่สุด? 

ข่าวล่าสุด