เปิดมุม “สุคิริน” จากอดีตเหมืองทอง สู่เสน่ห์ท่องเที่ยวชายแดนใต้
31 ส.ค. 2569 | prisana_tha

เปิดมุม “สุคิริน” จากอดีตเหมืองทอง สู่เสน่ห์ท่องเที่ยว ศปป.5 กอ.รมน. นำสื่อลงพื้นที่เช็กอินแหล่งท่องเที่ยวชายแดนใต้
ข่าว
31 ส.ค. 2569 | prisana_tha

เปิดมุม “สุคิริน” จากอดีตเหมืองทอง สู่เสน่ห์ท่องเที่ยว ศปป.5 กอ.รมน. นำสื่อลงพื้นที่เช็กอินแหล่งท่องเที่ยวชายแดนใต้
KEY
POINTS
31 สิงหาคม 2569 ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 5 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ศปป.5 กอ.รมน.) จัดโครงการเวทีสานเสวนาสื่อมวลชนสัญจรนำพาสันติสุข ประจำปี พ.ศ. 2569 ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 25–27 สิงหาคม 2569 โดย พลโท ประเสริฐ หมวดเชียงคะ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 5 กอ.รมน. นำคณะบรรณาธิการ สื่อมวลชน และสื่อบุคคลจากส่วนกลาง พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่จังหวัดปัตตานีและนราธิวาส การลงพื้นที่ครั้งนี้ เพื่อรับทราบสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้จากพื้นที่จริง รับฟังแนวทางการปฏิบัติงานของหน่วยงานด้านความมั่นคง ควบคู่กับการดำเนินงานด้านการพัฒนา รวมถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่
สำหรับการลงพื้นที่ อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส มี นายพิชิต รุ่งประเสริฐ นายอำเภอสุคิริน พร้อมหัวหน้าส่วนราชการและผู้เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ และบรรยายสรุปภาพรวมของพื้นที่ ทั้งด้านการพัฒนาการท่องเที่ยว และวิถีชีวิตสุคิรินเป็นอำเภอชายแดนติดประเทศมาเลเซีย พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาและป่าไม้ ขณะเดียวกันยังมีความหลากหลายของผู้คน ทั้งชาวไทยพุทธ ชาวไทยมุสลิม และชาวอีสานที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานและอยู่ร่วมกัน โดยแต่ละชุมชนยังคงรักษาขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรมของตนเองไว้ เช่น ประเพณีบุญบั้งไฟ ของชุมชนชาวอีสานที่ยังคงจัดสืบต่อกันมา และกลายเป็นอีกหนึ่งสีสันของสุคิริน
ที่ ชุมชนท่องเที่ยวบ้านจุฬาภรณ์ 12 มีประวัติความเป็นมาเชื่อมโยงกับพรรคคอมมิวนิสต์มาลายา กรม 10 ซึ่งเคยเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ป่าบริเวณชายแดนไทย–มาเลเซีย ก่อนมีการเจรจาสันติภาพและยุติการต่อสู้ด้วยอาวุธในปี 2532 สมาชิกส่วนหนึ่งได้เข้ามาเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย วางอาวุธ เริ่มต้นชีวิตใหม่ และตั้งถิ่นฐานอยู่ในพื้นที่มาจนถึงปัจจุบัน
ร่องรอยของชีวิตในช่วงเวลานั้นยังถูกรวบรวมไว้ที่ พิพิธภัณฑ์บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 12 ทั้งภาพถ่ายข้าวของเครื่องใช้ อุปกรณ์ทางการแพทย์ เครื่องมือสื่อสาร และสิ่งของที่ใช้ในการดำรงชีวิตในป่า หลายชิ้นเป็นของที่เคยใช้งานจริง ทำให้ผู้มาเยือนได้เห็นทั้งเรื่องราวในอดีตและวิถีชีวิตของผู้คนในช่วงที่ยังอาศัยอยู่ในป่า ก่อนเปลี่ยนผ่านมาสู่การตั้งถิ่นฐานเป็นชุมชนในปัจจุบัน
อีกสีสันของการมาเยือนบ้านจุฬาภรณ์ 12 คือ อาหารพื้นถิ่นที่ชาวบ้านจัดไว้ต้อนรับคณะ ทั้ง ซุปไก่คอมมิวนิสต์ ซุปถั่วลิสง ผักงือแปผัดไข่ ไข่เจียว ปลาคลองทอด และน้ำพริกผักลวก โดยเฉพาะ “ซุปไก่คอมมิวนิสต์” ที่ชื่อสะดุดหูและได้รับความสนใจจากคณะสื่อมวลชนไม่น้อย
นอกจากบ้านจุฬาภรณ์ 12 แล้ว สุคิริน ยังมีประวัติที่เกี่ยวข้องกับ เหมืองทองคำโต๊ะโมะ ซึ่งในอดีตเคยมีผู้คนจากหลายพื้นที่เดินทางเข้ามาทำงานและตั้งถิ่นฐาน แม้กิจการเหมืองทองจะยุติลงแล้วแต่การร่อนทองตามลำน้ำยังคงเป็นอาชีพของชาวบ้านบางส่วนมาจนถึงปัจจุบัน
ที่ ต้นน้ำสายบุรี คณะสื่อมวลชนได้ร่วมทดลองร่อนทอง โดยมีชาวบ้านคอยแนะนำวิธี ตั้งแต่การตักทรายและกรวดจากลำน้ำใส่ถาด ก่อนค่อย ๆ ร่อนในน้ำเพื่อแยกทรายและกรวดออก และมองหาเกล็ดทองที่ปะปนอยู่ ปัจจุบัน สุคิรินส่งเสริมวิถีร่อนทองให้เป็นหนึ่งในกิจกรรมท่องเที่ยว เปิดให้นักท่องเที่ยวได้ทดลองร่อนทองและเรียนรู้วิถีของชาวบ้าน ขณะที่บริเวณต้นน้ำสายบุรียังมีเส้นทางล่องแก่งผ่านผืนป่าสองฝั่งลำน้ำ เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมท่องเที่ยวทางธรรมชาติของพื้นที่
การลงพื้นที่ครั้งนี้ ทำให้คณะสื่อมวลชนจากส่วนกลางได้เห็นทั้งวิถีชีวิตของคนในชุมชน เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ และแหล่งท่องเที่ยวที่มีอยู่ในสุคิริน ก่อนนำข้อมูลและเรื่องราวที่ได้รับจากพื้นที่ไปถ่ายทอดต่อ เพื่อให้คนภายนอกได้รู้จักอำเภอสุคิรินและจังหวัดชายแดนภาคใต้มากขึ้น