🔵 [สัญญาณเตือน ที่บอกว่าความสัมพันธ์กำลังสั่นคลอน]
ก่อนที่ความสัมพันธ์จะแตกหัก มักมีสัญญาณเตือนให้เห็นเสมอ เพียงแต่หลายคนเลือกมองข้ามเพราะไม่อยากทำให้บรรยากาศอึดอัด
งานสำคัญเริ่มตกอยู่กับคนเดียว จนอีกฝ่ายรู้สึกเหมือนตัวเองเป็น "ส่วนเกิน" การเงินเริ่มไม่โปร่งใส ไม่มีการพูดคุยเรื่องรายรับ-รายจ่ายให้ทุกฝ่ายรับรู้ตรงกัน การตัดสินใจสำคัญเริ่มทำโดยฝ่ายเดียว โดยไม่ปรึกษาอีกฝ่าย และสุดท้ายความไว้วางใจที่เคยมีเต็มเปี่ยม ค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยการต้องคอยตรวจสอบกันเอง
หากสัญญาณเหล่านี้เริ่มปรากฏ ทางออกที่ดีที่สุดคือการเปิดใจคุยกันทันที ก่อนที่ปัญหาเล็กจะขยายกลายเป็นรอยร้าวใหญ่ที่ซ่อมแซมยาก
🔵 [ก่อนจะเริ่ม ต้องถามตัวเองให้ชัดก่อน]
การเริ่มต้นธุรกิจกับเพื่อนไม่ต่างจากการออกเดต หากทัศนคติและความเชื่อของทั้งสองฝ่ายแตกต่างกันมากเกินไป ควรคิดให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ เพราะปัญหายิบย่อยที่ดูเล็กน้อยในความสัมพันธ์ฉันเพื่อน อาจส่งผลกระทบใหญ่หลวงเมื่อเกี่ยวพันกับเงินและอนาคตทางธุรกิจ
คำถามที่ควรถามตัวเองก่อนตัดสินใจ เช่น เป้าหมายในการทำธุรกิจตรงกันหรือไม่ ทัศนคติเรื่องความเสี่ยงเหมือนกันแค่ไหน และหากวันหนึ่งต้องแยกทางกัน มีแผนรองรับไว้แล้วหรือยัง
🔵 [อย่าใช้แค่ "ความไว้ใจ" แทนเอกสาร]
หนึ่งในบทเรียนที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในโลกธุรกิจคือ อะไรก็ตามที่เกี่ยวกับเงินทอง ต้องมีการลงบันทึกไว้อย่างเป็นลายลักษณ์อักษรเสมอ ไม่ว่าความสัมพันธ์จะสนิทกันแค่ไหนก็ตาม
หลายคนที่ผ่านประสบการณ์ทำธุรกิจมามักเตือนรุ่นน้องเสมอว่า อย่าทำธุรกิจร่วมกับเพื่อนโดยไม่มีข้อตกลงชัดเจน เพราะสุดท้ายอาจเสียทั้งเพื่อนทั้งเงินไปพร้อมกัน หากไม่มีการวางกติกาตั้งแต่ต้น ไม่ว่าจะเป็นสัดส่วนหุ้น บทบาทหน้าที่ หรือแผนการแบ่งทรัพย์สินหากต้องเลิกกิจการ