เนชั่นทีวี

Nation Story

STORY : โถ...ชาวฝรั่งเศส เมื่อชีวิต "หมูจีน" ยังหรูกว่าคนปารีส!

01 ก.ค. 2569 | NATESAIY

STORY : โถ...ชาวฝรั่งเศส เมื่อชีวิต "หมูจีน" ยังหรูกว่าคนปารีส!

ยุโรปกำลังเผชิญหน้ากับคลื่นความร้อนจัดทุบสถิติตั้งแต่ต้นสัปดาห์ โดยผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก (WHO) ชี้ว่านี่อาจเป็นชนวนเหตุให้มีผู้เสียชีวิตผิดปกติแล้วกว่าพันคน ท่ามกลางวิกฤตสภาวะอากาศนี้ ชาวฝรั่งเศสจำนวนไม่น้อยถึงกับออกมาตัดพ้อบนโลกออนไลน์ว่า คุณภาพชีวิตในประเทศสุดหรูของพวกเขายามนี้ ย่ำแย่ยิ่งกว่า "หมูจีน" ที่ได้เสวยสุขอยู่ในคอกติดแอร์ฉ่ำๆ เสียอีก!

ดร. เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการ WHO ถึงกับต้องโพสต์เตือนภัยผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า พบรายงานจำนวนผู้เสียชีวิตที่มากกว่าปกติถึง 1,300 คน ตั้งแต่วันที่ 21 มิถุนายน ซึ่งเชื่อมโยงกับอุณหภูมิที่พุ่งสูงในยุโรปโดยตรง พร้อมระบุว่า "ภาวะเครียดจากความร้อน" (Heat Stress) คือ เพชฌฆาตเงียบ เพราะบ้านเรือน ที่ทำงาน และโรงเรียนในยุโรป ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อรองรับอุณหภูมิที่เดือดดาลขนาดนี้



🔵[ร้อนแตะ 43 องศา เกิดอะไรขึ้นกับเมืองน้ำหอม?]


กระทรวงสาธารณสุขฝรั่งเศส ระบุว่า ตัวเลขผู้เสียชีวิตสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ประมาณ 1,000 ราย นับตั้งแต่วันพุธที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป และที่น่าตกใจคือมีรายงานผู้เสียชีวิตคาบ้านเพิ่มขึ้นถึง 40%


🔵[ทำไมชาวฝรั่งเศสถึงไม่นิยมติดแอร์?]


🚩 สภาพอากาศในอดีต: ปกติแล้วฤดูร้อนของฝรั่งเศส (ช่วงเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม) จะมีอุณหภูมิเฉลี่ยขำๆ อยู่ที่ 20 - 30 องศาเซลเซียสเท่านั้น แต่ยุคนี้เจอเอลนีโญพ่นพิษ อุณหภูมิพุ่งทะลุ 43 องศาเซลเซียส อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

🚩 โครงสร้างอาคารอมความร้อน: บ้านเรือนในฝรั่งเศสกำแพงหนามาก แถมหลังคาในปารีสส่วนใหญ่ยังเป็นสังกะสีและหุ้มตะกั่วตามสถาปัตยกรรมดั้งเดิม ตอนกลางวันจึงดูดซับความร้อนเต็มพิกัด แล้วมาปล่อยความร้อนอบอ้าวในตอนกลางคืน สภาพไม่ต่างจากการใช้ชีวิตอยู่บนตะแกรงปิ้งบาร์บีคิว

🔵[ ส่องสถิติสัดส่วนการติดแอร์ในปารีส ] (ทั้งประเทศมีรวมกันเกิน 50% เล็กน้อย)


🏠 ครัวเรือนทั่วกรุงปารีส: มีแอร์แค่ 6% เท่านั้น
🏫 โรงเรียน: มีแอร์เพียง 10%
🏥 โรงพยาบาล: มีแอร์ 40% (ส่วนอีก 60% ที่เหลือ เจ้าหน้าที่ต้องช่วยคนไข้ด้วยการเอาผ้าปูเตียงไปแช่น้ำเย็นแล้วนำมาห่อตัวบรรเทาความร้อน)



🔵[ไม่ใช่ไม่อยากติด...แต่กฎระเบียบและราคาชวนถอดใจ!]


การจะติดแอร์สักเครื่องในอาคารคลาสสิกของปารีสเป็นเรื่องใหญ่มาก ด่านแรกต้องเรียกประชุมเจ้าของอสังหาริมทรัพย์เพื่อขอมติ จากนั้นต้องยื่นแผนการติดตั้งอย่างละเอียดให้สำนักงานบริหารเมืองอนุมัติ เพราะการแขวนคอมเพรสเซอร์แอร์ไว้นอกอาคารอาจทำลายทัศนียภาพอันสวยงาม ซึ่งส่วนใหญ่ "มักจะโดนปฏิเสธ"

ต่อให้เมืองอนุมัติ ค่าใช้จ่ายก็อาจทำให้หน้ามืด เพราะต้องใช้ช่างมืออาชีพที่มีใบอนุญาตเท่านั้น (คิวรอนาน 1-3 เดือน จนบางทีหมดหน้าร้อนไปก่อน) ค่าแรงติดตั้งอยู่ที่ 850 - 1,900 ยูโร บวกค่าเครื่องปรับอากาศอีก 1,000 - 2,000 ยูโร เบ็ดเสร็จต้องจ่ายราว 1,850 - 3,900 ยูโร (ประมาณ 72,000 - 150,000 บาท) ในขณะที่ชาวฝรั่งเศสมีเงินเดือนเฉลี่ยอยู่ที่ 2,550 - 3,000 ยูโรต่อเดือน พูดง่ายๆ คือค่าติดแอร์เครื่องเดียว แพงกว่าเงินเดือนทั้งเดือนด้วยซ้ำ!

 

🐷 [ตัดภาพไปที่เจียงซี: เมื่อชีวิตหมูจีน หรูกว่าคนยุโรป]


ความอัดอั้นนี้ทำให้ชาวฝรั่งเศสเริ่มโอดครวญผ่านโซเชียลมีเดีย หลังคอนเทนต์ครีเอเตอร์ชาวจีนในโต่วอิน (Douyin) ที่มีผู้ติดตามกว่า 1.1 ล้านคน ได้โพสต์คลิปรีวิวฟาร์มหมูในมณฑลเจียงซี ที่มีความเป็นอยู่เปี่ยมสุขจนมนุษย์ออฟฟิศยังต้องอิจฉา

ภายในคอกหมูถูกออกแบบระบบปิดอย่างดี ตอนกลางคืนมีไฟกะพริบสวยงาม มีการเปิดเพลงขับกล่อมเพื่อความบันเทิง เปิดแอร์ฉ่ำๆ ควบคุมอุณหภูมิไว้ที่ 26 องศาเซลเซียส แถมยังมีสระว่ายน้ำส่วนตัวให้พวกมันลงไปแหวกว่ายคลายร้อน

ตัดกลับมาที่ชาวฝรั่งเศส ข่าวรายงานว่าหลายคนทนร้อนไม่ไหว ต้องพากันกระโดดลงไปเล่นน้ำในแม่น้ำแซนเพื่อประทังชีวิต จนเกิดอุบัติเหตุคนจมน้ำกว่า 700 ครั้ง และมีผู้เสียชีวิตไปแล้วราว 40 ราย



📌 [วาระแห่งชาติ: แอร์เครื่องเดียว...แต่นักการเมืองเถียงกันยับ]


ยามนี้ "การติดแอร์" ได้กลายมาเป็นข้อถกเถียงระดับมหภาคในสภา ฝ่ายหนึ่งเรียกร้องให้รัฐบาลจัดทำแผนแม่บท "เครื่องปรับอากาศแห่งชาติ" เพื่อระดมติดแอร์ให้โรงเรียน โรงพยาบาล และบ้านพักคนชราด่วนที่สุด รวมถึงเสนอให้รัฐช่วยออกเงินอุดหนุนค่าแอร์ให้ประชาชนทั้งประเทศเพื่อรักษาชีวิตคน

แต่ข้อเสนอนี้ก็โดนฝั่ง "นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม" เบรกหัวทิ่ม โดยแย้งว่า “ยิ่งเปิดแอร์ โลกก็จะยิ่งร้อน” เพราะเป็นการซ้ำเติมปัญหาโลกร้อนในระยะยาวจากการปล่อยความร้อนของคอมเพรสเซอร์และการใช้ไฟฟ้ามหาศาล ฝั่งรักษ์โลกจึงเสนอให้แก้ที่ต้นเหตุด้วยการปรับปรุงโครงสร้างอาคารให้กันความร้อน และจัด "พื้นที่เย็นส่วนกลาง" เช่น โบสถ์ หรือห้องสมุด ให้ประชาชนเข้าไปหลบตลบอบอ้าวแทน

ในขณะที่นักการเมืองยังคงเถียงกันไม่จบ ประชาชนที่ร้อนตับจะแตกพากันแห่ไปห้างสรรพสินค้า ยอมควักเงินซื้อ "แอร์เคลื่อนที่" มาตั้งเป่าแก้ขัดไปก่อน... รอดตายจากหน้าร้อนปีนี้แล้วค่อยว่ากันใหม่!!!


คุณมองวิกฤตสภาวะอากาศและตลกร้ายสะท้อนคุณภาพชีวิตครั้งนี้อย่างไร? 

ข่าวล่าสุด