🔵[ ส่องสถิติสัดส่วนการติดแอร์ในปารีส ] (ทั้งประเทศมีรวมกันเกิน 50% เล็กน้อย)
🏠 ครัวเรือนทั่วกรุงปารีส: มีแอร์แค่ 6% เท่านั้น
🏫 โรงเรียน: มีแอร์เพียง 10%
🏥 โรงพยาบาล: มีแอร์ 40% (ส่วนอีก 60% ที่เหลือ เจ้าหน้าที่ต้องช่วยคนไข้ด้วยการเอาผ้าปูเตียงไปแช่น้ำเย็นแล้วนำมาห่อตัวบรรเทาความร้อน)
🔵[ไม่ใช่ไม่อยากติด...แต่กฎระเบียบและราคาชวนถอดใจ!]
การจะติดแอร์สักเครื่องในอาคารคลาสสิกของปารีสเป็นเรื่องใหญ่มาก ด่านแรกต้องเรียกประชุมเจ้าของอสังหาริมทรัพย์เพื่อขอมติ จากนั้นต้องยื่นแผนการติดตั้งอย่างละเอียดให้สำนักงานบริหารเมืองอนุมัติ เพราะการแขวนคอมเพรสเซอร์แอร์ไว้นอกอาคารอาจทำลายทัศนียภาพอันสวยงาม ซึ่งส่วนใหญ่ "มักจะโดนปฏิเสธ"
ต่อให้เมืองอนุมัติ ค่าใช้จ่ายก็อาจทำให้หน้ามืด เพราะต้องใช้ช่างมืออาชีพที่มีใบอนุญาตเท่านั้น (คิวรอนาน 1-3 เดือน จนบางทีหมดหน้าร้อนไปก่อน) ค่าแรงติดตั้งอยู่ที่ 850 - 1,900 ยูโร บวกค่าเครื่องปรับอากาศอีก 1,000 - 2,000 ยูโร เบ็ดเสร็จต้องจ่ายราว 1,850 - 3,900 ยูโร (ประมาณ 72,000 - 150,000 บาท) ในขณะที่ชาวฝรั่งเศสมีเงินเดือนเฉลี่ยอยู่ที่ 2,550 - 3,000 ยูโรต่อเดือน พูดง่ายๆ คือค่าติดแอร์เครื่องเดียว แพงกว่าเงินเดือนทั้งเดือนด้วยซ้ำ!
🐷 [ตัดภาพไปที่เจียงซี: เมื่อชีวิตหมูจีน หรูกว่าคนยุโรป]
ความอัดอั้นนี้ทำให้ชาวฝรั่งเศสเริ่มโอดครวญผ่านโซเชียลมีเดีย หลังคอนเทนต์ครีเอเตอร์ชาวจีนในโต่วอิน (Douyin) ที่มีผู้ติดตามกว่า 1.1 ล้านคน ได้โพสต์คลิปรีวิวฟาร์มหมูในมณฑลเจียงซี ที่มีความเป็นอยู่เปี่ยมสุขจนมนุษย์ออฟฟิศยังต้องอิจฉา
ภายในคอกหมูถูกออกแบบระบบปิดอย่างดี ตอนกลางคืนมีไฟกะพริบสวยงาม มีการเปิดเพลงขับกล่อมเพื่อความบันเทิง เปิดแอร์ฉ่ำๆ ควบคุมอุณหภูมิไว้ที่ 26 องศาเซลเซียส แถมยังมีสระว่ายน้ำส่วนตัวให้พวกมันลงไปแหวกว่ายคลายร้อน