เนชั่นทีวี

Exclusive

ทะลุล้าน “ชัชชาติ” ฝ่าด่านวาทกรรมอากง “มัลลิกา” ยืนหนึ่งขั้วอนุรักษ์ชนะส้ม

28 มิ.ย. 2569 | ขุนน้ำหมึก

ทะลุล้าน “ชัชชาติ” ฝ่าด่านวาทกรรมอากง “มัลลิกา” ยืนหนึ่งขั้วอนุรักษ์ชนะส้ม

ล้านแต้มฝ่าวาทกรรมระบอบอากง “ชัชชาติ” ไร้เทียมทาน “ติ่ง มัลลิกา” ยืนหนึ่งปีกอนุรักษ์แซง “ดร.โจ” พรรคส้ม

ไร้เทียมทาน ชัชชาติ ชนะตามคาด ติ่ง มัลลิกา หอบแต้มอนุรักษ์แซง ดร.โจ พรรคส้มจุดไฟระบอบอากงไม่ติด

บทเรียนพรรคประชาชน ต้นปี 69 เลือก สส.แลนด์สไลด์เมืองหลวง กลางปีเลือกผู้ว่าฯ กทม. พลิกเป็นแลนด์สลบ

ผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 ผู้คนทั้งประเทศไม่ตื่นเต้นกับชัยชนะของ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ผู้สมัครอิสระ ที่จะได้บริหารเมืองหลวงสมัยที่ 2

พวกเขากลับรู้สึกทึ่งในตัวผู้สมัครอิสระ “ติ่ง” มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ลุยเดี่ยวหาเสียงปาดหน้า “ดร.โจ” ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร พรรคประชาชน แซงเข้าป้ายเป็นอันดับ 2

สัปดาห์สุดท้ายของสมรภูมิชิงเมืองหลวง “ดร.โจ” และแกนนำพรรคส้มพยายามเปิดโปง “ระบอบอากง” อย่างหนัก เช่นเดียวกับแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ที่ขึ้นเวทีหาเสียงทิ้งระเบิดล้มระบอบอากง

คำว่า “ระบอบอากง” เป็นวาทกรรมทางการเมืองที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเพื่อใช้โจมตีการบริหารงานของ “ชัชชาติ” อดีตผู้ว่าฯ กทม. และ “ต่อศักดิ์ โชติมงคล” ประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าฯ กทม.

ผู้จุดประเด็น “ระบอบอากง” คือ คริส โปตระนันทน์ สส.พรรคเศรษฐกิจ และ จิรายุ ห่วงทรัพย์ อดีต สส.กทม. เพื่อไทย ที่ชี้ว่านี่เป็นกลไกสีเทาหลังบ้านที่คอยสั่งการในศาลาว่าการ กทม.

พลันที่มีการเปิดหีบคะแนนเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. “ชัชชาติ” ทะยานขึ้นนำลิ่วทั้ง 50 เขต ตามมาด้วย “ติ่ง มัลลิกา” และ “ดร.โจ.” รั้งอันดับ 3

บทเรียนวาทกรรมอากง

สาเหตุที่คนกรุงเทพฯเทใจเลือก “ชัชชาติ” อีกครั้ง สะท้อนการเมืองท้องถิ่นใน พ.ศ.นี้ คนทุกขั้วสีไว้ใจ “ตัวบุคคล” ที่จะมาบริหาร กทม. ทั้งที่เมื่อการเลือกตั้ง สส.กทม.เมื่อต้นปีนี้ พรรคส้มแลนด์สไลด์ กวาด สส.ไป 33 ที่นั่ง

  1. แบรนด์ตัวบุคคล “ชัชชาติ” เหนือกว่าคู่แข่งทุกคน เฉพาะ “ดร.โจ” ตัวแทนพรรคส้มนั้น รสชาติปรุงจืด 
  2. คน กทม.แยกการเมืองระดับชาติกับท้องถิ่นออกจากกัน ยังมั่นใจการทำงานแบบถึงลูกถึงคนของ “ชัชชาติ” ไม่สนใจนโยบายเชิงโครงสร้างของพรรคส้ม
  3. ระบอบอากง ที่แกนนำพรรคส้มพยายามเปิดแผล “คนเบื้องหลัง” อดีตผู้ว่าฯชัชชาติ ไม่สัมฤทธิ์ผล 

ตรงกันข้ามกลายเป็นแนวร่วมมุมกลับ ส่งผลให้คนเมืองหลวงเบื่อหน่ายการหาเสียงแบบสาดโคลนทางการเมือง 

ที่สำคัญ แนวโน้มผลการเลือกตั้ง ส.ก. พรรคส้มได้ ส.ก.ไม่ตามเป้า 25 ที่นั่ง เมื่อรวมเก้าอี้ ส.ก.ของทีมคนทำงาน เพื่อไทย Life ลงตัว และผู้สมัครอิสระที่หนุน “ชัชชาติ” ก็ยังสูสีกันอยู่

จับตาบทบาทต่อศักดิ์ กุนซือทีมชัชชาติ

ชัยชนะอนุรักษ์เมืองหลวง

เมื่อครั้งนิด้าโพลเปิดผลสำรวจพบว่า “ติ่ง” มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข มีคะแนนนิยมแซง “ดร.โจ” ขึ้นเป็นอันดับ 2 เกจิการเมืองหลายคนไม่เชื่อนิด้าโพล

แรกที่ออกสตาร์ท “มัลลิกา” เป็นม้านอกสายตา ที่สื่อบางสำนักประเมินว่าเป็นเพียงไม้ประดับ เมื่อเธอเดินหน้าหาเสียงผ่านสื่อออนไลน์ ด้วยบุคลิกคนจริง ดุดัน ขายนโยบายที่จับต้องได้ ก็เรียกคะแนนนิยมขึ้นมาเรื่อยๆ 

เหนืออื่นใด “ติ่ง มัลลิกา” มีพื้นฐานจากการเป็นอินฟลูฯการเมืองที่มีเอฟซีสายอดีต กปปส. เธอจึงสร้างแบรนด์ในสนามผู้ว่าฯ กทม. ด้วยการเป็นตัวแทนกลุ่มอนุรักษนิยมเมืองหลวง 

เมื่อมัลลิกาเน้นชิงคะแนนเสียงจากกลุ่มอนุรักษนิยม ทำให้ “อนุชา บุรพชัยศรี” ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. พรรค ปชป. คะแนนนิยมร่วงไปอยู่อันดับที่ 4 ตามผลการสำรวจของทุกโพล

ความพ่ายแพ้แก่ “ชัชชาติ” คงไม่ใช่เรื่องใหญ่ของพรรคประชาชน เพราะรู้ล่วงหน้าอยู่แล้ว แต่การตกเป็นอันดับ 3 พ่าย “ติ่ง” ที่สู้แบบคนไร้พรรค ไร้ สส.กทม. คงเป็นเรื่องที่สรุปบทเรียนครั้งใหญ่

 “ติ่ง” มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข

ข่าวล่าสุด