เนชั่นทีวี

Nation Story

OPINION: เคสจริง! จาก “ปิ้งย่าง” ในเต็นท์ สู่ “สมองเสื่อม” จาก “คาร์บอนฯ”?

29 มิ.ย. 2569 | ปิยวรรณ ประเมษฐะวนิช

OPINION: เคสจริง! จาก “ปิ้งย่าง” ในเต็นท์ สู่ “สมองเสื่อม” จาก “คาร์บอนฯ”?

วันพักผ่อนที่แสนสบาย กับมื้อปิ้งย่างในเต็นท์ที่แสนอบอุ่น... ใครจะไปคิดว่าความสุขในวันนั้น จะทำให้สาวจีนคนหนึ่ง “จำทางกลับบ้านไม่ได้” หลังจากผ่านไปเพียง 1 เดือน! นี่ไม่ใช่เรื่องสมมติ แต่มันคือผลกระทบจาก “ภาวะสมองเสื่อมระยะล่าช้า” ที่เกิดจากการสูด “คาร์บอนมอนอกไซด์” เพียงไม่กี่ชั่วโมงในที่ปิด ถ้าไม่อยากเป็น...ต้องอ่านเรื่องนี้ให้จบค่ะ

วันพักผ่อนที่แสนสบาย กับมื้อปิ้งย่างในเต็นท์ที่แสนอบอุ่น... ใครจะไปคิดว่าความสุขในวันนั้น จะทำให้สาวจีนคนหนึ่ง “จำทางกลับบ้านไม่ได้” หลังจากผ่านไปเพียง 1 เดือน! นี่ไม่ใช่เรื่องสมมติ แต่มันคือผลกระทบจาก “ภาวะสมองเสื่อมระยะล่าช้า” ที่เกิดจากการสูด “คาร์บอนมอนอกไซด์” เพียงไม่กี่ชั่วโมงในที่ปิด ถ้าไม่อยากเป็น...ต้องอ่านเรื่องนี้ให้จบค่ะ

KEY

POINTS

  • หญิงชาวจีนได้รับพิษคาร์บอนมอนอกไซด์จากการปิ้งย่างในเต็นท์ที่ปิดทึบ แม้รักษาหายในตอนแรก แต่หนึ่งเดือนต่อมากลับมีอาการรุนแรงคล้ายสมองเสื่อม เช่น สูญเสียความทรงจำและควบคุมการขับถ่ายไม่ได้
  • แพทย์วินิจฉัยว่าเป็น "โรคสมองจากพิษคาร์บอนมอนอกไซด์ระยะล่าช้า" ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่เซลล์สมองยังคงถูกทำลายอย่างต่อเนื่อง แม้ผู้ป่วยจะรู้สึกว่าหายดีแล้วก็ตาม
  • ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์จากการเผาไหม้ของเตาถ่านเป็นภัยเงียบ เพราะไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ทำให้ผู้ได้รับพิษไม่รู้ตัวจนอาจหมดสติและเสียชีวิตได้
  • เป็นอุทาหรณ์เตือนให้หลีกเลี่ยงการใช้เตาถ่านปิ้งย่างในเต็นท์หรือพื้นที่ปิดที่อากาศไม่ถ่ายเท และหากเคยได้รับพิษ ควรสังเกตอาการต่อเนื่องอีกหลายสัปดาห์

ข่าวนี้ได้รับความสนใจไม่น้อยในจีน พลอยอ่านเจอเคสนี้ใน “เวยป๋อ” เรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง แล้วรู้สึกว่าคนไทยควรรู้มากๆ เพราะบ้านเราเองก็ชอบกินหมูกระทะ ปิ้งย่าง บาร์บีคิว ระหว่างไปแคมป์ปิ้งกันไม่น้อย หรือแม้กระทั่งทานกันในบ้าน หรือห้อง ที่ปิดมิดชิด ไม่มีการระบายอากาศ เสี่ยงเกิดอันตรายไม่รู้ตัว 

 

เรื่องเกิดขึ้นกับ “คุณหวง” หญิงชาวเมืองไถโจว มณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน เธอและเพื่อนๆ นัดกันไปตั้งเต็นท์กินบาร์บีคิว จุดเตาถ่าน ย่างเนื้อ ดื่มเบียร์ และเพื่อกันยุง ทุกคนจึงรูดซิปเต็นท์ปิดมิดชิด กินปิ้งย่างไปจนดึก คุณหวงเริ่มรู้สึกมึนศีรษะ ง่วงผิดปกติ คิดว่าแค่เหนื่อย จึงเอนตัวนอน

 

เช้าวันรุ่งขึ้น เพื่อนปลุกเท่าไรก็ไม่ค่อยตอบสนอง ริมฝีปากกลายเป็นสีแดงเชอร์รีผิดธรรมชาติ รีบนำส่งโรงพยาบาล และแพทย์วินิจฉัยว่า พิษจากก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ โชคดีที่ได้รับการรักษาด้วยออกซิเจนแรงดันสูงทันเวลา ไม่นานก็รู้สึกดีขึ้น พูดได้ จำคนได้ ทุกคนคิดว่าหายแล้ว

แต่เรื่องที่น่ากลัวที่สุด...เพิ่งเริ่มต้น

ประมาณ 1 เดือนหลังออกจากโรงพยาบาล คุณหวงเริ่มจำไม่ได้ว่าเพิ่งพูดอะไร เดินออกจากบ้านแล้วหาทางกลับไม่เจอ ก้าวเดินสั้นๆ กลับรู้สึกเหมือนกำลังเหยียบสำลี และหนักที่สุดคือ ควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ ครอบครัวรีบนำตัวกลับไปพบแพทย์อีกครั้ง

 

ผลวินิจฉัยคือ โรคสมองจากพิษคาร์บอนมอนอกไซด์ระยะล่าช้า หลายคนอาจสงสัยว่า...ในเมื่อฟื้นแล้ว ทำไมอาการถึงกลับมาแย่กว่าเดิม? แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู โรงพยาบาลฟื้นฟูเมืองไถโจว อธิบายว่า นี่คือความเข้าใจผิดที่พบได้บ่อยที่สุด หลายคนคิดว่า “พอรู้สึกตัวแล้วก็ปลอดภัย”

 

แต่จริงๆ แล้ว คาร์บอนมอนอกไซด์จับกับฮีโมโกลบินในเลือดได้แน่นกว่าออกซิเจนถึง 200-300 เท่า เมื่อออกซิเจนไปเลี้ยงสมองไม่พอ เซลล์ประสาทจะได้รับความเสียหาย และแม้พ้นระยะวิกฤตแล้ว กระบวนการอักเสบและการทำลายเซลล์สมองยังอาจดำเนินต่อไปอย่างเงียบๆ

ผู้ป่วยจำนวนมากจะเริ่มมีอาการในช่วง 1-2 สัปดาห์หลังจากหายดี และบางรายอาจใช้เวลานานกว่า 1 เดือนอาการที่พบได้ ได้แก่ ความจำเสื่อม สับสน จำทางไม่ได้ เดินผิดปกติ สมาธิลดลง ควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ ในรายรุนแรงอาจเป็นอัมพาต สมองเสื่อม หรือเสียชีวิตได้

.

กรณีของคุณหวงถือเป็นตัวอย่างชัดเจนว่า ภายนอกเหมือนหายแล้ว แต่สมองยังคงถูกทำลายอยู่ หลายคนชอบกินหมูกระทะ ปิ้งย่างในเต็นท์ แคมป์ปิ้งในพื้นที่ปิด หรือใช้เตาถ่านในห้องพัก รีสอร์ต หรือแม้แต่ในรถยนต์เวลาหน้าหนาว ทั้งหมดนี้มีความเสี่ยงสะสมก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์เหมือนกัน

 

ก๊าซชนิดนี้อันตรายตรงที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่มีรส จึงแทบไม่รู้ตัวว่ากำลังสูดเข้าไป อาการเริ่มต้นอาจแค่ปวดหัว มึน ง่วง คลื่นไส้ เหมือนพักผ่อนน้อยหรือเมาแอลกอฮอล์ แต่หากยังอยู่ในพื้นที่เดิม ก็อาจหมดสติและเสียชีวิตได้

 

สิ่งที่ควรจำง่ายๆ คือ อย่าใช้เตาถ่านในเต็นท์หรือพื้นที่ปิด เปิดให้อากาศถ่ายเทเสมอ หากมีอาการปวดหัว มึน ง่วงผิดปกติระหว่างปิ้งย่าง ให้รีบออกจากพื้นที่ทันที และหากเคยได้รับพิษคาร์บอนมอนอกไซด์ แม้อาการจะดีขึ้นแล้ว ก็ควรติดตามอาการต่ออีกหลายสัปดาห์ เพราะภาวะแทรกซ้อนอาจมาแบบไม่ทันตั้งตัว

 

หลายครั้ง “อันตราย” ไม่ได้เกิดตอนที่เราหมดสติ แต่อาจเกิดขึ้นหลังจากที่เราคิดว่าหายดีแล้วต่างหาก บอกเรื่องนี้ต่อเพื่อให้ทุกคนที่คุณรักปลอดภัยจากพฤติกรรมเสี่ยงใกล้ตัวที่หลายคนมองข้ามกันนะคะ.

 

อ้างอิง https://weibo.com/1734530730/R50lXyPJt

ข่าวล่าสุด