เนชั่นทีวี

ข่าว

เปิดเงินเดือน “แอร์” ยุคนางฟ้าตกสวรรค์ ต้องรับหิ้วของ?

01 ก.ค. 2569 | thunchanok_kul

เปิดเงินเดือน “แอร์” ยุคนางฟ้าตกสวรรค์ ต้องรับหิ้วของ?

เปิดตัวเลขเงินเดือนแอร์ยุค "นางฟ้าตกสวรรค์" จากอาชีพในฝันสู่ความเป็นจริงทางเศรษฐกิจ งานล้นเงินหด สู่ทางเลือกสายเสี่ยง "รับหิ้วของ" ส่องกฎเหล็กที่สายการบินปิดตาข้างหนึ่ง จนบานปลายเป็นคดีอาชญากรรมข้ามชาติ

เปิดตัวเลขเงินเดือนแอร์ยุค "นางฟ้าตกสวรรค์" จากอาชีพในฝันสู่ความเป็นจริงทางเศรษฐกิจ งานล้นเงินหด สู่ทางเลือกสายเสี่ยง "รับหิ้วของ" ส่องกฎเหล็กที่สายการบินปิดตาข้างหนึ่ง จนบานปลายเป็นคดีอาชญากรรมข้ามชาติ

KEY

POINTS

  • เปิดเงินเดือนแอร์ยุคปัจจุบันเริ่มต้นแค่ 15,000 บาท: ธุรกิจสายการบินแข่งเดือดหั่นงบ เซฟต้นทุน ปรับระบบคิดเงินจากราย "แลนดิ้ง" เหลือจ่ายรายชั่วโมงเฉลี่ย 500 บาท บินในประเทศได้แค่ 3 หมื่น
  • เผยทางรอดสายหิ้ว 3 ระดับ จากแหนมเนืองยันแบรนด์เนมหนีภาษี: ลูกเรือบางส่วนใช้ช่องว่างการบินรับงานเสริมเพื่อพยุงค่าครองชีพและภาพลักษณ์หรูหรา แม้รู้ว่าเสี่ยงโดนโทษทางวินัย
  • แอร์รุ่นใหญ่ชี้ ปัญหาบานปลายเพราะหัวหน้า "ปิดตาข้างหนึ่ง": ยันทุกสายการบินมีกฎเหล็กห้ามหิ้วของเด็ดขาด แต่ที่ผ่านมามักอะลุ่มอล่วยจนกลายเป็นช่องโหว่ให้เครือข่ายยาเสพติดใช้เงินล่อซื้ออนาคต

1 กรกฎาคม 2569 จากอาชีพในฝันสู่ความเป็นจริงทางเศรษฐกิจ เจาะโครงสร้างเงินเดือนแอร์โฮสเตสยุคดิจิทัล หลังสายการบินแห่ลดต้นทุนทำรายได้หดหายจากหลักแสนในอดีต เหลือเฉลี่ยเริ่มต้นเพียง 30,000 บาท 

พร้อมเปิด 3 ช่องทางหารายได้เสริมยอดฮิต “หิ้วของกินถิ่นดัง-แบรนด์เนม-สินค้าปลอดภาษี” ส่องกฎเหล็กที่สายการบินมักหลับตาข้างหนึ่งจนบานปลายเป็นคดีอาชญากรรมข้ามชาติ

จากกรณี “แอร์สาวหิ้วยาเข้าออสเตรเลีย” ไม่ว่าจะอ้างว่า “มันคือแป้ง” หรือไม่ แต่งานนี้ก็มีคนเห็นใจ และพยายามหาคำอธิบายว่า อาจเป็นเพราะรายได้ไม่ดีเหมือนอดีต ทำให้ต้องหารายได้เสริม และบางคนก็เลือกเส้นทางเสี่ยงต่อคุกตะราง 

(แฟ้มภาพ)

"อาชีพแอร์โฮสเตส" ในอดีตเคยเป็นอาชีพในฝันของสาวไทย ไม่แพ้นางงาม เพราะนอกจากจะการันตีความงามระดับเป็นดาราได้แล้ว รายได้ยังงามด้วย

  • สมัยก่อนเงินเดือนไม่มาก แต่รายได้จากการบิน มากจริงๆ รวมๆ แล้วเดือนหนึ่งหลักแสนบาททุกคน 
  • ยิ่งขยันบินบ่อย แลกบินกับเพื่อน เพื่อให้ตัวเองได้บินไปไฟลต์ไกลๆ ยอมสแตนบาย ไม่ยอมหยุด ยิ่งได้เงินเยอะ แม้แต่สแตนบายรออยู่บ้าน ก็ได้เงิน (เพราะถือว่าไม่ได้ไปเที่ยวหรือไปพัก ต้องรอเรียกไปแทนคนลา หรือคนที่มีอุบัติเหตุ) 
  • เวลาบินไปไกลๆ ไปเมืองในฝันของคนอยากเที่ยว เช่น ปารีส ลอนดอน เมื่อก่อนไฟลต์บินน้อย บินไปถึงก็ต้องอยู่รอ 2-3 วันถึงจะได้กลับ วันที่ต้องรอไฟลต์กลับ ก็ได้ท่องเที่ยวในเมืองที่เมื่อก่อนไปยาก แต่คนเป็นแอร์ได้ไปจนเบื่อ

ทั้งหมดทำให้อาชีพนี้ไม่ต่างจากนางฟ้า เพราะทำงานบนฟ้าด้วย เรียกว่า งานดี เงินดี ได้เที่ยวต่างประเทศ ครบเครื่อง 

แต่ปัจจุบันธุรกิจการบินเปลี่ยนไป การแข่งขันมาก ไฟลต์บินมีมาก สายการบินก็เยอะ แถมมี “โลว์คอสต์แอร์ไลน์” หรือสายการบินต้นทุนต่ำ ทำให้อาชีพนางฟ้า เริ่มแปรเปลี่ยนเป็น “บริกรบนเครื่องบิน” งานหนัก บินถี่ บินใกล้ บินไปแล้วต้องกลับเลย ไม่ได้เที่ยว ไม่ได้พัก เงินก็น้อย สายการบินพากันหั่นเงินเดือนพนักงาน โดยเฉพาะพนักงานต้อนรับบนเครื่อง เพื่อลดต้นทุนสู้กับภาวะเศรษฐกิจ 

เรื่อง “เงินเดือนน้อย” หลายคนไม่อยากจะเชื่อ ทีมข่าวเนชั่นฯ ตรวจสอบกับแหล่งข่าวในวงการการบิน ก็พบว่าฐานเงินเดือนและรายได้รวมของแอร์โฮสเตส รวมไปถึงสจ๊วตด้วย ลดน้อยลงกว่าในอดีตจริงๆ 

จากข้อมูลที่สอบถามมา พบว่า แอร์ 1 คน จะได้ “เงินเดือนฐาน” หรือ base salary ไม่เท่ากันในแต่ละสายการบิน แต่ภาพรวมคือ “ไม่สูง” หากเป็นโลว์คอสต์แอร์ไลน์ เงินเดือนฐานเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 15,000 บาทเท่านั้น

แต่นั่นไม่ใช่รายได้รวม เพราะรายได้ที่แอร์ 1 คนได้รับจริง จะสูงกว่ายอดนี้พอสมควร โดยแหล่งรายได้มาจาก 2 ส่วนหลัก คือ 
1.ค่าชั่วโมงบิน หรือ Flight Hour Pay คำนวณตามจำนวนชั่วโมงที่ปฏิบัติหน้าที่จริงบนเครื่องบิน (ในอดีตเรียกเป็น “แลนด์” กล่าวคือ แลนดิ้ง 1 ครั้ง จ่ายเท่าไร เช่น 2,000 บาท บินไปภูเก็ต ไปกลับกรุงเทพฯ 1 รอบ เครื่องลง หรือ แลนดิ้ง 2  ครั้ง ก็ได้ 4 พันบาท วันหนึ่งเขาบินกัน 4 แลนด์ ก็จะได้ 8 พัน) 

แต่ปัจจุบัน อัตรานี้เปลี่ยนไป  คิดเป็น Flight Hour Pay โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 500 บาทต่อชั่วโมง 

2.เบี้ยเลี้ยง หรือ Per Diem ที่จ่ายให้ตามรอบบิน และเที่ยวบิน โดยเฉพาะเที่ยวบินต่างประเทศ ซึ่งอัตราของแต่ละสายการบินไม่เท่านั้น 

เมื่อรวมรายได้ทั้งสองส่วนเข้ากับเงินเดือนฐานแล้ว รายได้เฉลี่ยต่อเดือนของแอร์โฮสเตสจะอยู่ที่ประมาณ 30,000 บาทขึ้นไป กรณีบินเฉพาะในประเทศ เพราะค่า Per Diem จะต่ำ แต่ถ้าบินไปต่างประเทศบ่อยๆ ก็จะมีรายได้สูงกว่านี้ ราวๆ 70,000 บาท 

ตัวเลขนี้หากเทียบกับอาชีพอื่น ก็ถือว่าสูง แต่สำหรับอาชีพที่เคยได้รับการยกย่องว่าเป็น “นางฟ้า” ก็ต้องบอกว่า ไม่ใช่ตัวเลขในฝัน เพราะในอดีต 10-20 ปีก่อน เขาได้กันหลักแสน 

เมื่อรายได้ลด หรือไม่มากอย่างที่หลายคนคิด แต่บางคนยังต้องอยู่ในโลกของความหรูหรา เฉิดฉาย หลายคนจึงต้องหาอาชีพเสริม 

  • รับหิ้วของเข้า-ออกประเทศ หรือหิ้วของในประเทศ เช่น อาหารร้านดังของแต่ละจังหวัดที่วางขายตามสนามบิน หรือสั่งให้คนมารอส่งได้ อย่างแหนมเนืองอุดรฯ ลูกชิ้นปลาภูเก็ต มะม่วงเบาหาดใหญ่ 
  • อาศัยบินบ่อย จึงสร้างรายได้เพิ่มด้วยการขนของใหญ่ขึ้น แพงขึ้น อย่างพวกเครื่องสำอาง กระเป๋าแบรนด์เนม 
  • หนักกว่านั้นคือ รับหิ้วของ duty free เอาเข้ามาขาย อาศัยช่องว่างทางกฎหมาย เดินทางออกนอกประเทศ ซื้อของไม่มีภาษี แล้วเอากลับเข้ามาขายผ่านช่องทางต่างๆ 

อย่างไรก็ดี จากการสอบถามแอร์โฮสเตสรุ่นใหญ่ ซึ่งผ่านงานนางฟ้ามาหลายยุค ยืนยันว่า ข้ออ้างพวกนี้ฟังไม่ขึ้น เพราะทุกสายการบินมีกฎเหล็กเข้ม “ห้ามหิ้วของ” ไม่ว่าจะรับจ้างหิ้ว หรือหิ้วของตัวเอง หากถูกจับได้จะมีโทษ แต่ที่ผ่านมา อาจจะต่างคนต่างทำ ก็ไม่ฟ้อง ไม่แกล้งกัน หัวหน้าบางคนก็ปิดตาข้างหนึ่ง อาจต้องการช่วยผู้ใต้บังคับบัญชาที่สนิทกัน จนปัญหาบานปลาย

ข่าวล่าสุด