เนชั่นทีวี

Nation Story

STORY: ครั้งแรกในรอบหลายสิบปี! "รัดเกล้าเพชรรัศมีสุริยะ" พระราชมรดก ร.5 ส่องประกายอีกครั้ง เมื่อสมเด็จพระบรมราชินีสวมออกงานพระราชพิธีระดับโลก

01 พ.ค. 2569

STORY: ครั้งแรกในรอบหลายสิบปี! "รัดเกล้าเพชรรัศมีสุริยะ" พระราชมรดก ร.5 ส่องประกายอีกครั้ง เมื่อสมเด็จพระบรมราชินีสวมออกงานพระราชพิธีระดับโลก

เทียร่าที่หายไปจากสายตาโลกนานหลายสิบปี... ทำไมถึงถูกเลือกให้ปรากฏ ณ เวทีนี้ และมันเล่าเรื่องอะไรเกี่ยวกับราชวงศ์จักรีที่คนไทยอาจไม่เคยรู้?

ในค่ำคืนของวันที่ 30 เมษายน 2569 ณ งานเลี้ยงพระกระยาหารค่ำ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีฉลองพระชนมายุ 80 พรรษา สมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ล ที่ 16 กุสตาฟ แห่งสวีเดน สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเคียงข้างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมทรงสวม "รัดเกล้าเพชรรัศมีสุริยะ" หรือที่รู้จักในชื่อสากลว่า Fringe Tiara บนพระเศียร

นี่คือครั้งแรกของพระองค์ที่ทรงสวมเทียร่าออกงานในเวทีระดับโลก และเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปีที่เครื่องศิราภรณ์ประวัติศาสตร์ชิ้นนี้ปรากฏต่อสายตาสาธารณชนและสื่อมวลชนนานาชาติอีกครั้ง

แล้วเทียร่าองค์นี้มาจากไหน? ทำไมถึงพิเศษกว่ามงกุฎเพชรทั่วไป?



🔵 [ต้นกำเนิด: จากห้องหับของหญิงสูงศักดิ์รัสเซีย สู่ราชสำนักสยาม]


ย้อนกลับไปในยุครัชกาลที่ 5 เมื่อ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสยุโรป พระองค์ทรงพบกับเครื่องประดับศีรษะรูปแบบหนึ่งที่กำลังเป็นที่นิยมในหมู่สตรีชั้นสูงชาวรัสเซีย เรียกว่า "โคโคชนิก" (Kokoshnik) และได้รับความนิยมแพร่หลายไปทั่วยุโรป

พระองค์ทรงเลือกซื้อเทียร่าองค์นี้เพื่อ พระราชทานแก่สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการเดินทางอันยาวนานของ "รัดเกล้าเพชรรัศมีสุริยะ" สู่ราชสำนักสยาม

เอกลักษณ์ที่ทำให้เทียร่าองค์นี้ต่างจากเครื่องประดับทั่วไปคือ ลักษณะของเพชรที่เรียงตัวเป็นแฉกแหลม เปรียบดั่งรัศมีของดวงอาทิตย์ และความสามารถพิเศษที่ สามารถแปลงรูปเป็นสร้อยพระศอ ได้อีกด้วย — ความอเนกประสงค์ที่หาได้ยากยิ่งในงานหัตถศิลป์ระดับราชวงศ์

🔵 [6 รัชสมัย 5 พระองค์ ที่เคยสวมมรดกชิ้นนี้]


ตลอดระยะเวลากว่า 100 ปี รัดเกล้าเพชรรัศมีสุริยะถูกส่งต่อในฐานะ พระราชมรดกอันล้ำค่าของราชวงศ์จักรี ผ่านพระองค์หญิงผู้ทรงเกียรติมาแล้วถึง 5 พระองค์:

  •  สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ — ผู้ได้รับพระราชทานครั้งแรก ยุค ร.5
  •  สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี — ทรงสวมในพระราชพิธีสถาปนาพระองค์เอง เมื่อ 25 กุมภาพันธ์ 2468 จาก "หม่อมเจ้ารำไพพรรณี" สู่พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7
  •  สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี กรมพระนครปฐมบรมขัตติยานี มหาธีรราชธิดา
  •  สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
  •  สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี — ในวันนี้


แต่ละพระองค์ล้วนทรงสวมเทียร่าองค์นี้ในช่วงเวลาสำคัญของประวัติศาสตร์ เสมือนสัญลักษณ์ที่ถ่ายทอดพระบารมีและความต่อเนื่องของราชวงศ์



🔵 [ความหมายที่ซ่อนอยู่ในยอดพระเศียร]


การเลือกสวม "รัดเกล้าเพชรรัศมีสุริยะ" ในวาระนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

หากย้อนกลับไปเมื่อปี 2546 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเทียร่าองค์นี้ในงานเลี้ยงพระกระยาหารค่ำ ที่สมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ล ที่ 16 กุสตาฟ และสมเด็จพระราชินีซิลเวีย แห่งสวีเดน ทรงจัดถวาย ณ พระที่นั่งวิมานเมฆ และอีก 23 ปีต่อมา เทียร่าองค์นี้ก็ปรากฏต่อหน้าพระพักตร์อีกครั้ง

การปรากฏตัวของเทียร่าในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ตอกย้ำพระบารมีของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี บนเวทีสายตานานาชาติ แต่ยังส่งสาส์นที่ลึกซึ้งยิ่งกว่า นั่นคือความภาคภูมิใจในมรดกทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของราชวงศ์จักรี ที่สืบทอดมากว่าศตวรรษ

"เทียร่าที่ดีที่สุดคือเทียร่าที่มีเรื่องเล่า" — และไม่มีเรื่องเล่าใดที่ยิ่งใหญ่ไปกว่ามรดกจาก 6 รัชสมัยแห่งราชวงศ์จักรี


🔵 [มองไปข้างหน้า: รัศมีที่จะส่องต่อไป]


ในยุคที่โลกติดตามทุกย่างพระบาทของราชวงศ์ไทยอย่างใกล้ชิด การปรากฏตัวของ "รัดเกล้าเพชรรัศมีสุริยะ" ครั้งนี้คือบทพิสูจน์ว่า ประวัติศาสตร์ไม่เคยตาย — มันเพียงรอเวลาที่เหมาะสมเพื่อส่องประกายอีกครั้ง

และในยามที่แสงเพชรกว่าร้อยปีส่องประกายบนเวทีระดับโลก คำถามที่น่าคิดต่อคือ...

มรดกของชาติที่มีค่าที่สุด คืออะไร? และเราในฐานะคนรุ่นปัจจุบัน จะช่วยกันดูแลและส่งต่อมันอย่างไรให้ยั่งยืน?