เนชั่นทีวี

Nation Story

STORY : เมื่อ ‘ขยะ’ ถูกชุบชีวิตเป็น ‘ขุมทรัพย์’: เจาะเส้นทางสินค้ามือสองญี่ปุ่น สมรภูมิการค้าที่เปลี่ยนของเหลือทิ้งให้เป็นเม็ดเงิน

21 มิ.ย. 2569 | NATESAIY

STORY : เมื่อ ‘ขยะ’ ถูกชุบชีวิตเป็น ‘ขุมทรัพย์’: เจาะเส้นทางสินค้ามือสองญี่ปุ่น สมรภูมิการค้าที่เปลี่ยนของเหลือทิ้งให้เป็นเม็ดเงิน

นาทีนี้ไม่มีอะไรฮอตไปกว่าโมเดล "โกดังสินค้ามือสองจากญี่ปุ่น" ที่กำลังเฟื่องฟูและขยายตัวอย่างร้อนแรงในภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะในประเทศไทยที่ทำเอาชาวญี่ปุ่นถึงกับทึ่ง เมื่อพบว่าสิ่งของเหลือทิ้งภายในบ้านที่พวกเขาคัดทิ้งไปแล้ว สามารถถูกชุบชีวิตและนำมาสร้างรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำในบ้านเรา

นาทีนี้ไม่มีอะไรฮอตไปกว่าโมเดล "โกดังสินค้ามือสองจากญี่ปุ่น" ที่กำลังเฟื่องฟูและขยายตัวอย่างร้อนแรงในภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะในประเทศไทยที่ทำเอาชาวญี่ปุ่นถึงกับทึ่ง เมื่อพบว่าสิ่งของเหลือทิ้งภายในบ้านที่พวกเขาคัดทิ้งไปแล้ว สามารถถูกชุบชีวิตและนำมาสร้างรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำในบ้านเรา

KEY

POINTS

  • ขุมทรัพย์ติดล้อ "โกดังสินค้ามือสองญี่ปุ่น" บุกไทย: เจาะลึกเมกะเทรนด์ เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เมื่อทุนใหญ่แดนปลาดิบผนึกกำลังขนส่งออก สินค้ามือสองจากญี่ปุ่น ข้ามชาติมาปักหมุดเปิดตลาดในไทยอย่างร้อนแรง จนกลายเป็นสมรภูมิธุรกิจพันล้านที่ผู้คนแย่งชิงกันตาแตก—แต่คุณรู้หรือไม่ว่า มี "สินค้าลับ" บางประเภทที่คนไทยยอมทุ่มเงินแสนเพื่อประมูลแย่งชิง ทั้งที่คนญี่ปุ่นคัดทิ้งเพราะมองว่าเป็นแค่ขยะ?
  • เกมของคนตาถึง ชุบชีวิตขยะเป็นเม็ดเงิน: เปิดโมเดลธุรกิจค้าส่งสุดแปลกปลุกกระแส ร้านของมือสอง ยุคเงินเฟ้อ ที่เปลี่ยนของเหลือใช้สภาพดี ทั้งเสื้อผ้า เครื่องใช้ในบ้าน และโมเดลของเล่น ให้กลายเป็นทองคำในพริบตา—ทว่าในบรรดาสินค้านับล้านชิ้น มี "สัญลักษณ์ลับ" หรือจุดสังเกตตรงไหนบ้าง ที่จะคัดกรองว่าชิ้นไหนคือแบรนด์เนมของแท้ราคาหลักร้อย หรือเป็นแค่ขยะพลาสติกไร้ราคา?
  • เบื้องหลังสีสันสดใส กับวิกฤตขยะแดนปลาดิบ: สะท้อนภาพความจริงอีกด้านของสังคมญี่ปุ่นที่เผชิญวิกฤต ขยะสิ่งทอ และเสื้อผ้าใหม่กว่า 70% ที่ต้องถูกเผาทำลายในแต่ละปี จนนำมาสู่โครงการรีไซเคิลยักษ์ใหญ่ร่วมกับร้านสะดวกซื้อชื่อดัง—แต่เบื้องลึกเบื้องหลัง เส้นทางการเดินทางของ "สินค้ามือสอง" เหล่านี้ มีการปนเปื้อนหรือมีสิ่งไม่พึงประสงค์ใดแฝงอยู่ก่อนจะถึงมือคนไทยหรือไม่ และใครกันแน่คือ "ผู้ชนะ" ที่แท้จริงในเกมการค้านี้?

ภาพความคึกคักของฝูงชนที่หลั่งไหลเข้าสู่โกดังขนาดใหญ่ย่านชานเมืองเพื่อจับจองสินค้าสารพัดนึก ตั้งแต่เครื่องใช้ในบ้าน เสื้อผ้า จักรยาน กระดานโต้คลื่น เครื่องแก้ว เครื่องกระเบื้อง ไปจนถึงกระเป๋าแบรนด์เนมสภาพดี ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของการซื้อมาขายไปทั่วไป แต่คือภาพสะท้อนที่เป็นรูปธรรมที่สุดของแนวคิด "เศรษฐกิจหมุนเวียน" (Circular Economy) ที่กำลังขับเคลื่อนและเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคของคนไทยอย่างแท้จริง

 

🔵 [เหตุผลเบื้องหลังความนิยมของสินค้ามือสองญี่ปุ่น] 

 

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดสินค้ามือสองจากประเทศญี่ปุ่นได้รับความไว้วางใจอย่างสูงในกลุ่มผู้บริโภคชาวไทย คือมาตรฐานการดูแลรักษาและความประณีตของตัววัสดุ โดยเจ้าของร้านพวงกุญแจออนไลน์ที่เปิดขายบนเพจเฟซบุ๊กได้สะท้อนมุมมองว่า สิ่งที่เจ้าของเดิมในญี่ปุ่นคิดว่าเป็นขยะ แท้จริงแล้วอาจยังมีประโยชน์และเป็นที่ต้องการอย่างมากในประเทศไทย บรรยากาศของการยื้อแย่งสินค้าสภาพดี มีแบรนด์ หรือนำเทรนด์ จึงเต็มไปด้วยความคึกคักและเสียงชี้จับจองในขณะที่ตัวผู้ซื้อยังก้าวไปไม่ถึงตัวสินค้าด้วยซ้ำ 

 

ภายในโกดังจะมีสินค้าใหม่ๆ หมุนเวียนเข้ามาอย่างต่อเนื่องจนละลานตา ตั้งแต่ของเล่นสีสันสดใส หุ่นยนต์กันดั้ม (Gundam) ยอดนิยม ชามเซรามิก สร้อยคอลูกปัด ไปจนถึงร่มพับทั่วไป แนวคิดเรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียนซึ่งเกี่ยวข้องกับการรีไซเคิลและการนำผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่แล้วกลับมาใช้ใหม่ ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

โดยรายงานของสถาบันวิจัย Circle Economy Foundation ณ กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ในปี 2024 ระบุชัดเจนว่านี่คือหนึ่งใน "เมกะเทรนด์" (Megatrend) ของโลกยุคปัจจุบัน

 

🔵 [โมเดลธุรกิจข้ามชาติ: จากทุนใหญ่สู่ผู้ประกอบการรายย่อย]

 

ในประเทศญี่ปุ่น ตลาดสินค้ามือสองที่กำลังเฟื่องฟูมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าตัวตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นมา ตามข้อมูลจากหน่วยงานวิจัยตลาด Kadence International ส่งผลให้บริษัทผู้จำหน่ายสินค้าเหล่านี้หลายแห่งตัดสินใจขยายธุรกิจไปทั่วภูมิภาคเอเชีย ตัวอย่างเช่น Treasure Factory ผู้ประกอบการร้านขายของมือสองในโตเกียว ที่ปัจจุบันเข้ามาปักหมุดขยายสาขาในประเทศไทยแล้วถึง 6 แห่ง และในไต้หวันอีก 3 แห่ง 

 

ขณะที่ยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมสินค้ามือสองอย่าง Bookoff ได้ร่วมมือกับเครือร้านสะดวกซื้อ FamilyMart ในเดือนเมษายน เพื่อรวบรวมสินค้าที่ไม่ต้องการจากร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศญี่ปุ่น แล้วส่งออกไปยังสาขาต่างประเทศที่มีมากถึง 26 แห่ง ทั้งในมาเลเซียและคาซัคสถาน 

ในส่วนของกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กก็เติบโตอย่างแข็งแกร่งเช่นกัน ในการประมูลสินค้าใกล้กรุงโตเกียว มีผู้ประกอบการชาวไทยรายหนึ่งเข้าร่วมประมูลตุ๊กตาไปเป็นจำนวนมาก ซึ่งถือเป็นสินค้าสำคัญในธุรกิจขายสินค้ามือสองของญี่ปุ่นที่ทำกำไรได้ดีในประเทศไทย โดยเธอยอมใช้เงินไปถึง 340,000 เยน หรือเกือบ 70,000 บาท สำหรับตุ๊กตาน้ำหนัก 100 กิโลกรัม เพื่อเดินทางต่อไปยังโกดังในกรุงเทพฯ พร้อมกับกระเป๋าและของเล่นชิ้นอื่นๆ

 

🔵 [เกมของผู้ชนะ และวิกฤตขยะสิ่งทอในสังคมญี่ปุ่น]

 

ณ เมืองไซตามะ ทางตอนเหนือของโตเกียว ซึ่งเป็นแหล่งจัดงานประมูลประจำสัปดาห์ของบริษัท Hamaya พบข้อมูลว่าเมื่อสิ้นสุดวัน สินค้าส่วนใหญ่จะถูกประมูลจนหมดเกลี้ยง โดยมีสัดส่วนผู้ประมูลเป็นชาวต่างชาติถึง 1 ใน 3 อิปเปอิ โคบายาชิ ประธานบริษัท Hamaya ระบุข้อเท็จจริงว่า การขายสินค้ามือสองภายในญี่ปุ่นเองนั้นเริ่มทำได้ยากหากสินค้านั้นมีอายุมากกว่า 7 ปี แต่สินค้าเหล่านั้นกลับยังคงได้รับความนิยมอย่างสูงในตลาดต่างประเทศ 

 

เมื่อสินค้าเหล่านี้เข้าไปอยู่ในโกดังต่างประเทศ โดยเฉพาะแถบชานเมืองกรุงเทพฯ สินค้าบางชิ้นดูเหมือนใหม่เอี่ยมและยังคงมีพลาสติกห่อหุ้มอยู่ครบถ้วน จนผู้ซื้อต่างระบุว่าธุรกิจนี้เปรียบเสมือนเกมของผู้ชนะ ที่คนตาถึงและมองเห็นคุณภาพของสินค้าได้ดีเท่านั้นจึงจะได้สิ่งที่ดีที่สุดไปครอง ซึ่งเทรนด์การส่งออกนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ตุ๊กตาหมีหรือเสื้อผ้ามือสอง เพราะในปีที่ผ่านมามีการส่งออกรถยนต์มือสองคุณภาพสูงจากญี่ปุ่นไปทั่วโลกมากถึง 1.7 ล้านคัน โดยกระจายไปตั้งแต่ตะวันออกกลาง แอฟริกา ไปจนถึงยุโรป 

 

อีกด้านหนึ่ง รายงานเมื่อปี 2024 ของมูลนิธิเศรษฐกิจหมุนเวียนระบุว่า เศรษฐกิจหมุนเวียนทั่วโลกยังคงมีแนวโน้มลดลง จากการที่เศรษฐกิจโลกใช้ทรัพยากรไปเกือบเท่ากับที่ใช้ไปตลอดทั้งศตวรรษที่ 20 ในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา สอดคล้องกับการศึกษาของกระทรวงสิ่งแวดล้อมญี่ปุ่นที่พบว่า ในแต่ละปีคนญี่ปุ่นซื้อเสื้อผ้าใหม่รวมกันกว่า 820,000 ตัน แต่เสื้อผ้าจำนวนมากถึงร้อยละ 70 กลับต้องจบลงด้วยการถูกนำไปเผาทำลายในที่สุด

 

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้นักวิเคราะห์และผู้นำในอุตสาหกรรมมองเห็นศักยภาพในการส่งต่อสินค้าใช้แล้วไปยังประเทศอื่นๆ โดย มาซาชิ มัตสึยามะ จากบริษัท Itochu Corporation ซึ่งเป็นบริษัทค้าส่งรายใหญ่ที่เป็นเจ้าของเครือร้าน FamilyMart และทำงานร่วมกับ Bookoff กล่าวว่า การตระหนักรู้ที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการบริโภคอย่างมีจริยธรรม ประกอบกับภาวะเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น ได้ผลักดันให้ผู้คนหันมาใช้ผลิตภัณฑ์รีไซเคิลที่มีราคาสมเหตุสมผลมากขึ้น 

 

ทั้งสองบริษัทคาดหวังว่าโครงการนำร่องในโตเกียว ที่อนุญาตให้ผู้คนนำสิ่งของที่ไม่ต้องการไปทิ้งไว้ในกล่องภายในร้าน FamilyMart จะช่วยโน้มน้าวให้คนญี่ปุ่นรีไซเคิลมากขึ้นโดยลดความยุ่งยากลง ขณะที่ ยูทากะ โอกุจิ นักวิจัยจาก NLI Research Institute ยืนยันว่าโครงการริเริ่มนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง และการลดอุปสรรคเชิงระบบลงคือหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้คนส่วนใหญ่เข้าร่วมขยายวงกว้างขึ้น

 

🔵 [บทสรุป: คุณค่าใหม่ในโลกแห่งการหมุนเวียนทรัพยากร]

 

การเติบโตอย่างต่อเนื่องของโกดังสินค้ามือสองญี่ปุ่นในประเทศไทย เป็นเครื่องพิสูจน์ที่ชัดเจนว่าแนวคิดการบริโภคของคนยุคใหม่กำลังเปลี่ยนผ่านจากการซื้อของใหม่ตามกระแสนิยม ไปสู่การมองหาคุณค่าที่แท้จริงของวัสดุและการใช้งาน 

 

การชุบชีวิตสิ่งของที่ถูกนิยามว่าเป็นขยะให้กลับมาทำหน้าที่ของมันอีกครั้ง ไม่เพียงแต่ช่วยลดปริมาณการเผาทำลายและลดการใช้ทรัพยากรโลกอย่างสิ้นเปลือง แต่ยังสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและอาชีพใหม่ๆ ให้กับผู้คนอีกมากมาย ปรากฏการณ์นี้จึงเป็นหมุดหมายสำคัญที่เตือนใจสังคมว่า สิ่งของทุกชิ้นบนโลกใบนี้ล้วนมีคุณค่าในตัวเองเสมอ ขึ้นอยู่กับความชาญฉลาดในการจัดวางมันไว้ในพื้นที่ที่เหมาะสมเพื่อประโยชน์สูงสุดของทั้งมนุษยชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนนับจากนี้เป็นต้นไป

ข่าวล่าสุด