เนชั่นทีวี

ข่าว

สรุปสถานการณ์สหรัฐฯ-อิหร่านรอบวัน: บรรลุโรดแมป 60 วัน ลุ้นดับไฟเลบานอน-เปิดช่องแคบฮอร์มุซ

22 มิ.ย. 2569 | apirak_pra

สรุปสถานการณ์สหรัฐฯ-อิหร่านรอบวัน: บรรลุโรดแมป 60 วัน ลุ้นดับไฟเลบานอน-เปิดช่องแคบฮอร์มุซ

เกาะติดความเคลื่อนไหววิกฤตการณ์ตะวันออกกลางรอบวัน หลังการเจรจาระดับสูงนัดประวัติศาสตร์วันแรก ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ปิดฉากลงด้วยความคืบหน้าครั้งสำคัญ สหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลง "โรดแมป 60 วัน" มุ่งสู่สันติภาพ พร้อมตั้งทีมคุมเหตุรุนแรงในเลบานอน ท่ามกลางดราม่าคำขู่ของโดนัลด์ ทรัมป์ และการสั่งปิดน่านน้ำเชิงยุทธศาสตร์

เกาะติดความเคลื่อนไหววิกฤตการณ์ตะวันออกกลางรอบวัน หลังการเจรจาระดับสูงนัดประวัติศาสตร์วันแรก ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ปิดฉากลงด้วยความคืบหน้าครั้งสำคัญ สหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลง "โรดแมป 60 วัน" มุ่งสู่สันติภาพ พร้อมตั้งทีมคุมเหตุรุนแรงในเลบานอน ท่ามกลางดราม่าคำขู่ของโดนัลด์ ทรัมป์ และการสั่งปิดน่านน้ำเชิงยุทธศาสตร์

KEY

POINTS

  • สหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลง "โรดแมป 60 วัน" ในการเจรจาที่สวิตเซอร์แลนด์ เพื่อมุ่งสู่ข้อตกลงสันติภาพฉบับสมบูรณ์
  • มีการจัดตั้งหน่วยประสานงานร่วมเพื่อยุติปฏิบัติการทางทหารในเลบานอน แต่ยังเผชิญอุปสรรคจากอิสราเอลที่ยืนยันไม่ถอนทหาร
  • อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซเพื่อตอบโต้ข้อพิพาท ส่งผลให้การเดินเรือลดลงอย่างมาก ขณะที่การเจรจามุ่งหาทางเปิดเส้นทางเดินเรืออีกครั้ง
  • สหรัฐฯ ยอมผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรบางส่วน เปิดทางให้อิหร่านกลับมาส่งออกน้ำมันและทยอยปลดล็อกทรัพย์สินที่ถูกอายัด

สถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางกำลังเกิดจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญบนเวทีการทูตโลก หลังเสร็จสิ้นการประชุมระดับสูงวันแรก ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยการเจรจาภายใต้การผลักดันของตัวกลางสามารถบรรลุข้อตกลงกรอบระยะเวลา 60 วัน เพื่อมุ่งหน้าสู่การเซ็นสัญญาข้อตกลงสันติภาพฉบับสมบูรณ์ พร้อมทั้งมีการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจให้แก่อิหร่านบางส่วน แลกกับการจัดตั้งหน่วยประสานงานเพื่อยุติปฏิบัติการทางทหารในเลบานอน

อย่างไรก็ตาม บรรยากาศในพื้นที่จริงยังคงเผชิญความท้าทายอย่างหนัก ทั้งจากนโยบายของอิสราเอลที่ยืนยันจะไม่ถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่ยึดครอง และสถิติการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่ทรุดฮวบลงอย่างน่ากลัวหลังอิหร่านปิดน่านน้ำ

 

1. บรรลุข้อตกลงประวัติศาสตร์: กาง "โรดแมป 60 วัน" สู่ดีลสันติภาพฉบับสมบูรณ์

เกิดความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ในวงการทูตโลก หลังการเจรจาระดับสูงนัดประวัติศาสตร์วันแรก ณ เมืองเบอร์เกนสต็อก (Burgenstock) และเมืองลูเซิร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ปิดฉากลงด้วยความสำเร็จก้าวสำคัญ โดยมีประเทศปากีสถานและกาตาร์ทำหน้าที่เป็นตัวกลาง (Mediators) นำโดย รองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ ฝั่งสหรัฐฯ และ ประธานสภาผู้แทนราษฎร โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ พร้อมกระทรวงการต่างประเทศของทั้งสองฝ่าย

แถลงการณ์ร่วมระบุว่า ทั้งสองฝ่ายได้บรรลุข้อตกลงร่วมกันในการกำหนด "โรดแมป (Roadmap) 60 วัน" เพื่อก้าวไปสู่การลงนามข้อตกลงสันติภาพฉบับสมบูรณ์ พร้อมทั้งเห็นชอบให้จัดตั้ง "คณะกรรมการระดับสูง" เพื่อควบคุมดูแลในมิติการเมือง และจัดตั้งอนุกรรมการแยกย่อยออกเป็น 3 ชุด เพื่อเคลียร์ปมร้อนระดับโลก ประกอบด้วย

  • คณะทำงานด้านโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน (Nuclear File)
  • คณะทำงานด้านมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ (Sanctions)
  • คณะทำงานด้านการตรวจสอบและแก้ไขข้อพิพาท (Monitoring & Dispute Resolution)

สรุปสถานการณ์สหรัฐฯ-อิหร่านรอบวัน: บรรลุโรดแมป 60 วัน ลุ้นดับไฟเลบานอน-เปิดช่องแคบฮอร์มุซ

2. ดีลลับใต้โต๊ะ: อิหร่านได้สิทธิ์ส่งออกน้ำมัน-สหรัฐฯ ยอมคายทรัพย์สินที่ถูกอายัด

ในการเจรจาวันแรก ฝ่ายเทคนิคของอิหร่านสามารถบรรลุข้อเรียกร้องขั้นต่ำที่เป็นเงื่อนไขในการเปิดประตูเจรจาได้สำเร็จ โดย นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน เผยข้อมูลว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ยอมลงนามผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตร เปิดทางให้อิหร่านสามารถกลับมาส่งออกน้ำมันดิบและเคมีภัณฑ์ปิโตรเคมีได้อีกครั้ง รวมถึงมีการสั่งปลดล็อกระบบการเงินเพื่อทยอยปล่อยตัวเลขทรัพย์สินและทุนสำรองของอิหร่านที่เคยถูกชาติตะวันตกสั่งอายัดไว้ก่อนหน้านี้ เพื่อนำมาใช้ในแผนงานฟื้นฟูและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศของอิหร่านต่อไป

 

3. ดราม่ากลางห้องประชุม: ทรัมป์ทวีตขู่ถล่มซ้ำ ทำอิหร่านคว่ำบาตรโต๊ะสี่ฝ่าย

แม้การเจรจาจะมีความคืบหน้า แต่บรรยากาศก็หวิดพังทลายลงกลางคัน เมื่อประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้โพสต์ข้อความข่มขู่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในระหว่างที่การประชุมกำลังดำเนินอยู่ โดยระบุว่า หากอิหร่านไม่ยอมควบคุมกลุ่มตัวแทน (Proxies) ของตนเองในเลบานอน (หมายถึงกลุ่มฮิซบอลเลาะห์) สหรัฐฯ จะเปิดฉากโจมตีอิหร่านอย่างรุนแรงอีกครั้งแน่นอน ส่งผลให้ นายเอสมาอิล บาเฆอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ออกแถลงการณ์ตอบโต้อย่างดุเดือดทันที พร้อมระบุว่า ทีมเจรจาของอิหร่านได้ประกาศปฏิเสธที่จะเข้าร่วมประชุมในรูปแบบ "สี่ฝ่าย" (Quadrilateral Format) ร่วมกับสหรัฐฯ ในทันทีเพื่อเป็นการประท้วงคำขู่ดังกล่าว และหันไปใช้ระบบเปิดห้องประชุมทวิภาคีแยกเฉพาะกับตัวกลางอย่างปากีสถานและกาตาร์แทน เพื่อดึงการเจรจาให้กลับเข้าสู่ร่องกับรอยเดิม อย่างไรก็ตาม อิหร่านระบุว่าภารกิจของทีมการทูตชุดใหญ่ในวีคนี้สิ้นสุดลงแล้ว และจะส่งมอบไม้ต่อให้ทีมเทคนิคอยู่เคลียร์ข้อกฎหมายต่อที่สวิตเซอร์แลนด์ตลอดสัปดาห์

สรุปสถานการณ์สหรัฐฯ-อิหร่านรอบวัน: บรรลุโรดแมป 60 วัน ลุ้นดับไฟเลบานอน-เปิดช่องแคบฮอร์มุซ

4. ปมร้อนเลบานอน: ตั้งหน่วย "De-confliction Cell" สกัดศึกใต้ ท่ามกลางเสียงแข็งของอิสราเอล

หนึ่งในข้อตกลงที่เป็นรูปธรรมสูงสุดคือ การเห็นชอบจัดตั้งหน่วยประสานงานร่วมหรือ "De-confliction Cell" ระหว่างสหรัฐฯ, อิหร่าน และสาธารณรัฐเลบานอน โดยมีตัวกลางคอยอำนวยความสะดวก เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมข้อมูลในการตรวจสอบ มอนิเตอร์ และควบคุมให้เกิดการยุติการปฏิบัติการทางทหารบนดินแดนเลบานอนทั้งหมดตามกรอบของบันทึกความเข้าใจ (MoU) ซึ่งสถานการณ์ล่าสุดในพื้นที่เมืองนาบาตีเย (Nabatieh) ทางตอนใต้ของเลบานอนเริ่มเกิดความสงบชั่วคราว หลังเสร็จสิ้นเหตุการณ์ปะทะเดือดในช่วงวันศุกร์และวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้ทหารอิสราเอลเสียชีวิต 4 นาย และเกิดการโจมตีทางอากาศสวนกลับอย่างรุนแรง

อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงนี้กำลังเผชิญกับกำแพงขนาดใหญ่จากทางการอิสราเอล โดย นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู และ นายอิสราเอล คัตซ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอิสราเอล ได้ประสานเสียงแถลงการณ์กร้าวว่า กองทัพอิสราเอลจะไม่มีการถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่เขตปลอดภัย (Buffer Zone) ทางตอนใต้ของเลบานอน (พื้นที่ประมาณ 602 ตารางกิโลเมตร หรือร้อยละ 6 ของพื้นที่ประเทศเลบานอน) รวมถึงป้อมปราการโบฟอร์ต (Beaufort Castle) ซึ่งจุดนี้อยู่ลึกเกินกว่าแนวเส้น 8 กิโลเมตรเหนือแม่น้ำลิตานีที่สหรัฐฯ ต้องการให้ถอนกำลังออกไป ทำให้นักวิเคราะห์ประเมินว่าข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านในครั้งนี้ กำลังสร้างความลำบากใจเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Dilemma) ให้แก่อิสราเอลเป็นอย่างมาก

ขณะเดียวกัน พลเอก เอสไมล์ กาอานี ผู้บัญชาการกองกำลังคูดส์ (Quds Force) ของกองทัพพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน ได้ออกมาโพสต์ข้อความเตือนอิสราเอลอย่างเป็นทางการว่า หากอิสราเอลไม่ยอมถอนทหารออกจากเลบานอนด้วยตัวเอง ก็เตรียมตัวเผชิญหน้ากับความพ่ายแพ้และฝันร้ายที่ต้องวิ่งหนีออกจากดินแดนนี้อย่างอัปยศเหมือนเช่นประวัติศาสตร์ที่เคยเกิดขึ้นในปี 2543 (ค.ศ. 2000)

 

5. วิกฤตน่านน้ำพุ่ง: เสนาธิการอิหร่านยัน "ฮอร์มุซคือของฉัน" ยอดเดินเรือดิ่งฮวบ

ในส่วนของระบบความปลอดภัยน่านน้ำสากล สถานการณ์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ทรุดฮวบลงอย่างชัดเจน หลังทางการอิหร่านประกาศปิดน่านน้ำดังกล่าวเพื่อตอบโต้ข้อพิพาทการหยุดยิงในเลบานอน โดย นายอิบราฮิม อาซิจิ ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งชาติและนโยบายต่างประเทศของรัฐสภาอิหร่าน ได้โพสต์ข้อความผ่านแอปพลิเคชัน X เตือนสหรัฐฯ อย่างรุนแรงว่า "ช่องแคบฮอร์มุซไม่ใช่คาสิโนส่วนตัวของคุณ และไม่ใช่สวนหลังบ้านของโจรสลัดยุคใหม่ นี่คือน่านน้ำอธิปไตยของอิหร่าน และการตัดสินใจขั้นเด็ดขาดเป็นของกองทัพอิหร่าน"

จากระบบฐานข้อมูลติดตามเรือเดินสมุทรของบริษัท วินด์วอร์ด (Windward) พบสถิติที่น่ากลัวว่า ในวันอาทิตย์ที่ผ่านมามีเรือบรรทุกสินค้าและเรือน้ำมันดิบเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซเพียง 12 ลำเท่านั้น ดิ่งลดลงอย่างน่าใจหายเมื่อเทียบกับวันก่อนหน้าที่ข้ามฝั่งถึง 35 ลำ ยิ่งไปกว่านั้น ในจำนวนเรือ 8 ลำที่พยายามแล่นเข้าสู่ช่องแคบ มีถึง 5 ลำที่ตัดสินใจ "ปิดระบบระบุตัวตนอัตโนมัติ" หรือระบบ AIS (Automatic Identification Systems) เพื่อพรางตัวหลบหลีกภัย ซึ่งทางวินด์วอร์ดระบุว่า สภาพน่านน้ำตอนนี้มีแต่เรือมืดและเรือผิดกฎหมายที่เชื่อมโยงกับอิหร่าน ไม่ต่างจากสภาพน่านน้ำในช่วงโดนปิดล้อมอย่างสมบูรณ์

 

6. สถานการณ์ฉนวนกาซาและเวสต์แบงก์: ความรุนแรงยังระอุช่วงข้ามคืน

ในขณะที่สปอตไลท์ส่องไปที่สวิตเซอร์แลนด์ สถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ยึดครองฝั่งเวสต์แบงก์ยังคงดำเนินไปอย่างตึงเครียดตลอดทั้งคืน โดยกองทัพอิสราเอลได้เปิดฉากบุกจู่โจม สังหารเยาวชนชาวปาเลสไตน์อายุ 15 ปี และ 19 ปี เสียชีวิตจำนวน 2 ราย บริเวณใกล้กับนิคมผู้ตั้งถิ่นฐานคาร์เมย ซูร์ ในเมืองเบต อุมมาร์ รวมถึงมีการนำกำลังเข้าทุบทำลายบ้านพักอาศัยของประชาชนในเขตเบธเลเฮม จับกุมชาวปาเลสไตน์เพิ่มอีก 4 รายในเมืองเฮบรอน และเกิดเหตุกลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานชาวอิสราเอลลอบวางเพลิงเผาโรงงานคัดแยกขยะรถยนต์ในเมืองรามัลลาห์ ยิ่งไปกว่านั้น ทางการอิสราเอลยังได้สั่งกักตัวและเนรเทศคณะตัวแทนสหภาพแรงงานจากประเทศกรีซที่กำลังเดินทางไปเยือนเมืองรามัลลาห์เพื่อแสดงจุดยืนเคียงข้างปาเลสไตน์ จนกลายเป็นข้อพิพาททางการทูตระหว่างประเทศกรีซและอิสราเอลอยู่ในขณะนี้

ข่าวล่าสุด