ARTICLE : ทีวียังไม่ตาย แค่ย้ายไปอยู่บนมือถือ! เจาะลึกพฤติกรรมสื่อไทย วัยเก๋าเฝ้าจอ วัยรุ่นเกาะสตรีมมิ่ง
21 มิ.ย. 2569 | NATESAIY

ใครบอกว่าทีวีดั้งเดิมกำลังจะตาย? คำตอบอย่างเป็นทางการจาก Big Data อาจทำให้คุณต้องคิดใหม่!
Nation Story
21 มิ.ย. 2569 | NATESAIY

ใครบอกว่าทีวีดั้งเดิมกำลังจะตาย? คำตอบอย่างเป็นทางการจาก Big Data อาจทำให้คุณต้องคิดใหม่!
ข้อมูลจากการสำรวจการเข้าถึงสื่อวิทยุและสื่อโทรทัศน์ปี 2568 โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ ร่วมกับสำนักงาน กสทช. ซึ่งเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างกว่า 31,500 คนทั่วประเทศ ได้ฉายภาพให้เห็นอย่างชัดเจนว่า สื่อเก่าไม่ได้ล้มหายตายจากไปไหน เพียงแต่ "พฤติกรรม" และ "ช่องทาง" ในการรับชมกำลังถูกแบ่งแยกอย่างเด็ดขาดด้วยเส้นแบ่งที่เรียกว่า "ช่วงวัย"
แล้วอะไร? คือภาพสะท้อนความเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล เมื่อขนาดของหน้าจอถูกปฏิวัติตามรสนิยมของคนแต่ละเจเนอเรชัน เริ่มต้นจากจุดปะทะแรกในบ้านอย่าง 'หน้าจอห้องนั่งเล่น' ที่กำลังเจอศึกหนักจากสมาร์ทโฟนของคนรุ่นใหม่
หากมองภาพรวมของประเทศ คนไทยส่วนใหญ่ถึง ร้อยละ 83.7 ยังคงรับชมโทรทัศน์อยู่ และเมื่อเจาะลึกลงไปถึงการดูทีวีตามผังรายการปกติ (Linear TV) หรือการดูสดหน้าจอ ก็ยังมีสัดส่วนสูงลิ่วถึง ร้อยละ 90.4 โดยเครื่องรับโทรทัศน์แบบทั่วไป (จอตู้หรือจอแบนที่ไม่ได้ต่อเน็ต) ยังคงเป็นอุปกรณ์หลักที่คนร้อยละ 69.9 เลือกใช้
แต่เมื่อลองส่องดูแยกตามเจเนอเรชัน จะเห็นภาพความแตกต่างที่แยกจากชัดเจนขึ้น
🧓กลุ่มผู้สูงวัย (อายุ 58-76 ปี): เปรียบเสมือน “ผู้พิทักษ์หน้าจอทีวี” อย่างแท้จริง พวกเขาดูทีวีสดตามผังสูงที่สุดถึง ร้อยละ 95.2 และช่องทางหลักที่คุ้นเคยที่สุดคือการดูผ่านกล่องรับสัญญาณดาวเทียม (ร้อยละ 52.4)
🤵กลุ่มคนรุ่นใหม่ (อายุ 18-24 ปี): แม้จะยังดูทีวีสดอยู่บ้าง (ร้อยละ 82.2) แต่หัวใจหลักของพวกเขาได้ย้ายพฤติกรรมไปอยู่บนโลกออนไลน์เรียบร้อยแล้ว วัยรุ่นยุคนี้รับชมโทรทัศน์ผ่านอินเทอร์เน็ตบนเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันในสัดส่วนที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับทุกช่วงวัย สะท้อนชัดว่าพวกเขาไม่ต้องการนั่งรอหน้าจอในห้องนั่งเล่นอีกต่อไป แต่เลือกพกพาทีวีไปทุกที่ผ่านหน้าจอส่วนตัว
เมื่อคนรุ่นใหม่เลือกที่จะควบคุม 'เวลา' และ 'หน้าจอ' ด้วยตัวเอง สมรภูมิถัดมาจึงตกไปอยู่บนโลกออนไลน์ที่ทุกอย่างต้องเป็นระบบสั่งได้ตามใจสั่ง หรือวิถีแบบ On-Demand
🔵 [คอนเทนต์ฟรีออนไลน์ และทีวีย้อนหลัง: สมรภูมิของคนเจนใหม่]
การดูรายการย้อนหลังและการเสพคอนเทนต์ฟรีออนไลน์ (Free Content) คือภาพสะท้อนของวิถีชีวิตคนยุคนี้ที่ชอบความยืดหยุ่น โดยประชาชนถึง ร้อยละ 73.6 ระบุว่ารับชมเนื้อหารายการฟรีผ่านทางออนไลน์ และอุปกรณ์ระดับท็อปฟอร์มที่ยืนหนึ่งเลยคือ "สมาร์ทโฟน" ที่กวาดสัดส่วนความนิยมไปถึง ร้อยละ 92.3
ช่องว่างระหว่างวัยยิ่งถ่างกว้างขึ้นแบบเห็นได้ชัดในสมรภูมินี้
🤵กลุ่มวัยรุ่น (อายุ 18-24 ปี): กระโจนเข้าสู่คอนเทนต์ฟรีออนไลน์สูงถึง ร้อยละ 88.5 โดยใช้เวลาคลุกคลีอยู่กับแพลตฟอร์มยอดฮิตอย่าง YouTube (ร้อยละ 88.3), TikTok (ร้อยละ 77.3) และ Facebook (ร้อยละ 73.8) นอกจากนี้ วัยรุ่นยังครองแชมป์การดูทีวีย้อนหลังสูงที่สุดในประเทศคือ ร้อยละ 50.3
🧓กลุ่มผู้ใหญ่ (อายุ 58-76 ปี): มีสัดส่วนการดูทีวีย้อนหลังเพียงแค่ ร้อยละ 14.1 เท่านั้น
แม้ว่าอุปกรณ์และพฤติกรรมการเปิดรับสตรีมมิ่งจะถ่างช่องว่างระหว่างวัยให้ห่างออกจากกันมากขึ้น แต่ในมิติของ 'เนื้อหา' คอนเทนต์ประเภทไหนกันแน่ที่ยังทำหน้าที่เป็นกาวใจเชื่อมโยงคนทุกรุ่นไว้ร่วมกัน?
น่าประหลาดใจที่เมื่อพูดถึง "ประเภทเนื้อหา" คนไทยทุกเจนกลับมีรสนิยมที่สอดรับกันอย่างลงตัว โดยเฉพาะการนั่งดูทีวีสดตามผังรายการ "รายการข่าว" คือแม่เหล็กดึงดูดชั้นดีที่ตรึงคนไทยไว้หน้าจอได้มากที่สุดถึง ร้อยละ 90.8 ตามมาด้วย "ละคร/ซีรีส์" ร้อยละ 71.0 สิ่งนี้ตอกย้ำว่าทีวียังคงทำหน้าที่เป็นแหล่งข้อมูลข่าวสารหลักที่ประชาชนให้ความเชื่อถือมากที่สุดในแง่ของความสดใหม่แบบเรียลไทม์
แต่เมื่อสลับโหมดมาเป็นการดูย้อนหลัง พฤติกรรมจะพลิกกลับด้านทันที เพราะ "ละคร/ซีรีส์" จะแซงนำขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่ง ครองใจผู้ชมสูงถึง ร้อยละ 70.2 ซึ่งอธิบายอินไซต์ได้ว่า ข่าวคือสิ่งที่คนต้องการความสดใหม่นาทีต่อนาที แต่ละครคือความบันเทิงที่สามารถเก็บไว้เสพในเวลาที่สะดวกได้
นอกจากมิติของภาพบนหน้าจอที่สะท้อนความต่างแล้ว ในโลกของ 'เสียง' พฤติกรรมการฟังของคนสองรุ่นก็แยกขั้วออกจากกันอย่างสุดโต่งไม่แพ้กัน
พฤติกรรมด้านสื่อเสียงเป็นอีกหนึ่งหมิติที่เห็นความต่างแบบคนละขั้ว แม้ในภาพรวมประเทศจะมีผู้ฟังวิทยุและเพลงรวมกันอยู่ที่ร้อยละ 43.6 แต่ "วิธี" การเข้าถึงนั้นไปคนละทาง
🤵วัยรุ่นอายุ 18-24 ปี: เดินหน้าเข้าสู่โลกยุคใหม่ สวมหูฟังและสตรีมเพลงผ่านแอปพลิเคชัน (Music Streaming) พุ่งทะยานถึง ร้อยละ 93.1
🧓วัยเก๋าอายุ 58-76 ปี: กว่าครึ่งหนึ่งหรือ ร้อยละ 52.4 ยังคงรักในความคลาสสิก หมุนคลื่นฟังวิทยุระบบ FM แบบดั้งเดิมเพื่อฟังเพลงและข่าวสารอยู่เช่นเดิม
📌 [โลกเปลี่ยน หน้าจอเปลี่ยน แต่คอนเทนต์ยังทำหน้าที่]
ข้อมูลจากการสำรวจชี้ให้เห็นอย่างตรงไปตรงมาว่า คนไทยไม่ได้เลิกดูทีวี และไม่ได้เลิกฟังเพลง เพียงแต่วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปทำให้เกิดการอพยพครั้งใหญ่ทางดิจิทัล
ทีวีดั้งเดิมและวิทยุ FM ยังคงเป็นความอบอุ่นใจของคนรุ่นใหญ่ ในขณะที่สมาร์ทโฟน อินเทอร์เน็ต และระบบสตรีมมิ่ง ได้กลายเป็นโลกทั้งใบของคนรุ่นใหม่
ดังนั้น การทำความเข้าใจ "สื่อ" ในยุคนี้ จึงไม่ใช่การถามว่าแพลตฟอร์มไหนจะอยู่หรือแพลตฟอร์มไหนจะไป แต่คือการมองให้ทะลุว่าคอนเทนต์นั้นๆ กำลังพยายามสื่อสารกับ "ใคร" ในช่องทางใดต่างหาก
ดูผลสำรวจได้ที่ การสำรวจการเข้าถึงสื่อวิทยุ และสื่อโทรทัศน์ พ.ศ. 2568