เเหล่งข่าวระดับสูงกล่าวว่า กระบวนการตอนนี้คือการแจ้งข้อกล่าวหากับทั้ง 4 คน ยังไม่ใช่การลงมติชี้มูลความผิดอย่างที่มีกระแสข่าว เพราะตามกฎหมายเเล้วยังไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหา ตัวผู้ถูกกล่าวหายังไม่ได้ชี้เเจง ไม่สามารถไปพิจารณาชี้มูลได้ ต้องหาผู้ถูกกล่าวหาได้ชี้เเจงก่อน เพื่อความยุติธรรมตามกฎหมาย ซึ่งกฎหมายป.ป.ช. เมื่อแจ้งข้อกล่าวหาไปแล้ว ทั้งหมดก็ต้องมาชี้แจงกับคณะผู้ไต่สวนอิสระ “โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนเรียกมาชี้เเจง”
หลังจากนั้นคณะกรรมการถึงค่อยมาดูว่า ผู้ถูกแจ้งข้อกล่าวหาชี้แจงแล้วเป็นอย่างไร โดยคณะผู้ไต่สวนอิสระ ทำหน้าที่และมีอำนาจเหมือนกับป.ป.ช. ทุกอย่าง ตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองพ.ศ.2560มาตรา53 ตอนนี้ก็รอการชี้แจงจากผู้ถูกกล่าวหา
โดยภายหลังปรากฎกระเเสข่าว ทางคณะผู้ไต่สวนอิสระก็ไม่ค่อยสบายใจ เนื่องจากขั้นตอนการชี้มูลยังไม่เสร็จสิ้น อาจจะกระทบในทางปฏิบัติ เเต่ก็มีรายงานคณะผู้ไต่สวนอิสระจะมีนัดประชุมกันอีกครั้ง ในช่วงกลางเดือน ก.ค.2569
ซึ่งคาดว่าก่อนการประชุมครั้งต่อไปจะต้องมีการเรียกผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 4 มาชี้เเจง เเละอาจจะมีการพิจารณาในวันนั้น ทั้งนี้ หากคณะผู้ไต่สวนอิสระมีความเห็นว่า “มีมูล” ให้ส่งสำเนาการไต่สวนไปยังอัยการสูงสุดเพื่อยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
หาก “ศาลประทับรับฟ้อง” นายเอกวิทย์จะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที ตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา 235 วรรคสาม เว้นแต่ศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น หรือเห็นว่าผู้ถูกกล่าวหาฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงให้เสนอเรื่องต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัย เเต่หากคณะกรรมการทั้งเก้าคนเห็นว่าข้อกล่าวหาไม่มีมูล ให้สั่งยุติเรื่องให้คําสั่งดังกล่าวเป็นที่สุด
ซึ่งที่ผ่านมาคณะกรรมการไต่สวนอิสระชุดปัจจุบันได้เริ่มปฏิบัติหน้าที่และพิจารณาคดีมาแล้วทั้งสิ้น 116 วัน (นับตั้งแต่วันที่ประธานศาลฎีกาลงนามแต่งตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 26 ก.พ. 2569 ) จนถึงวันนี้ วันที่ 22 มิ.ย. 2569
โดยตามกฎหมายจะต้องสรุปสำนวนการไต่สวนให้แล้วเสร็จ ภายในวันที่ 25 ส.ค. 2569 (ครบกำหนด 180 วัน) หากไม่ทัน 180 วันจะต้องแจ้งประธานศาลฎีกาเพื่อขอขยายระยะเวลา แต่หากสรุปสำนวนและมีความเห็นชี้มูลทัน 180 วันกฎหมายเขียนไว้ว่าจะต้องส่งสำนวนให้อัยการสูงสุดใน 30 วัน
สำหรับองค์คณะผู้ไต่สวนอิสระทั้ง 9 ประกอบด้วย
นายชวลิต อิศรเดช รองประธานศาลฎีกา ประธานคณะผู้ไต่สวนอิสระ ,นายเผดิม เพ็ชรกูล หัวหน้าคณะในศาลฎีกา,นายสาคร ตั้งวรรณวิบูลย์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา,นายรักเกียรติ วัฒนพงษ์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา,ได้รับการแต่งตั้งเข้ามาใหม่ทดแทนคนเดิมที่ถอนตัว,นายอดิศร ไชยคุปต์ รองอัยการสูงสุด ,นายสัญจัย จันทร์ผ่อง ผู้ตรวจการอัยการ,ศาสตราจารย์ ดร.ไผทชิต เอกจริยกร อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์,ศาสตราจารย์ ดร.ศักดา ธนิตกุล อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,ศาสตราจารย์พิเศษ วิชา มหาคุณ อดีตกรรมการ ป.ป.ช.