เนื้อหาในข้อความที่ นายรุ่งเรือง ส่งถึงผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ระบุรายละเอียดว่า "ผวจ.ครับ ตามหลักฐานผมเป็นคู่ขัดแย้งกับนายนฤชา 2 คดี ครบ 30 วัน วันที่ 24 มิ.ย. หากไม่เป็นประเด็นตามข้อร้องเรียนรับส่วยสถานบันเทิงหรือโรงแรม ท่านนฤชาต้องให้ผมกลับ แต่ถ้าเอาประเด็นอื่นมาเป็นเหตุ ผมจะอุทธรณ์ต่อ ปมท. (ปลัดกระทรวงมหาดไทย) ครับ ให้ ปมท. คืนความชอบธรรมให้ผมกลับภูเก็ต สัก 2 อาทิตย์ก็ยังดี หลังจากนั้นจะย้ายผมไปไหนก็ได้ ภูเก็ตไม่มีค่าอะไรที่จะกลับไป"
"แต่ผมยังรักประชาชนภูเก็ตเสมอ เมื่อไม่มีท่านอยู่ การอยู่ภูเก็ตคือการได้บังคับใช้กฎหมายกับผู้มีอิทธิพล มันเป็นเรื่องท้าทายของฝ่ายปกครอง แต่การทำสิ่งนี้แล้วเกิดปัญหา กระทบทุกฝ่าย ทั้งระบบเราก็ต้องถอย"
"ถ้าถามประชาชนดู ถ้าวันนั้นถ้าฝ่ายปกครองไม่เป็นหลัก ท่านผู้ว่าฯ เซมเบ้ ไม่สั่งการผม เราไม่มีทางที่จะได้ 2 หาดนั้นคืนในรอบ 10 ปีอย่างแน่นอน ชีวิตราชการผมอาจทำพลาดมาหลายครั้ง เพราะผมทำงานเชิงรุก เราคือฝ่ายปกครองอ่อนแอไม่ได้ ถ้าปกครองอ่อนแอแล้วประชาชนจะพึ่งใครครับ รักเคารพท่านผู้ว่าฯ เซมเบ้ เสมอ"
ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยัง นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว
โดย นายรุ่งเรือง ยอมรับและยืนยันว่า ตนเองได้ส่งข้อความดังกล่าวไปถึง ผู้ว่าราชการจังหวัด(ณ ขณะนั้น) จริง
นายรุ่งเรือง เปิดเผยเพิ่มเติมว่า เนื่องจากอีก 4 วัน คือวันที่ 24 มิ.ย.นี้ จะครบกำหนด 1 เดือนพอดี ตนจึงต้องการทราบมูลเหตุที่ชัดเจนในการสั่งย้ายในครั้งนี้
"เรื่องรับส่วย 3 หน่วยงานกับโรงแรมอ่ะ ถ้าไม่มีเหตุตรงนี้แล้ว ไม่คืนตนกลับพื้นที่เดิม ก็เตรียมอุทธรณ์ต่อปลัดกระทรวงมหาดไทยแน่นอน
ร่างคำอุทธรณ์เรียบร้อยหมดแล้ว ถ้าเกิดว่าวันที่ 24 มิ.ย.นี้ ไม่คืนตำแหน่งให้กลับไปภูเก็ตก็เตรียมยื่นทันที คือขอให้ได้กลับไปภูเก็ตสัก 10 วันก็ยังดี เพื่อถือว่าได้คืนศักดิ์ศรีให้ตนเองแล้ว
หลังจากนั้นจะย้ายตนไปไหนก็ยอม คือ 10 วันก็ได้ แล้วย้ายไปไหนก็ได้ เรื่องนี้ตนได้ฝากผ่านผู้ว่าฯ เซมเบ้ ไปเรียบร้อยแล้ว" นายรุ่งเรือง กล่าวทิ้งท้าย
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘รุ่งเรือง ธิมาบุตร’ พร้อมสู้ปมย้ายพ้นปลัดภูเก็ต ขอกรรมการโปร่งใส และ เปิดทุกคำพูด 'รุ่งเรือง ธิมาบุตร' ท้าชนอธิบดีปกครอง