ผ่าบิ๊กดีลแสนล้าน! Arise เดิมพันอนาคตซื้อหุ้น TRUE จาก Telenor ใครได้ใครเสีย?
26 ม.ค. 2569
STORY : ผ่าบิ๊กดีลประวัติศาสตร์! เมื่อ Arise เดิมพันแสนล้านซื้อหุ้น TRUE จาก Telenor ใครได้ ใครเสีย และอนาคตโทรคมนาคมไทยจะเป็นอย่างไร?
Nation Story
26 ม.ค. 2569
STORY : ผ่าบิ๊กดีลประวัติศาสตร์! เมื่อ Arise เดิมพันแสนล้านซื้อหุ้น TRUE จาก Telenor ใครได้ ใครเสีย และอนาคตโทรคมนาคมไทยจะเป็นอย่างไร?
เกิดอะไรขึ้นเบื้องหลังดีลซื้อขายหุ้นครั้งประวัติศาสตร์ที่สั่นสะเทือนวงการโทรคมนาคมไทย? การตัดสินใจของ กลุ่มเทเลนอร์ (Telenor) ที่จะขายหุ้น บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE ทั้งหมดที่ถือครองในสัดส่วน 24.95% ให้แก่ บริษัท อไรซ์ ดิจิทัล เทคโนโลยี จำกัด (Arise) ซึ่งเป็นกลุ่มทุนไทย ด้วยมูลค่ามหาศาลกว่า 120,000 ล้านบาท ได้สร้างคำถามสำคัญขึ้นในสังคม นี่ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนมือผู้ถือหุ้น แต่เป็นจุดเปลี่ยนครั้งประวัติศาสตร์ที่อาจกำหนดโฉมหน้าเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยไปอีกหลายทศวรรษข้างหน้า
การทำความเข้าใจดีลระดับประวัติศาสตร์เช่นนี้ จำเป็นต้องมองให้ลึกถึงแรงจูงใจและยุทธศาสตร์ของทั้งฝั่งผู้ซื้อและผู้ขาย ซึ่งต่างมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการตัดสินใจครั้งสำคัญนี้
* ฝั่งผู้ขาย (Telenor): ปรับพอร์ต-ล็อกกำไร การถอนการลงทุนครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจ Telenor มีแผนยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนมาตั้งแต่ปี 2021-2022 ที่จะลดสัดส่วนการลงทุนในเอเชีย และหันกลับไปมุ่งเน้นตลาดหลักในกลุ่มประเทศนอร์ดิก ซึ่งมี ระดับมาร์จินและผลตอบแทนจากเงินลงทุน (ROCE) สูงกว่า อีกทั้งยังมีความเสถียรเชิงกฎระเบียบมากกว่า การขายหุ้น TRUE ครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการ “ล็อกกำไร” ครั้งสำคัญ หลังจากมูลค่าการลงทุนในไทยเติบโตขึ้นกว่า 3 เท่าตัว อันเป็นผลมาจากการควบรวมกิจการกับดีแทคที่ผ่านมา
* ฝั่งผู้ซื้อ (Arise): เดิมพันอนาคต Digital Infrastructure ในมุมของ Arise ซึ่งเป็นบริษัทลงทุนภายใต้การนำของ “ศุภชัย เจียรวนนท์” การเข้าซื้อหุ้น TRUE ไม่ได้เป็นเพียงการลงทุนในบริษัทมือถือ แต่คือการเดิมพันครั้งใหญ่กับอนาคตของประเทศ นี่คือการปักหมุดเข้าสู่ธุรกิจแห่งอนาคต (Sunrise Sector) ทั้ง AI, Cloud, Data Center และ Fintech ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนต้องอาศัยโครงข่ายดิจิทัลเป็นหัวใจสำคัญ ดีลนี้จึงสะท้อนการมอง TRUE ในฐานะ “Digital Infrastructure Platform” ที่เป็นมากกว่าผู้ให้บริการโทรคมนาคม
แต่ในเมื่อเป็นดีลที่น่าสนใจ ทำไมราคาซื้อขายถึงต่ำกว่าราคาในตลาด?
ประเด็นเรื่องราคาซื้อขายเป็นสิ่งที่นักลงทุนให้ความสนใจอย่างมาก การทำความเข้าใจที่มาของราคาจะช่วยคลายข้อสงสัยและสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดได้เป็นอย่างดี
เหตุผลที่ราคาซื้อขายถูกกำหนดไว้ที่ 11.70 บาทต่อหุ้น ซึ่งต่ำกว่าราคาในกระดาน ณ วันที่ประกาศข่าวซึ่งอยู่ที่ ประมาณ 12.40 บาท นั้น ไม่ได้สะท้อนการด้อยค่าของธุรกิจแต่อย่างใด แต่เป็นผลมาจากกระบวนการเจรจาที่ใช้เวลายาวนานหลายเดือน ซึ่งหากย้อนกลับไปดูราคาหุ้น TRUE ในช่วงก่อนหน้า ก็เคยมีราคาซื้อขายที่ต่ำกว่าระดับ 11 บาทมาก่อน
ส่วนความกังวลเรื่องการขาดพันธมิตรด้านเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง Telenor ก็คลี่คลายลง เมื่อ “ซิกเว่ เบรกเก้” ยังคงดำรงตำแหน่งประธานคณะผู้บริหาร (Group CEO) ของ TRUE ต่อไป และยังมีบทบาทใน Arise เพื่อกำกับยุทธศาสตร์ดิจิทัลให้เกิดความต่อเนื่อง ลดความเสี่ยงในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญนี้
คำถามสำคัญที่สุดคือ การเปลี่ยนมือผู้ถือหุ้นครั้งใหญ่นี้จะส่งผลกระทบต่อพื้นฐานของบริษัท TRUE หรือไม่?
นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ประเมินตรงกันว่า พื้นฐานธุรกิจของ TRUE ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไป ด้วยเหตุผลสำคัญหลายประการ โดยปัจจัยที่แข็งแกร่งที่สุดคือ โครงสร้างตลาดโทรคมนาคมไทยซึ่งเหลือผู้เล่นหลักเพียงสองราย คือ TRUE และ ADVANC ทำให้การแข่งขันด้านราคาลดความรุนแรงลง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อเสถียรภาพของบริษัทในด้านต่างๆ ดังนี้:
* รายได้ที่มั่นคง: รูปแบบรายได้หลักยังคงมีเสถียรภาพจากโมเดล Subscription ทั้งในธุรกิจมือถือ บรอดแบนด์ และบริการดิจิทัล
* การทรานส์ฟอร์มสู่ธุรกิจใหม่: บริษัทยังคงเดินหน้าทรานส์ฟอร์มสู่การเป็น Platform + AI เพื่อต่อยอดสู่การเป็น Digital Infrastructure ที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งเป็นโอกาสในการเติบโตใหม่ในระยะยาว
* วินัยทางการเงินที่เข้มแข็ง: TRUE ยังคงยึดมั่นในแผนการบริหารต้นทุน การลดหนี้ และนโยบายการจ่ายเงินปันผลตามแผนเดิม ซึ่งช่วยรักษาความเชื่อมั่นของนักลงทุน
เมื่อรากฐานยังคงแข็งแกร่ง ก้าวต่อไปของบริษัทภายใต้โครงสร้างผู้ถือหุ้นใหม่จึงน่าจับตามองอย่างยิ่ง
ดีลแสนล้านครั้งนี้ไม่ใช่แค่การซื้อขายหุ้น แต่คือ "จุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้าง" ที่จะนำอุตสาหกรรมดิจิทัลของไทยไปสู่อีกบทหนึ่ง ซึ่งสะท้อนการรวมศูนย์ทุนและยุทธศาสตร์มาอยู่ภายใต้กลุ่มทุนไทยอย่างเต็มรูปแบบ
นับจากนี้ เป้าหมายของ TRUE จะเปลี่ยนไปภายใต้กรอบแนวคิด “Efficiency + Discipline + Dividend” ซึ่งไม่ได้มุ่งเน้นแค่การเพิ่มจำนวนผู้ใช้งาน แต่จะให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ลดต้นทุน และสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้กับผู้ถือหุ้น
และอีกหนึ่งนัยสำคัญของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ คือการปิดตำนานแบรนด์ “dtac” อย่างเป็นทางการภายในวันที่ 1 มีนาคม 2569 ซึ่งเป็นสัญญาณชัดเจนของการเริ่มต้นยุคใหม่อย่างสมบูรณ์
การที่กลุ่มทุนไทยตัดสินใจทุ่มเงินลงทุนมหาศาลระดับแสนล้านบาท คือ “สัญญาณความเชื่อมั่น” ที่ชัดเจนที่สุดต่อศักยภาพของ TRUE และอนาคตเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย
การรวมศูนย์ทุนและยุทธศาสตร์ไว้ในมือกลุ่มทุนไทยครั้งนี้ จะเป็นพลังขับเคลื่อนให้โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศแข็งแกร่งและเติบโตไปในทิศทางใด? และคุณคิดว่าเราจะได้เห็นนวัตกรรมอะไรใหม่ๆ จาก TRUE หลังจากนี้?
