แฉกระบวนการ "อำนาจมืด" คุกคามถึงที่พัก
ภายหลังการแจ้งความ นายพีรพัทธ์ เปิดเผยว่า เรื่องราวกลับเลวร้ายยิ่งขึ้น เมื่อพบว่ามีกระบวนการใช้อำนาจแทรกแซง และละเมิดข้อมูลส่วนตัว มีการนำไฟล์ประวัติส่วนตัว (CV) ที่ระบุที่อยู่อาศัย ที่ไม่ใช่ที่อยู่ตามบัตรประชาชน ซึ่งเคยส่งให้เจ้าหน้าที่ ธ.ก.ส. เพื่อประสานงานวิทยากร ออกไปใช้เป็น "ลายแทง" ให้กลุ่มผู้มีอิทธิพลตามล่าถึงบ้าน
นายพีรพัทธ์ ระบุว่า เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ที่ผ่านมา มีผู้อ้างว่า เป็นอดีตผู้บริหารระดับสูงกระทรวงการคลัง โทรศัพท์มาหาโดยระบุพิกัดที่พักอาศัยได้อย่างแม่นยำ พร้อมอ้างว่าได้รับคำสั่งจากข้าราชการการเมืองระดับสูงและรัฐมนตรี ให้มา "คลี่คลาย" และขอให้เลิกรากันไปเพื่อไม่ให้เป็นเวรกรรม
นอกจากนี้ยังมี "อดีตอธิบดี" ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองระดับสูง ส่งพัสดุเป็นปลอกหมอนมาให้ถึงคอนโดมิเนียม โดยยอมรับว่า ได้ข้อมูลที่อยู่มาจาก ธ.ก.ส. เพื่อหวังให้ให้อภัยต่อผู้กระทำผิด
จี้ "รมว.คลัง" สอบธรรมาภิบาล ธ.ก.ส.
นายพีรพัทธ์ ได้เรียกร้องไปยัง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการ ธ.ก.ส. ให้ตรวจสอบความหละหลวมของระบบรักษาความปลอดภัยข้อมูลประชาชน และการที่ผู้ใต้บังคับบัญชา นำชื่อไปแอบอ้างเพื่อแทรกแซงคดีอาญา
อาจารย์ฮง ยังเปิดเผยพฤติกรรมที่เรียกว่า "ความล้มเหลวเชิงธรรมาภิบาล" ของ ธ.ก.ส. ที่พยายามสื่อสารบิดเบือนว่า โครงการอบรมถูกระงับไปแล้ว แต่ในความเป็นจริงกลับมีการสับขาหลอกจัดงานต่อทันที โดยเชิญวิทยากรท่านอื่นมาแทน
“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่า ผู้มีอำนาจมองว่า การล่วงละเมิดประชาชนเป็นเพียง "อุบัติเหตุทางเทคนิค" ที่ต้องรีบกำจัดทิ้ง เพื่อให้งานดำเนินต่อไปตาม KPI ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ไม่ใช่สินค้า ที่จะเอาของกำนัลมาแลก กับการรูดซิปปากยอมความได้" นายพีรพัทธ์ กล่าวและยืนยันจะนำกรณีศึกษานี้ไปถ่ายทอดในคลาสเรียน เพื่อตีแผ่ขบวนการที่ไร้ธรรมาภิบาลในระบบราชการไทยต่อไป
อาจารย์ฮงเปิดใจ ถูกการเมืองแทรกแซง: "ปลอกหมอน 2 ใบ" แลกคดีจบ?
ล่าสุด อาจารย์ฮง เปิดใจผ่านผู้สื่อข่าวเนชั่นทีวี แฉความพยายามแทรกแซงคดี จากข้าราชการการเมืองระดับเลขาฯ รมต. พร้อมตั้งคำถามถึงธนาคารต้นสังกัด ที่ละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ส่งที่อยู่พักอาศัยให้คนนอก นำของขวัญมาส่งถึงบ้านเพื่อขอให้จบเรื่อง
โดยเผย ถึงความคืบหน้า ที่หลังเกิเหตุ คู่กรณีซึ่งเป็นกรรมการ ธ.ก.ส. ได้ลาออกจากตำแหน่งไปนั้นว่า นอกจากการดำเนินคดีทางกฎหมายแล้ว ตนได้เดินหน้าร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากมองว่า การลาออกเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการรับผิดชอบ และทางต้นสังกัดคู่กรณี ก็ยังไม่มีแอ็กชันที่ชัดเจน ในการดูแลสวัสดิภาพของผู้ที่ไปปฏิบัติงานให้
อาจารย์ฮง เผยข้อมูลที่น่าตกใจว่า ทางธนาคารอ้างว่าไม่มีการตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง เนื่องจากผู้ก่อเหตุมีสถานะเป็น "บอร์ด" ไม่ใช่ "พนักงาน" ซึ่งตนมองว่าไม่สมเหตุสมผล เพราะในวันเกิดเหตุคู่กรณีไปปฏิบัติงานในฐานะประธานเปิดงาน ทั้งนี้ ตนเตรียมจี้ไปยัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และ กระทรวงการคลัง ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ ให้เข้ามาตรวจสอบเรื่องนี้อย่างจริงจัง
เปิดโปงการเมืองแทรกแซง: "ปลอกหมอน 2 ใบ" แลกคดีจบ?
นอกจากนี้ อาจารย์ฮง เปิดเผยว่า มี ข้าราชการการเมืองที่อ้างว่า เป็นระดับเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ติดต่อมาหาตนโดยอ้างว่า "ได้รับมอบหมายจากท่านเอกนิติ" (นายเอกนิติ นิติทันประภาศ ประธานกรรมการ ธ.ก.ส.) ให้มาช่วยคลี่คลายสถานการณ์
"เขาบอกว่าอยากส่งของขวัญมาขอโทษ และขอให้เลิกแล้วต่อกัน ไม่ต้องดำเนินคดี โดยอ้างเรื่องการขออโหสิกรรมเพื่อไม่ให้เป็นเวรกรรมต่อกัน เพราะเขาบอกว่าเขาปฏิบัติธรรม แต่ผมแปลกใจมาก เพราะเขาไม่ใช่คู่กรณีโดยตรง และคนระดับนี้ควรทำหน้าที่ที่ถูกต้อง มากกว่าการมาขอให้จบเรื่องแบบนี้ สุดท้ายมีการส่งปลอกหมอนมาให้ผม 2 อัน" อ.ฮง กล่าว
ตั้งข้อสังเกตโยงเส้นสาย "ลูกอดีตรัฐมนตรี" - แฉซ้ำละเมิด PDPA
อาจารย์ฮง ยังตั้งข้อสังเกตถึงอิทธิพลทางการเมืองที่เข้ามาเกี่ยวข้อง เนื่องจากคู่กรณีมีภูมิหลัง เป็นถึงลูกชายของอดีตรัฐมนตรี นอกจากนี้ยังพบหลักฐานการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลอย่างร้ายแรง โดยเลขานุการ รมต. คนดังกล่าว มีข้อมูลที่อยู่พักอาศัยส่วนตัวของตน ซึ่งไม่ใช่ที่อยู่ตามบัตรประชาชน
จากการตรวจสอบพบว่า ที่อยู่ดังกล่าวตนเคยให้ไว้กับทางธนาคาร (ธ.ก.ส.) เฉพาะในเอกสาร CV เพื่อประสานงานเป็นวิทยากรเท่านั้น แต่ธนาคารกลับนำข้อมูลลับนี้ไปมอบให้กับคนนอกองค์กร ซึ่งถือเป็นการละเมิด พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) อย่างชัดเจน
คดีอาญาคืบหน้า: คู่กรณีพลิ้วในสำนวนแม้จะเป็นความผิดสำเร็จแล้ว"
สำหรับความคืบหน้าทางคดี อาจารย์ฮง ระบุว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการได้ค่อนข้างดี โดยเป็นคดีกระทำอนาจารต่อหน้าธารกำนัล ซึ่งตนมีนัดเข้าไปให้การเพิ่มเติมในสัปดาห์นี้ อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า คู่กรณีได้ติดต่อหาตำรวจก่อนหน้านี้ โดยพยายามปฏิเสธในรายละเอียดสำนวนทางคดี แม้ทางตำรวจยืนยันว่า อย่างไรก็เข้าข่ายความผิดทางกฎหมาย
"ผมงงว่า เขาไปปรึกษาทนายมายังไง ถึงให้การแบบนี้ ขณะที่ทางธนาคารเองกลับเงียบมาก และเลือกใช้วิธีที่ถูกต้องน้อยมากในการแก้ปัญหา" อ.ฮง กล่าวทิ้งท้าย