เนชั่นทีวี

ข่าว

นักวิชาการแฉบอร์ดธนาคารรัฐ ล่วงละเมิด แถมต้นสังกัดยังลอยตัว

06 ก.ค. 2569 | titayu_pur

นักวิชาการแฉบอร์ดธนาคารรัฐ ล่วงละเมิด แถมต้นสังกัดยังลอยตัว

นักวิชาการดัง แฉบอร์ดธนาคารรัฐ ดีกรีลูกชายอดีต รมต.ล่วงละเมิดกลางวงโต๊ะอาหาร ต่อหน้าบิ๊ก ขรก.แบบไม่แคร์ ส่วนต้นสังกัดคู่กรณีลอยตัว แถมเกิดกระบวนการใช้อำนาจมืด แทรกแซงคดี และละเมิด PDPA เพื่อกดดันให้ยอมความ

นักวิชาการดัง แฉบอร์ดธนาคารรัฐ ดีกรีลูกชายอดีต รมต.ล่วงละเมิดกลางวงโต๊ะอาหาร ต่อหน้าบิ๊ก ขรก.แบบไม่แคร์ ส่วนต้นสังกัดคู่กรณีลอยตัว แถมเกิดกระบวนการใช้อำนาจมืด แทรกแซงคดี และละเมิด PDPA เพื่อกดดันให้ยอมความ

KEY

POINTS

  • แฉปมล่วงละเมิด: อ.ฮง เผยถูก กรรมการ ธ.ก.ส. รายหนึ่งที่เป็นลูกอดีต รมต. ล่วงละเมิดกลางโต๊ะอาหาร ระหว่างงานอบรมวิทยากร โดยมีคลิปวิดีโอบันทึกไว้เป็นหลักฐานชัดเจน
     
  • อำนาจมืดละเมิด PDPA: หลังแจ้งความกลับถูกแทรกแซงคดี และละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล โดยนำไฟล์ประวัติส่วนตัว (CV) ส่งต่อให้กลุ่มอิทธิพลเพื่อใช้โทรข่มขู่และส่งของคุกคามถึงที่พัก
     
  • จี้ รมว.คลัง ตรวจสอบ: เรียกร้อง ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รมว.คลัง สอบสวนความล้มเหลวเชิงธรรมาภิบาลของ ธ.ก.ส. และระบบรักษาความปลอดภัยข้อมูลประชาชนที่ปล่อยให้รั่วไหล

6 กรกฎาคม 2569 เกิดเรื่องอื้อฉาวในแวดวง การเมืองไทย และรัฐวิสาหกิจไทย เมื่อ นายพีรพัทธ์ นันนารารัตน์ หรือ อาจารย์ฮง  นักวิชาการดัง แฉว่าถูก บอร์ด ธ.ก.ส. รายหนึ่ง ล่วงละเมิด กลางโต๊ะอาหารที่จันทบุรี หลังเกิดเหตุผู้เสียหายต้องเผชิญหน้า กับกระบวนการใช้อำนาจมืดแทรกแซงคดีความ และมีการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ให้กลุ่มผู้มีอิทธิพล ตามคุกคามกดดันถึงที่พัก จนต้องเข้ายื่นเรื่องร้องเรียนต่อ รมว.คลัง ในฐานะประธานบอร์ด ธ.ก.ส. เพื่อให้เร่งตรวจสอบความโปร่งใส และ
ธรรมาภิบาลขององค์กรอย่างเร่งด่วน


มีรายงานประเด็นอื้อฉาว กรณี "นายพีรพัทธ์ นันนารารัตน์" หรือ อาจารย์ฮง ผู้เชี่ยวชาญด้าน Generative AI และ CEO บริษัท แฟกต์ชีทส์ จำกัด ออกมาเปิดเผยหลักฐานสำคัญ กรณีถูกกรรมการ ธ.ก.ส. ซึ่งเป็นบุตรชายของอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสมาชิกพรรคการเมืองแกนนำรัฐบาล ล่วงละเมิด พร้อมแฉกระบวนการ "ใช้อำนาจมืด" แทรกแซงคดี และละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) เพื่อกดดันให้ยอมความ

 

 

เปิดไทม์ไลน์เหตุการณ์ฉาวที่จันทบุรี

 


เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 20.00 น. ณ โรงแรมชื่อดัง จ.จันทบุรี ขณะที่ นายพีรพัทธ์ นันนารารัตน์ กำลังปฏิบัติหน้าที่วิทยากรในกิจกรรมของ ธ.ก.ส. และภาคีเครือข่าย

 

ระหว่างการรับประทานอาหารร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของธนาคาร และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ระดับ 10 รวมกว่า 10 ชีวิต คู่กรณีผู้ก่อเหตุ ที่มีตำแหน่งกรรมการ ธ.ก.ส. ซึ่งนั่งติดกับ นายพีรพัทธ์ และได้กระทำการอันเป็นการละเมิดสิทธิในเนื้อตัวร่างกาย มีการใช้มือลูบไล้ที่บริเวณขา รวมถึงมีการกำบีบมือและข้อมือโดยที่ อาจารย์ฮง ไม่ได้ยินยอม 


เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ท่ามกลางสายตาบุคคลในโต๊ะอาหาร แต่ผู้ก่อเหตุกลับไม่หยุดพฤติกรรม ทำให้นายพีรพัทธ์ตัดสินใจบันทึกภาพวิดีโอไว้เป็นหลักฐาน ก่อนจะเดินทางเข้าแจ้งความ ต่อพนักงานสอบสวน สภ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี ในคืนวันเดียวกันเวลา 23.27 น. เพื่อให้ดำเนินคดีอาญาในข้อหากระทำอนาจารต่อหน้าธารกำนัล 

แฉกระบวนการ "อำนาจมืด" คุกคามถึงที่พัก 

 

ภายหลังการแจ้งความ นายพีรพัทธ์ เปิดเผยว่า เรื่องราวกลับเลวร้ายยิ่งขึ้น เมื่อพบว่ามีกระบวนการใช้อำนาจแทรกแซง และละเมิดข้อมูลส่วนตัว มีการนำไฟล์ประวัติส่วนตัว (CV) ที่ระบุที่อยู่อาศัย ที่ไม่ใช่ที่อยู่ตามบัตรประชาชน ซึ่งเคยส่งให้เจ้าหน้าที่ ธ.ก.ส. เพื่อประสานงานวิทยากร ออกไปใช้เป็น "ลายแทง" ให้กลุ่มผู้มีอิทธิพลตามล่าถึงบ้าน 


นายพีรพัทธ์ ระบุว่า เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ที่ผ่านมา มีผู้อ้างว่า เป็นอดีตผู้บริหารระดับสูงกระทรวงการคลัง โทรศัพท์มาหาโดยระบุพิกัดที่พักอาศัยได้อย่างแม่นยำ พร้อมอ้างว่าได้รับคำสั่งจากข้าราชการการเมืองระดับสูงและรัฐมนตรี ให้มา "คลี่คลาย" และขอให้เลิกรากันไปเพื่อไม่ให้เป็นเวรกรรม


นอกจากนี้ยังมี "อดีตอธิบดี" ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองระดับสูง ส่งพัสดุเป็นปลอกหมอนมาให้ถึงคอนโดมิเนียม โดยยอมรับว่า ได้ข้อมูลที่อยู่มาจาก ธ.ก.ส. เพื่อหวังให้ให้อภัยต่อผู้กระทำผิด 

 

 

 

จี้ "รมว.คลัง" สอบธรรมาภิบาล ธ.ก.ส. 
 


นายพีรพัทธ์ ได้เรียกร้องไปยัง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการ ธ.ก.ส. ให้ตรวจสอบความหละหลวมของระบบรักษาความปลอดภัยข้อมูลประชาชน และการที่ผู้ใต้บังคับบัญชา นำชื่อไปแอบอ้างเพื่อแทรกแซงคดีอาญา

 

อาจารย์ฮง ยังเปิดเผยพฤติกรรมที่เรียกว่า "ความล้มเหลวเชิงธรรมาภิบาล" ของ ธ.ก.ส. ที่พยายามสื่อสารบิดเบือนว่า โครงการอบรมถูกระงับไปแล้ว แต่ในความเป็นจริงกลับมีการสับขาหลอกจัดงานต่อทันที โดยเชิญวิทยากรท่านอื่นมาแทน 

 

“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่า ผู้มีอำนาจมองว่า การล่วงละเมิดประชาชนเป็นเพียง "อุบัติเหตุทางเทคนิค" ที่ต้องรีบกำจัดทิ้ง เพื่อให้งานดำเนินต่อไปตาม KPI ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ไม่ใช่สินค้า ที่จะเอาของกำนัลมาแลก กับการรูดซิปปากยอมความได้" นายพีรพัทธ์ กล่าวและยืนยันจะนำกรณีศึกษานี้ไปถ่ายทอดในคลาสเรียน เพื่อตีแผ่ขบวนการที่ไร้ธรรมาภิบาลในระบบราชการไทยต่อไป

 

 

 

 

อาจารย์ฮงเปิดใจ ถูกการเมืองแทรกแซง: "ปลอกหมอน 2 ใบ" แลกคดีจบ?

 

 

ล่าสุด อาจารย์ฮง  เปิดใจผ่านผู้สื่อข่าวเนชั่นทีวี แฉความพยายามแทรกแซงคดี จากข้าราชการการเมืองระดับเลขาฯ รมต. พร้อมตั้งคำถามถึงธนาคารต้นสังกัด ที่ละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ส่งที่อยู่พักอาศัยให้คนนอก นำของขวัญมาส่งถึงบ้านเพื่อขอให้จบเรื่อง


โดยเผย ถึงความคืบหน้า ที่หลังเกิเหตุ คู่กรณีซึ่งเป็นกรรมการ ธ.ก.ส. ได้ลาออกจากตำแหน่งไปนั้นว่า นอกจากการดำเนินคดีทางกฎหมายแล้ว ตนได้เดินหน้าร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากมองว่า การลาออกเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการรับผิดชอบ และทางต้นสังกัดคู่กรณี ก็ยังไม่มีแอ็กชันที่ชัดเจน ในการดูแลสวัสดิภาพของผู้ที่ไปปฏิบัติงานให้  

 

 

 

 

อาจารย์ฮง เผยข้อมูลที่น่าตกใจว่า ทางธนาคารอ้างว่าไม่มีการตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง เนื่องจากผู้ก่อเหตุมีสถานะเป็น "บอร์ด" ไม่ใช่ "พนักงาน" ซึ่งตนมองว่าไม่สมเหตุสมผล เพราะในวันเกิดเหตุคู่กรณีไปปฏิบัติงานในฐานะประธานเปิดงาน ทั้งนี้ ตนเตรียมจี้ไปยัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และ กระทรวงการคลัง ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ ให้เข้ามาตรวจสอบเรื่องนี้อย่างจริงจัง

 

 

เปิดโปงการเมืองแทรกแซง: "ปลอกหมอน 2 ใบ" แลกคดีจบ?
 

 

นอกจากนี้ อาจารย์ฮง  เปิดเผยว่า มี ข้าราชการการเมืองที่อ้างว่า เป็นระดับเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ติดต่อมาหาตนโดยอ้างว่า "ได้รับมอบหมายจากท่านเอกนิติ" (นายเอกนิติ นิติทันประภาศ ประธานกรรมการ ธ.ก.ส.) ให้มาช่วยคลี่คลายสถานการณ์

 

"เขาบอกว่าอยากส่งของขวัญมาขอโทษ และขอให้เลิกแล้วต่อกัน ไม่ต้องดำเนินคดี โดยอ้างเรื่องการขออโหสิกรรมเพื่อไม่ให้เป็นเวรกรรมต่อกัน เพราะเขาบอกว่าเขาปฏิบัติธรรม แต่ผมแปลกใจมาก เพราะเขาไม่ใช่คู่กรณีโดยตรง และคนระดับนี้ควรทำหน้าที่ที่ถูกต้อง มากกว่าการมาขอให้จบเรื่องแบบนี้ สุดท้ายมีการส่งปลอกหมอนมาให้ผม 2 อัน" อ.ฮง กล่าว

 


ตั้งข้อสังเกตโยงเส้นสาย "ลูกอดีตรัฐมนตรี" - แฉซ้ำละเมิด PDPA

 

อาจารย์ฮง ยังตั้งข้อสังเกตถึงอิทธิพลทางการเมืองที่เข้ามาเกี่ยวข้อง เนื่องจากคู่กรณีมีภูมิหลัง เป็นถึงลูกชายของอดีตรัฐมนตรี นอกจากนี้ยังพบหลักฐานการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลอย่างร้ายแรง โดยเลขานุการ รมต. คนดังกล่าว มีข้อมูลที่อยู่พักอาศัยส่วนตัวของตน ซึ่งไม่ใช่ที่อยู่ตามบัตรประชาชน


จากการตรวจสอบพบว่า ที่อยู่ดังกล่าวตนเคยให้ไว้กับทางธนาคาร (ธ.ก.ส.) เฉพาะในเอกสาร CV เพื่อประสานงานเป็นวิทยากรเท่านั้น แต่ธนาคารกลับนำข้อมูลลับนี้ไปมอบให้กับคนนอกองค์กร ซึ่งถือเป็นการละเมิด พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) อย่างชัดเจน 

 

คดีอาญาคืบหน้า: คู่กรณีพลิ้วในสำนวนแม้จะเป็นความผิดสำเร็จแล้ว"

 


สำหรับความคืบหน้าทางคดี อาจารย์ฮง  ระบุว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการได้ค่อนข้างดี โดยเป็นคดีกระทำอนาจารต่อหน้าธารกำนัล  ซึ่งตนมีนัดเข้าไปให้การเพิ่มเติมในสัปดาห์นี้  อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า คู่กรณีได้ติดต่อหาตำรวจก่อนหน้านี้ โดยพยายามปฏิเสธในรายละเอียดสำนวนทางคดี แม้ทางตำรวจยืนยันว่า อย่างไรก็เข้าข่ายความผิดทางกฎหมาย

 

"ผมงงว่า เขาไปปรึกษาทนายมายังไง ถึงให้การแบบนี้ ขณะที่ทางธนาคารเองกลับเงียบมาก และเลือกใช้วิธีที่ถูกต้องน้อยมากในการแก้ปัญหา" อ.ฮง กล่าวทิ้งท้าย 


 

"พีรพัทธ์ นันนารารัตน์" หรือ อ.ฮง ผู้เชี่ยวชาญด้าน Generative AI และ CEO บริษัท แฟกต์ชีทส์ จำกัด

 

 

ข่าวล่าสุด