เนชั่นทีวี

ข่าว

เปิดหลักฐานบึ้มชายแดน ชี้จุดระเบิดห่างแนวลวดหนาม 50 เมตร

08 ก.ค. 2569 | thunchanok_kul

เปิดหลักฐานบึ้มชายแดน ชี้จุดระเบิดห่างแนวลวดหนาม 50 เมตร

ทัพภาค2 เผยภาพ-หลักฐานเหตุบึ้มชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อมเปิดไทม์ไลน์นาทีเกิดเหตุ ยืนยันไทยไม่ใช้กำลัง ชี้จุดระเบิดห่างแนวลวดหนาม 50 เมตร

ทัพภาค2 เผยภาพ-หลักฐานเหตุบึ้มชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อมเปิดไทม์ไลน์นาทีเกิดเหตุ ยืนยันไทยไม่ใช้กำลัง ชี้จุดระเบิดห่างแนวลวดหนาม 50 เมตร

KEY

POINTS

  • ทัพภาค 2 โต้กัมพูชา ยันระเบิดเกิดในฝั่งกัมพูชา ห่างรั้วไทย 50 เมตร: ปฏิเสธข้อกล่าวหาโยนระเบิดข้ามฝั่ง ชี้ทหารไทยเดินกลับเข้าแดนตัวเองเรียบร้อยแล้วก่อนเกิดเสียงบึ้มปริศนา
  • งัดหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ แผลกระจุกที่เท้าชี้ชัด "เหยียบกับระเบิด": ภาพทหารกัมพูชาเจ็บหนักที่ฝ่าเท้าและหน้าแข้ง สอดคล้องกับแรงระเบิดจากพื้นดิน คาดเป็นระเบิดในพื้นที่หรืออุบัติเหตุจัดการวัตถุระเบิดเอง
  • กัมพูชาหยุดกล่าวหาลอยๆ พร้อมร่วมมือสอบผ่านกลไกทวิภาคี: ย้ำไทยยึดมั่นข้อตกลงและสันติวิธี 

8 กรกฎาคม 2569 ตามที่โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ได้แถลงข่าวต่อสาธารณะ เรื่องเหตุระเบิดในพื้นที่ อ.บันเตียอัมปึล จ.อุดรมีชัย จนส่งผลให้ทหารกัมพูชาบาดเจ็บ 4 นาย เมื่อวันที่ 5 ก.ค.69 โดยพยายามที่จะหลีกเลี่ยงการให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสาเหตุของการระเบิดที่เกิดขึ้น ซึ่งคาดว่าเกิดการระเบิดจากกับระเบิดของทหารกัมพูชาในพื้นที่ตนเอง และพยายามโยงว่ามีทหารไทยปฏิบัติการอยู่อีกฝั่งรั้วลวดหนามในฝั่งไทย

ล่าสุด กองทัพภาคที่ 2 ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2569 บริเวณพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชาอย่างรอบด้าน โดยจากการตรวจสอบของหน่วยทหารในพื้นที่ และการรวบรวมข้อมูลจากพยานบุคคลในที่เกิดเหตุพบว่า ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ทหารฝ่ายไทยที่ปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้กับชุดสร้างเส้นทางได้เข้าไปประสาน และแจ้งกำลังฝ่ายกัมพูชาที่อยู่บริเวณแนวรั้วลวดหนามว่า จะมีการปฏิบัติงานในการทำเส้นทางซึ่งการดำเนินการทั้งหมดเป็นการปฏิบัติภายในพื้นที่ของประเทศไทย ไม่ได้เข้าไปดำเนินการในพื้นที่ของฝ่ายกัมพูชาแต่อย่างใด

เปิดหลักฐานบึ้มชายแดน ชี้จุดระเบิดห่างแนวลวดหนาม 50 เมตร

การพูดคุยระหว่างกำลังพลทั้งสองฝ่ายเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีลักษณะของการโต้เถียง การคุกคาม หรือการเผชิญหน้าที่อาจนำไปสู่การใช้กำลังแต่อย่างใด หลังการพูดคุยต่างฝ่ายต่างแยกย้ายกลับไปยังพื้นที่ของตน ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ทหารของไทยเดินกลับมาบริเวณจุดทำเส้นทางได้ไม่นานได้เกิดเสียงระเบิดขึ้นในพื้นที่ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของฝ่ายกัมพูชา ซึ่งอยู่นอกแนวรั้วลวดหนามของฝ่ายไทย โดยฝ่ายไทยไม่ได้มีการใช้กำลัง หรือดำเนินการทางทหารใดๆในบริเวณที่เกิดเหตุ 

ทั้งนี้ถ้อยคำของพยานบุคคล ได้แก่ หัวหน้าชุดรักษาความปลอดภัยมีความสอดคล้องกันในลำดับเหตุการณ์ว่า หลังการพูดคุยและแยกย้ายกันแล้ว ระหว่างที่หัวหน้าชุดฯกำลังเดินกลับเข้ามาในพื้นที่วางกำลังของฝ่ายเราซึ่งห่างแนวลวดหนามได้ประมาณ 50 เมตร ได้ยินเสียงระเบิดจากฝั่งกัมพูชา พร้อมเสียงร้องขอความช่วยเหลือของกำลังพลฝ่ายกัมพูชา โดยไม่มีผู้ใดทราบสาเหตุของการระเบิดในขณะนั้น

เปิดหลักฐานบึ้มชายแดน ชี้จุดระเบิดห่างแนวลวดหนาม 50 เมตร

กองทัพภาคที่ 2 ได้พิจารณาข้อมูลประกอบจากหลักฐานเบื้องต้นที่ปรากฏต่อสาธารณะ พบว่า ภาพผู้ได้รับบาดเจ็บของฝ่ายกัมพูชาจำนวน 3 นาย แสดงลักษณะการบาดเจ็บที่กระจุกตัวบริเวณฝ่าเท้า หน้าแข้ง และช่วงขาเป็นหลัก โดยผู้ได้รับบาดเจ็บที่มีอาการหนักมีบาดแผลบริเวณฝ่าเท้าซ้ายและหน้าแข้ง 

ขณะที่ผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 นาย มีบาดแผลบริเวณหน้าแข้งใต้หัวเข่าในลักษณะไม่รุนแรง เมื่อเปรียบเทียบกับลักษณะการบาดเจ็บจากวัตถุระเบิดแต่ละประเภทแล้ว บาดแผลดังกล่าวมีความสอดคล้องกับการได้รับแรงระเบิดจากบริเวณพื้นดินมากกว่าลักษณะการได้รับผลกระทบจากระเบิดขว้าง ซึ่งโดยทั่วไปจะทำให้สะเก็ดระเบิดกระจายเข้าสู่หลายส่วนของร่างกาย ทั้งบริเวณลำตัว แขน และใบหน้า และมักก่อให้เกิดการบาดเจ็บในวงกว้างกว่าที่ปรากฏในภาพข่าว

อย่างไรก็ตาม การประเมินดังกล่าวเป็นเพียงการวิเคราะห์จากข้อมูลเบื้องต้น และไม่อาจใช้เป็นข้อยุติทางนิติวิทยาศาสตร์ได้ จึงยังจำเป็นต้องรอผลการตรวจพิสูจน์จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป 

นอกจากนี้ จากการรวบรวมข้อมูลของหน่วยในพื้นที่ ยังพบข้อสังเกตว่าจุดเกิดเหตุอยู่ในพื้นที่ของฝ่ายกัมพูชา จึงยังมีข้อสงสัยหลายประการที่ต้องได้รับการตรวจสอบ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานของวัตถุระเบิดที่มีอยู่ในพื้นที่ หรืออุบัติเหตุจากการจัดการวัตถุระเบิดของฝ่ายกัมพูชา

กองทัพภาคที่ 2 ขอยืนยันว่า ประเทศไทยยังคงยึดมั่นในการปฏิบัติตามข้อตกลงและกลไกความร่วมมือระหว่างสองประเทศ พร้อมให้ความร่วมมือในการตรวจสอบข้อเท็จจริงผ่านกลไกทวิภาคี โดยยึดหลักความโปร่งใส ความเป็นกลาง และพยานหลักฐานที่สามารถตรวจสอบได้ พร้อมขอให้ทุกฝ่ายหลีกเลี่ยงการคาดการณ์ หรือกล่าวหาฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดก่อนที่ผลการสอบสวนจะแล้วเสร็จ เพื่อให้การสื่อสารต่อสาธารณชนตั้งอยู่บนข้อเท็จจริง อันจะเป็นประโยชน์ต่อการรักษาความสัมพันธ์อันดี ความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดน และความเชื่อมั่นของประชาคมระหว่างประเทศ

ข่าวล่าสุด