เนชั่นทีวี

Nation Story

ARTICLE : สวนทางคำคุยทรัมป์! ชำแหละอิหร่านโฉมใหม่ ยิ่งรบยิ่งแกร่ง

06 ก.ค. 2569 | NATESAIY

ARTICLE : สวนทางคำคุยทรัมป์! ชำแหละอิหร่านโฉมใหม่ ยิ่งรบยิ่งแกร่ง

หลังถูกสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากถล่มอย่างหนักหน่วงตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา โลกภายนอกอาจคิดว่าอาณาจักรเปอร์เซียกำลังจะล่มสลาย แต่รายงานเจาะลึกจากสำนักข่าว The Washington Post กลับชี้ไปในทิศทางตรงกันข้าม สงครามรอบนี้กำลังขัดเกลาให้อิหร่านเชี่ยวชาญเชิงกลยุทธ์และมีจุดยืนที่แข็งกร้าวขึ้น สวนทางกับคำโอ้อวดของ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่เคยประกาศกร้าวว่าสามารถทำให้เกิด "การเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง" (Regime Change) ได้สำเร็จ

ย้อนกลับไปในวันแรกของสงครามเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ การเสียชีวิตของ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุด ได้จุดประกายความหวังให้แก่สหรัฐฯ และอิสราเอลว่า ระบอบรัฐอิสลามที่ยืนหยัดมาตั้งแต่ปี 1979 กำลังนับถอยหลังสู่จุดจบ ทว่า 4 เดือนต่อมา พิธีไว้อาลัยครั้งยิ่งใหญ่ตลอด 1 สัปดาห์ กลับกลายเป็นเครื่องยืนยันถึงการอยู่รอดของอิหร่าน และเป็นเวทีเปิดตัวของผู้นำรุ่นใหม่ที่ทรงอำนาจ เด็ดขาด และพร้อมใช้อาวุธเฉียบคมมากกว่าเดิม
 


🔵 [เปิดหน้า 3 ขุนพลสายเหยี่ยว: เจเนอเรชันใหม่ที่โตมากับการสู้รบ]


ขั้วอำนาจใหม่นี้ถูกขับเคลื่อนโดยกลุ่มคนรุ่นหลังการปฏิวัติ พวกเขาไม่ได้ยึดโยงกับวิกฤตตัวประกันในปี 1979 เท่ากับประสบการณ์ที่ได้เฝ้าดูความล้มเหลวของกองทัพสหรัฐฯ ในสมรภูมิอิรักและอัฟกานิสถานอย่างใกล้ชิด ส่งผลให้คนรุ่นนี้เข้าใจจุดอ่อนของพญาอินทรีอย่างทะลุปรุโปร่ง พวกเขาเชี่ยวชาญการใช้ซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) ควบคู่กับการทูตและการโฆษณาชวนเชื่อออนไลน์

หลังต้านทานการโจมตีจากกองทัพที่ทรงอิทธิพลที่สุดสองแห่งของโลกได้สำเร็จ อิหร่านยุคนี้เดินหน้ากวาดล้างด้วยการประหารชีวิตกลุ่มผู้เห็นต่างและคู่แข่งทางการเมืองภายในประเทศ ควบคู่ไปกับการเปิดฉากโจมตีเป็นระยะในอ่าวเปอร์เซีย และแสดงอำนาจควบคุมเหนือช่องแคบฮอร์มุซอย่างไม่เกรงกลัว แกนกลางของระบอบใหม่คือกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ที่เข้ามากุมกลไกเบ็ดเสร็จ นำโดย

♦️โมฮัมหมัด บาเกอร์ โซลฮัดร์ อดีตผู้บัญชาการ IRGC สายตรงกองกำลัง Quds (หน่วยฝึกฝนกองกำลังพันธมิตร) ที่ก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุด
♦️อาหมัด วาฮิดี ผู้บัญชาการสูงสุดคนใหม่ของ IRGC ตัวพ่อสายปราบปรามที่เคยอยู่เบื้องหลังการกวาดล้างกลุ่มเรียกร้องสิทธิสตรีในปี 2022
♦️โมห์เซน เรซาอี ที่ปรึกษาทางทหารคนใหม่ของผู้นำสูงสุด ผู้สนับสนุนให้ยกระดับความรุนแรงขั้นสุดเพื่อตอบโต้ทุกการโจมตีจากสหรัฐฯ และอิสราเอล


ในขณะที่นักการเมืองสายพลเรือนและสายกลางที่รัฐบาลทรัมป์เคยหวังจะเจรจาด้วย อย่างประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน และรัฐมนตรีต่างประเทศ อับบาส อารักชี กลับถูกลดบทบาทและริบอิทธิพลลงอย่างเห็นได้ชัดในสภาวะสงคราม แม้แต่ โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภา ตัวแทนหลักในการเจรจาสันติภาพที่ทรัมป์มองว่าเป็นสายกลาง ก็ยังมีภูมิหลังเป็นถึงอดีตผู้บัญชาการ IRGC ในช่วงสงครามอิหร่าน-อิรัก



🔵 [ปริศนาในบังเกอร์ และบททดสอบวัดใจทายาท ‘โมจตาบา คาเมเนอี’]


สปอตไลต์ดวงสำคัญยามนี้จับจ้องไปที่ "โมจตาบา คาเมเนอี" บุตรชายและผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำสูงสุดคนต่อไป เขารอดชีวิตและต้องหลบซ่อนตัวนับตั้งแต่ได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีทางอากาศครั้งเดียวกับที่คร่าชีวิตบิดา แม้เชื่อกันว่าเขาคือผู้กำหนดหมุดหมายเชิงยุทธศาสตร์อยู่หลังม่าน แต่การสั่งการผ่านคนกลางทำให้กระบวนการทำงานซับซ้อน และเริ่มเกิดคำถามถึงศักยภาพในการนำประเทศ
.
พิธีศพของบิดาจึงกลายเป็น "บททดสอบสำคัญ" ที่หน่วยงานข่าวกรองระดับโลกอย่าง CIA กำลังเพ่งเล็งอย่างใกล้ชิด ไม่ต่างจากการจับตาดูการประชุมโปลิตบูโรของสหภาพโซเวียตในช่วงสงครามเย็น เพื่อวิเคราะห์สภาพร่างกายและระบุตัวบุคคลที่ก้าวขึ้นมามีอิทธิพล

นอร์แมน รูล ผู้เชี่ยวชาญด้านอิหร่านชี้ชัดว่า "โมจตาบาคือประมุขแห่งรัฐและผู้นำทางศาสนาคนใหม่ หากเขาไม่ปรากฏตัวในพิธีศพของบิดาเพื่อแสดงภาพลักษณ์ที่เข้มแข็งต่อหน้าสาธารณชน สังคมทั้งในและต่างประเทศจะตีความทันทีว่านั่นคือสัญญาณของความอ่อนแอ ปัญหาสุขภาพ หรือแม้กระทั่ง...เขาอาจไม่มีชีวิตอยู่แล้ว"

ด้านนักการทูตอิหร่านรายหนึ่งระบุว่า โอกาสปรากฏตัวต่อหน้าฝูงชนมีน้อยมาก เนื่องจากความกังวลว่าสหรัฐฯ หรืออิสราเอลจะฉวยโอกาสลอบสังหาร ซึ่งความปลอดภัยของเขาคือสิ่งที่ประชาชนชาวอิหร่านต้องการมากที่สุดในเวลานี้ เพื่อนำพาประเทศผ่านพ้นวิกฤตความเชื่อมั่น



📌 [ยาแรงของทรัมป์ หรือเส้นเลือดใหญ่ต่อลมหายใจ?]


แม้โดนัลด์ ทรัมป์ จะแสดงท่าทีประนีประนอมระลอกใหม่ระหว่างการประชุม G7 ที่ฝรั่งเศส โดยระบุว่าอิหร่านมีผู้นำชุดใหม่ที่ฉลาดและสุดโต่งน้อยกว่าเดิม แต่ในความเป็นจริง คำขู่ทำลายล้างก่อนหน้านี้ของทรัมป์ต่อประเทศที่มีประชากรกว่า 90 ล้านคน กลับกลายเป็นเชื้อไฟชั้นดีที่กลุ่มสายเหยี่ยวใช้สร้าง
วาทกรรมสร้างความชอบธรรมภายในประเทศว่า "เรากำลังสู้เพื่อความอยู่รอด" และบั่นทอนอำนาจต่อรองของกลุ่มสายกลางที่เคยเจรจาโครงการนิวเคลียร์เมื่อทศวรรษก่อนจนหมดสิ้น

ซ้ำร้าย ข้อตกลงล่าสุดของรัฐบาลทรัมป์ในการปลดล็อกทรัพย์สินที่ถูกอายัดมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์เพื่อแลกกับบันทึกความเข้าใจเบื้องต้น (MOU) กลับกลายเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่ช่วยต่อลมหายใจและฟื้นฟูเศรษฐกิจที่บอบช้ำให้อยู่ในมือของคณะผู้นำชุดใหม่ได้อย่างถูกจังหวะ โดยโมจตาบาได้วางกรอบการเจรจาไว้ชัดเจนว่าจะไม่มีการคุยเรื่องนิวเคลียร์จนกว่าจะมีการหยุดยิงถาวร พร้อมแอบเย้ยหยันศึกนี้ไว้ว่า “อิหร่านยอมลงนามใน MOU ด้วยความเมตตาและความปรารถนาดี ส่วนทรัมป์ลงนามด้วยความสิ้นหวัง”

แม้จะมีการประกาศหยุดยิงในเบื้องต้นเมื่อเดือนเมษายน แต่อิหร่านก็แสดงให้เห็นว่ายังคงพร้อมที่จะกลับมาใช้กำลังทางทหารได้ทุกเมื่อ ท่าทีที่แข็งกร้าวนี้บีบให้สหรัฐฯ ต้องยอมผ่อนปรนทางเศรษฐกิจ และเปิดโอกาสให้รัฐบาลอิหร่านสร้างวาทกรรมในประเทศว่าตนคือ "ฝ่ายชนะสงคราม" อย่างเบ็ดเสร็จ

คุณมองทิศทางขั้วอำนาจใหม่ในตะวันออกกลางครั้งนี้อย่างไร? และคิดว่าข้อตกลงปลดล็อกเงินหมื่นล้านของทรัมป์คือทางออกทางทูต หรือคือความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่ชุบชีวิตสายเหยี่ยวให้แข็งแกร่งกว่าเดิม? 

ข่าวล่าสุด