เนชั่นทีวี

Nation Story

ARTICLE : เพนตากอนถังแตก! ของบด่วน 6.7 หมื่นล้านดอลลาร์ โปะค่าใช้จ่ายศึกอิหร่าน

08 ก.ค. 2569 | nation_ent

ARTICLE : เพนตากอนถังแตก! ของบด่วน 6.7 หมื่นล้านดอลลาร์ โปะค่าใช้จ่ายศึกอิหร่าน

สื่อใหญ่ในสหรัฐฯ นำโดย NBC News และ The Wall Street Journal ออกมาตีแผ่สถานการณ์ทางการเงินของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (เพนตากอน) ว่ากำลังตกอยู่ในภาวะวิกฤตอย่างหนัก และต้องดิ้นรนยื่นเรื่องของบประมาณฉุกเฉินเพิ่มเติมกว่า 67,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อนำมาอุดรอยรั่วจากค่าใช้จ่ายในความขัดแย้งกับอิหร่าน รวมถึงปฏิบัติการทางทหารอื่นๆ ที่ยังคั่งค้าง

แต่เส้นทางของเม็ดเงินก้อนนี้กลับต้องชะงักงัน เมื่อสมาชิกสภาคองเกรสตีกลับและขอตรวจสอบคำร้องอย่างละเอียด เนื่องจากความไม่พอใจในความโปร่งใสของข้อมูลสงคราม และความกังวลเกี่ยวกับการใช้อำนาจบริหารในการประกาศศึกของทำเนียบขาว

 

🔵 [ผ่าบัญชีงบฉุกเฉิน 6.7 หมื่นล้านดอลลาร์ เพนตากอนเอาไปทำอะไร?]

คำร้องขอเงินอุดหนุนก้อนนี้เป็นส่วนหนึ่งของแพ็กเกจงบประมาณฉุกเฉินวงเงินรวม 87,600 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเพนตากอนได้แจกแจงความจำเป็นในการเบิกจ่ายไว้ดังนี้

 

💰 21,000 ล้านดอลลาร์: สำหรับเติมเต็มคลังขีปนาวุธและเครื่องกระสุน

💰 17,300 ล้านดอลลาร์: สำหรับค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติการทั่วไป

💰 12,100 ล้านดอลลาร์: สำหรับโครงการลับทางทหาร

💰 5,100 ล้านดอลลาร์: สำหรับความมั่นคงทางไซเบอร์และระบบอัตโนมัติ

💰 4,000 ล้านดอลลาร์: สำหรับระบบระบุเป้าหมายเคลื่อนที่ทางอากาศและโครงข่ายข้อมูลอวกาศ

💰 2,400 ล้านดอลลาร์: สำหรับเทคโนโลยีและปฏิบัติการโดรน

💰 1,500 ล้านดอลลาร์: สำหรับค่าเชื้อเพลิง

🔵 [ทำไมคองเกรสถึงเหยียบเบรก สกัดงบทำสงคราม?]

ปัจจุบันตัวเลขการเบิกจ่ายของเพนตากอนพุ่งทะลุ 11,000 ล้านดอลลาร์ไปแล้วเพียงแค่ในสัปดาห์แรกของความขัดแย้งกับอิหร่าน แต่ฝ่ายนิติบัญญัติยังคงปฏิเสธที่จะ "เซ็นเช็คเปล่า" ให้กับทำเนียบขาวด้วยเหตุผลหลัก 4 ประการ

  • การคุมเชิงอำนาจประธานาธิบดี: วุฒิสภาเพิ่งผ่านมติสั่งยุติสงครามกับอิหร่าน การที่เพนตากอนมาของบก้อนโตเพิ่มเติมจึงถูกมองว่าเป็นชนวนการต่อสู้ทางการเมือง เพื่อใช้ระบบรัฐสภา "คานอำนาจ" กับโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่ให้ลากประเทศเข้าสู่สงครามยืดเยื้อ

 

  • วิกฤตค่าครองชีพในประเทศ: สมาชิกสภาฯ จากทั้งพรรครีพับลิกันและเดโมแครต เผชิญแรงเสียดทานอย่างหนักจากประชาชน ที่ไม่เห็นด้วยกับการทุ่มเงินภาษีไปกับสมรภูมิต่างแดน ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจและปัญหาปากท้องในสหรัฐฯ

 

  • ความคลุมเครือของต้นทุนการรบ: หน่วยงานบริหารงบประมาณของทำเนียบขาวและเพนตากอน ยังไม่สามารถประเมินต้นทุนรวม หรือแจกแจงความจำเป็นของสงครามครั้งนี้ได้อย่างกระจ่างชัด

 

  • ข้อกังขาด้านกฎหมาย: สมาชิกพรรคเดโมแครตหลายคนอ้างว่า ปฏิบัติการทางทหารครั้งนี้ขาดการอนุมัติอย่างเป็นทางการจากรัฐสภา จึงถือว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย

 

🔵 [บิลค่าอาวุธสุดแพง: ขีปนาวุธ 53 ล้านบาท และโดรนลดต้นทุน]

สาเหตุสำคัญที่ทำให้งบประมาณละลายหายไปอย่างรวดเร็ว คือการทุ่มใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ขั้นสูงที่มีราคาแพงระยับ โดยเฉพาะ ขีปนาวุธร่อนโทมาฮอว์ก (TLAM) ซึ่งผลิตโดยบริษัท Raytheon มีราคาต่อหน่วยสูงถึง 1.59 ล้านดอลลาร์ (ราว 53 ล้านบาท) สำหรับรุ่น Block IV และ 1.41 ล้านดอลลาร์ (ราว 47 ล้านบาท) สำหรับรุ่นมาตรฐาน

 

ด้วยความที่สหรัฐฯ ผลิตโทมาฮอว์กได้ไม่ถึง 200 ลูกต่อปี การกระหน่ำยิงในสมรภูมิอิหร่านจึงทำให้คลังแสงร่อยหรอลงอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับระบบป้องกันภัยทางอากาศขั้นสูงอย่าง Patriot และ THAAD ที่ถูกงัดมาใช้งานเต็มพิกัดจนคลังอาวุธกลุ่มนี้ลดลงไปถึง 45-50% (อ้างอิงจากศูนย์ยุทธศาสตร์และการระหว่างประเทศศึกษา - CSIS)

 

สถานการณ์บีบคั้นนี้กดดันให้เพนตากอนต้องเร่งนำ โดรน LUCAS (Low-cost Uncrewed Combat Attack System) ซึ่งเป็นโดรนโจมตีราคาประหยัดที่ถอดแบบเทคโนโลยีมาจากอิหร่าน มาใช้งานเพื่อลดต้นทุน

 

"ชะตากรรมของความเป็นผู้นำทางทหารในอนาคตของเรากำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย นี่ไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการปรับปรุงกองทัพให้ทันสมัย สนับสนุนกองกำลังของเรา บดขยี้ศัตรู และฟื้นฟูจิตวิญญาณนักรบที่ประธานาธิบดีเรียกร้อง" คำเตือนจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเพนตากอน

 

การเผาผลาญคลังอาวุธความแม่นยำสูงและระบบป้องกันภัยทางอากาศในตะวันออกกลาง กำลังสร้างความกังวลครั้งใหญ่ว่า ศักยภาพในการป้องปรามภัยคุกคามของกองทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาคอื่น โดยเฉพาะใน มหาสมุทรแปซิฟิก อาจลดทอนลงจนเปิดช่องว่างทางยุทธศาสตร์ในอนาคตอันใกล้

ข่าวล่าสุด