เนชั่นทีวี

Nation Story

OPINION : ดื่มหวานวันละ 2 แก้ว เสี่ยง “เบาหวาน” พุ่ง 41% แม้ออกกำลัง?!

08 ก.ค. 2569 | ปิยวรรณ ประเมษฐะวนิช

OPINION : ดื่มหวานวันละ 2 แก้ว เสี่ยง “เบาหวาน” พุ่ง 41% แม้ออกกำลัง?!

ทุกวันนี้หลายคนเริ่มใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ออกกำลังกาย วิ่ง เข้าฟิตเนส นับแคลอรี แต่ยังมีพฤติกรรมหนึ่งที่หลายคนมองข้าม เพราะคิดว่าเป็นเรื่องเล็ก นั่นคือ “การดื่มเครื่องดื่มหวานๆ” และหลายคนอาจคิดว่า ถ้ากินหวานแล้วไปออกกำลังกายทีหลัง ก็น่าจะหักล้างกันได้...แต่ความจริงตรงกันข้าม?

ผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดในสหรัฐอเมริกา กลับพบว่า เรื่องอาจไม่ง่ายอย่างนั้นค่ะ นักวิจัยติดตามกลุ่มตัวอย่างมากกว่า 190,000 คน เป็นเวลานานเฉลี่ยถึง 15 ปี และพบผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 รายใหม่เกือบ 20,000 คน ผลลัพธ์ที่ได้ชวนให้หลายคนต้องกลับมาทบทวนพฤติกรรมการดื่มของตัวเองอีกครั้ง

ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลอย่างน้อยวันละ 2 แก้ว หรือประมาณ 480 มิลลิลิตรขึ้นไป มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 เพิ่มขึ้นถึง 41% เมื่อเทียบกับคนที่ดื่มน้อยมากหรือแทบไม่ดื่มเลย

ที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือ แม้คนกลุ่มนี้จะออกกำลังกายตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก คืออย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ ความเสี่ยงก็ยังคงสูงกว่าปกติ พูดง่ายๆ คือ การออกกำลังกายช่วยได้ แต่ไม่สามารถลบผลเสียของเครื่องดื่มหวานได้ทั้งหมด นักวิจัยถึงกับสรุปว่า ทุกครั้งที่เราดื่มเครื่องดื่มหวาน เรากำลังเพิ่มโอกาสเกิดโรคเบาหวานให้ตัวเองทีละน้อย


🔵 [เครื่องดื่ม “ไม่มีน้ำตาล” ก็ยังเสี่ยง?]


หลายคนอาจคิดว่า ถ้าอย่างนั้นหันไปดื่มเครื่องดื่ม “ไม่มีน้ำตาล” แทนน่าจะปลอดภัยกว่า แต่ผลการศึกษาฉบับเดียวกันพบว่า ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มที่ใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาลอย่างน้อยวันละ 2 แก้ว ก็ยังมีความเสี่ยงเป็นเบาหวานเพิ่มขึ้นประมาณ 11% แม้จะน้อยกว่าเครื่องดื่มหวานทั่วไป แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะปลอดภัยแบบ 100%

ผู้เชี่ยวชาญด้านต่อมไร้ท่อของจีนอธิบายว่า สารให้ความหวานอาจส่งผลต่อระบบการทำงานของอินซูลิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนสำคัญที่ทำหน้าที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด แม้ลิ้นจะรับรู้ว่า “หวาน” แต่ร่างกายกลับไม่ได้รับน้ำตาลจริงๆ ทำให้ระบบการตอบสนองของอินซูลินเกิดความสับสนในระยะยาว เมื่อเวลาผ่านไป อาจนำไปสู่ปัญหาการเผาผลาญ ความอ้วน หรือภาวะดื้ออินซูลินได้

🔵 [แล้วทำไมเบาหวานจึงน่ากลัว?]


หลายคนมักมองว่าเป็นแค่โรคน้ำตาลสูง แต่ในความเป็นจริง เบาหวานคือโรคที่ทำลายหลอดเลือดทั่วร่างกาย เพราะไม่ว่าที่ไหนมีหลอดเลือด ที่นั่นก็สามารถเกิดภาวะแทรกซ้อนจากเบาหวานได้ บางคนสูญเสียการมองเห็นจากโรคจอประสาทตาเสื่อม บางคนมีแผลที่เท้าจนต้องตัดขา บางคนเกิดโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง หรือไตวาย ทั้งหมดนี้เริ่มต้นจากน้ำตาลในเลือดที่ควบคุมไม่ได้เป็นเวลานาน


🔵 [แล้วดื่มอะไรดีสุด?]


คำตอบยังคงเรียบง่ายเหมือนเดิม นั่นคือ “น้ำเปล่า” แม้จะไม่มีสีสัน ไม่มีรสชาติหวือหวา แต่เป็นเครื่องดื่มที่ปลอดภัยที่สุด ช่วยรักษาสมดุลของร่างกาย ส่งเสริมระบบเผาผลาญ และไม่เพิ่มภาระให้ตับอ่อน หากใครรู้สึกว่าน้ำเปล่าน่าเบื่อ อาจเติมมะนาวสดสัก 1-2 แว่น หรือใบสะระแหน่เล็กน้อย เพื่อเพิ่มความสดชื่นได้ 

อีกตัวเลือกที่น่าสนใจคือ “ชาไม่หวาน” ค่ะ มีงานวิจัยจำนวนไม่น้อยพบว่า การดื่มชาเป็นประจำในปริมาณที่เหมาะสม อาจสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่ลดลงของโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง ภาวะสมองเสื่อม และการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร

สุดท้ายนี้ พลอยอยากชวนทุกคนลองสังเกตตัวเองค่ะ ในหนึ่งวัน เราดื่มอะไรบ้าง? ชาแก้วใหญ่ กาแฟเย็นแก้วโปรด น้ำอัดลมระหว่างวัน หรือชานมไข่มุกหลังเลิกงาน บางครั้งสิ่งที่เราคิดว่าเป็นความสุขเล็กๆ อาจกำลังสะสมความเสี่ยงก้อนใหญ่ให้กับสุขภาพโดยไม่รู้ตัว

เพราะโรคเบาหวานไม่ได้เกิดขึ้นจากเครื่องดื่มเพียงแก้วเดียว แต่มักเกิดจากพฤติกรรมเดิม ๆ ที่ทำซ้ำทุกวันเป็นเวลาหลายปีต่างหาก

 

อ้างอิง : 每天喝≥2杯含糖饮料,糖尿病风险增加41%,运动也不能抵消!

ข่าวล่าสุด