"พิเชษฐ์" ตอก "ชาดา" ข่มขู่การทำหน้าที่ประธานสภา
ขณะเดียวกัน ก่อนเข้าสู่วาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี "นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน" รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม ได้เล่าย้อนถึงเหตุวิวาทะ ระหว่างนายรังสิมันต์ กับ นายชาดา เมื่อวันที่ 14 ก.พ. ที่ผ่านมา ในระหว่างที่ตนกำลังทำหน้าที่ประธานการประชุม ช่วงอภิปรายญัตติด่วนเพื่อพิจารณาทบทวนมาตรการอารักขาขบวนเสด็จ ที่นายรังสิมันต์ ได้นำภาพสไลด์ของ นายชาดา ถ่ายรูปคู่กับกลุ่ม ศปปส. ก่อนที่นายชาดา ถามประธานในที่ประชุม ใครเป็นผู้อนุญาติ
โดย นายพิเชษฐ์ ได้ชี้แจงว่า การกระทำดังกล่าว เป็นการใส่ร้าย ข่มขู่ ประธานในที่ประชุมอย่างรุนแรงว่าไม่เป็นกลาง จึงขอทำความเข้าใจไปถึงรัฐมนตรีว่า สภามีคณะกรรมการตรวจสอบวินิจฉัยความเหมาะสม และตรวจสอบข้อมูลก่อนออกเผยแพร่ไปยังสื่อต่าง ๆ โดยมีหลักเกณฑ์การส่งข้อมูลการประกอบการอภิปราย พร้อมนำหลักเกณฑ์การส่งข้อมูลประกอบการอภิปรายในที่ประชุมสภามาแสดงต่อที่ประชุม
ยันระเบียบเปิดให้ใช้ภาพประกอบการอภิปรายได้
นายพิเชษฐ์ กล่าวต่อว่า โดยในเอกสารในช่วงท้าย ระบุว่า ทั้งนี้ข้อมูลที่ไม่ต้องปกปิดข้อมูลหรือเบลอภาพ ได้แก่ คณะรัฐมนตรี กรรมาธิการ (กมธ.) บุคคลในวงงานสภาผู้แทนราษฎร หนังสือเวียน ประกาศ ระเบียบหน่วยงานราชการ ซึ่งเป็นที่เปิดเผยต่อสาธารณะในวงกว้าง ดังนั้น การไม่เบลอ จึงเป็นเงื่อนไขที่ใช้มาโดยตลอด
"ผมให้เกียรติทุกท่าน ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ เมื่อมาอยู่ในสภาผู้แทนราษฎรแล้ว เกิดจากการที่ประชาชนไว้ในให้มาเป็นตัวแทน ดังนั้น จึงมีสิทธิและเสรีภาพของทุกคนจึงเท่าเทียมกัน และในฐานะที่ได้รับเลือกให้มาเป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้พยายามรักษาความยุติธรรม เพราะไม่มีประโยชน์ที่จะเข้าข้างใคร โดยหากมีปัญหาสามารถคุยกันข้างนอกได้" รองประธานสภา คนที่ 2 ระบุ
"ชาดา" โต้ประธานสภาผิดก็แค่ยอมรับ
ด้าน "นายชาดา" ชี้แจงหลังนายพิเชษฐ์ ออกมาตอบโต้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ ว่า ส่วนตัวไม่ได้บอกว่าไม่เป็นกลาง แต่วิธีคิดจะมาอ้างระเบียบสภา กฎหมาย PDPA จะเอาระเบียบสภาชนะ พ.ร.บ.ไม่ได้ จริงๆ ไม่ได้ว่าอะไร ไม่ใช่ดูแต่รูปต้องดูเนื้อหาความเสียหาย ตนไม่อยากจะเถียง แต่ในเมื่อบอกมาอย่างนี้ ตนเป็นอาวุโสที่มีสติ มีสมอง คนทำงานต้องมีสติ มีสมอง การที่จะกระทบกับบุคคลอื่น ต้องฟังเนื้อหาในการอภิปราย ว่าผู้ที่มีรูปนั้นเป็นอย่างไรต้องถาม พร้อมย้อนถามว่า ต่อไปนี้ ตนก็จะเอารูปที่ขึ้นได้ แล้วตนด่าได้ใช่ไหม
"อย่ามาเถียงกันเรื่องแบบนี้ ผิดต้องยอมรับผิด คุณอย่ามาอ้างระเบียบ ควรต้องอ้างว่าความเหมาะสม การการทำงานต้องมีวิจารณญาณ ในเมื่อเกี่ยวกับคนอื่นของพรรคภูมิใจไทย แค่เป็นรูป AI ยังไม่อนุญาตเลย ผมขอแค่นี้" นายชาดา กล่าว
ส่วนที่เดินไปหานายรังสิมันต์ นั้น ไม่ได้เป็นการไปเคลียร์ แต่บอกว่าไม่ชัดเจน คุณทำแบบแอบแฝง มันไม่ใช่ลูกผู้ชาย
ส่วนที่นายพิเชษฐ์ บอกว่าให้ไปเจอกันข้างนอกพร้อมจะเคลียร์กันหรือไม่ นายชาดา กล่าวว่า "อ๋อ รองประธานสภาเหรอ ไม่ทราบจะท้าไปต่อยหรือเปล่า ก่อนที่จะหัวเราะ" และบอกว่า ตนคุยเฉพาะเรื่องงานแค่นั้น แต่ถ้ายังไม่ยอมรับการกระทำที่ไม่ถูกต้อง ตนก็ไม่มีอะไรจะคุย สำหรับเรื่องนี้เป็นข้อพิสูจน์ได้ว่า เหมาะสมหรือไม่เหมาะสม ใครที่ไม่ถูกกระทำไม่ทราบตนขอแค่นี้แหละ
ยันมีหลักฐานเบื้องหลังป่วนขบวนเสด็จ
ส่วนที่มีการขอให้เปิดรายชื่อผู้อยู่เบื้องหลังกลุ่มป่วนขบวนเสด็จนั้น นายชาดา กล่าวว่า ตนจะไปให้ข้อมูลกับ กมธ.ความมั่นคงฯ ตนเปิดอยู่แล้วไม่ต้องกลัว แต่ขอให้ถามมาในระบบ จะตอบในระบบ เพราะมีข้อกฎหมาย ไม่ใช่คนที่ถาม ถามเอง แต่เป็นบุคคลที่ 3 ถึงเวลาไม่ต้องห่วง ได้ความจริง
เมื่อถามย้ำว่า มีข้อมูลชัดเจนใช่หรือไม่นายชาดา กล่าวว่า "ใครอภิปรายชัดเจนก็คนนั้นแหละคับผม"
ส่วนที่บอกว่า ระวังเป็นพรรคอื่น นายชาดา ย้ำว่า "เรื่องนี้ไม่มีพรรคอื่นครับ"
เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำอีกครั้งว่า เป็นพรรคที่พูดเรื่องนี้ใช่หรือไม่ นายชาดา กล่าวว่า "ก็ไม่รู้ว่าใครพูด ก็ไม่มีพรรคอื่น ใครพูดออกมาว่าอาจจะเป็นพรรคอื่น พูดออกมา ผมก็ตอบกลับไปว่าไม่มีพรรคอื่น แค่นั้นแหละครับ ผมไม่อยากทะเลาะกับคนพวกนี้ แต่ผมอยากสกัดกั้น การกระทำที่ไม่ดีแค่นั้นเอง"