svasdssvasds
เนชั่นทีวี

อาชญากรรม

ตำรวจขอหมายจับ “ตะวัน” ก่อนบุกค้นบ้านล่าตัวมาดำเนินคดี ปมบีบแตรขบวนเสด็จ

13 กุมภาพันธ์ 2567
1.8 k

ตำรวจขอหมายจับ “ตะวัน” ก่อนบุกค้นบ้านล่าตัวมาดำเนินคดี เอาผิดปมบีบแตรขวางขบวนเสด็จ หลังเลื่อนรับทราบข้อกล่าวหา ตามหมายเรียกครั้งที่ 2

13 กุมภาพันธ์ 2567 จากกรณี 3 สน. ประกอบด้วย สน.ปทุมวัน นางเลิ้ง และสำราญราษฎร์ ได้เสนออัยการไปเมื่อวันที่ 8 ก.พ. ที่ผ่านมา เพื่อขอให้ศาลเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราว น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือ "ตะวัน ทะลุวัง" ผู้ต้องหาคดีมาตรา 112 , พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ , คดีบุกรุก , ขัดขวางเจ้าพนักงาน ภายหลังแสดงออกกับขบวนเสด็จ บนทางด่วน เมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา

ล่าสุดมีรายงานข่าวจากแจ้งว่า เช้านี้พนักงานสอบสวน สน.ดินแดง กำลังไปขอศาลออกหมายจับ "ตะวัน" หลังจากที่วานนี้ (12 ก.พ.) ตำรวจได้ออกหมายเรียกครั้งที่ 2 ให้มาพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา แต่ขอเลื่อนไปเป็นวันที่ 20 ก.พ. เนื่องจากติดภารกิจการเรียน แต่ตำรวจเห็นว่าเหตุผลไม่เพียงพอเนื่องจากเลิกเรียน ก็สามารถมาพบพนักงานสอบสวนได้ จึงได้ทำเรื่องขอออกหมายจับตะวันต่อศาลในเช้านี้

อย่างไรก็ตาม รายงานข่าวแจ้งว่าเมื่อช่วงเช้าที่ผ่าน เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้เข้าค้นบ้านพักของ น.ส.ทานตะวัน ย่านดุสิตแต่ไม่พบตัว

"ตะวัน-แฟรงค์" ให้กำลังใจนักข่าวถูกจับ

ขณะที่ บรรยากาศที่ศาลอาญารัชดาวันนี้ พบว่า น.ส.ทานตะวัน และ นายณัฐนนท์ ชัยมหาบุตร หรือ "แฟรงค์"  2 บุคคลที่กระทำความผิดมีพฤติกรรมพยายามขับรถแซงขบวนเสด็จ พร้อมบีบแตรใส่ อีกทั้ง ยังใช้ถ้อยคำดูหมิ่นเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ถวายความปลอดภัย โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 4 ก.พ. ที่ผ่านมา บนทางด่วนย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งตำรวจอยู่ระหว่างการขอหมายจับ ในความผิด 3 ข้อหา คือ

  1. ดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งกระทำตามหน้าที่
  2. ก่อความเดือดร้อนรำคาญ
  3. มาตรา 116 ยุยง ปลุกปั่น


โดยจากการสอบถามพบว่า น.ส.ทานตะวัน และนายณัฐนนท์ ได้เดินทางมาเพื่อให้กำลังใจนักข่าวประชาไท และช่างภาพอิสระ ที่พนักงานสอบสวนคุมตัวมาฝากขัง หลังถูกดำเนินคดีในข้อกล่าวหาสนับสนุนการทำให้โบราณสถานเสียหาย จากการลงพื้นที่ทำข่าวเหตุการณ์พ่นกำแพงวัดพระแก้ว วันที่ 28 มี.ค. 2566 ซึ่งตลอดช่วงสายที่ น.ส.ทานตะวัน อยู่ที่ศาลอาญา จะนั่งอยู่กับกลุ่มเพื่อน อยู่บริเวณบันไดศาล และบริเวณริมขอบถนนทางเดินของศาล

ขณะเดียวกัน ยังมีมวลชนที่สนับสนุน น.ส.ทานตะวัน มากอดปลอบให้กำลังใจ ซึ่ง น.ส.ทานตะวัน มีสีหน้านิ่ง ค่อนข้างเคร่งเครียด และรวมตัวอยู่กับกลุ่มเพื่อนประมาณ ตลอดเวลา นอกจากนี้ ยังพบ นายนภสินธุ์ ตรีรยาภิวัฒน์ หรือ "สายน้ำ" นักกิจกรรมทางการเมือง ซึ่งเป็นผู้ต้องหาที่มีหมายจับในคดีทำให้โบราณสถานเสียหาย ของ สน.พระราชวัง ก็มานั่งรวมอยู่ในกลุ่มด้วยเช่นกัน

ซึ่งช่วงหนึ่ง "นายนภสินธุ์" ตะโกนออกมาขณะที่นั่งอยู่บริเวณหน้าศาล ว่า "จะจับก็มาเลยพี่ พวกผมไม่ได้หนี และมาแสดงตัวให้เห็นแล้วที่ศาล" ก่อนที่จะให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ตั้งใจมาแสดงตัวตามหมายจับ ไม่มีความกังวลอะไร และไม่ได้หนีไปไหน และตนเองเพิ่งได้รับแจ้งจากทนายความว่า ตำรวจได้เข้าไปตรวจค้นที่บ้านของตนเอง และบ้านของญาติด้วย

ยืนยันไม่หนีไปไหนพร้อมให้จับ

ขณะที่ น.ส.ทานตะวัน กล่าวว่า วันนี้ตั้งใจเดินทางมาให้กำลังใจเพื่อนนักข่าวที่ถูกจับกุม และเพิ่งมาทราบว่าตนเองก็กำลังจะมีหมายจับ ดังนั้น ก็จะไม่หนี ไม่กลัว หากจะจับ ก็มาที่ศาลอาญารัชดาได้เลย จะรออยู่ที่นี่ พร้อมมองว่าก่อนหน้านี้ มีการออกหมายเรียกแค่สร้างความเดือดร้อนรำคาญ เป็นความผิดลหุโทษ จ่ายค่าปรับก็จบ แต่วันนี้ไม่ทราบว่าจะมีการยัดข้อหาอะไรให้ตนเองบ้าง รวมถึงไม่ทราบว่าจะมีหมายจับกี่ใบ

ส่วนประเด็นที่จะมีการเพิกถอนการประกันตัวของ 3 สน.นั้น ยอมรับว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกะทันหัน ยังไม่ทันตั้งตัว และไม่ได้คิดว่าจะสู้ต่อไปอย่างไร แต่ยืนยันว่าจะสู่ต่อไปแน่นอน

เมื่อถามว่า ไม่ได้เป็นการท้าทายตำรวจใช่หรือไม่ น.ส.ทานตะวัน ระบุว่า "เขาเลือกเองที่จะออกหมายจับ ก็อยู่ที่ทางตำรวจแล้วว่าจะทำอย่างไร และการมาอยู่ตรงนี้ก็แสดงว่าไม่ได้หลบหนีไปไหน"

ปัดการเมืองหนุนหลังย้ำมีแต่อุดมการณ์

ส่วนกรณีที่มีความพยายามปลุกปั่นว่ามีคนอยู่เบื้องหลังปลุกเยาวชน ซึ่งตนยืนยันว่า ไม่มีใครและกลุ่มใดอยู่เบื้องหลังใดๆทั้งสิ้น เพราะพวกตนเองมีแต่อุดมการณ์ และออกมาด้วยใจล้วน เพื่อเป็นการตั้งคำถามในการยืนยันสิทธิและเสรีภาพ และมองว่าปัจจุบันคนไทยกำลังตกเป็นเหยื่อไอโอจากภาครัฐ ส่วนที่มีการพยายามโยงพรรคการเมืองมาถึงกลุ่มพวกตนนั้น ยืนยันว่าไม่มีพรรคการเมืองใด ๆ เช่นเดียวกัน

ขณะเดียวกัน ส่วนตัวไม่ได้มีความกังวล ที่เหมือนมีความพยายามปลุกปั่นฝั่งขวาขึ้นมา เพราะยืนยันในจุดยืนเดิม แต่ขออย่าถอยหลังกลับไปในปี 2519 และขออย่าตกเป็นเหยื่อของขบวนการไอโอ 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศการดูแลรักษาความปลอดภัยบริเวณพื้นหน้าศาลอาญา ได้มีตำรวจศาล และเจ้าหน้าที่ รปภ.ของศาล กระจายกำลัง เพื่อคอยสังเกตุการณ์และดูแลความสงบเรียบร้อย