เนชั่นทีวี

การเมือง

"ชัยชนะ"แซะ"ทักษิณ"มีองครักษ์ป้องสุดชีวิตปมกมธ.ดูงานรพ.ตำรวจ 12 ม.ค.นี้

23 ธ.ค. 2566 | chairat_pat

"ชัยชนะ"แซะ"ทักษิณ"มีองครักษ์ป้องสุดชีวิตปมกมธ.ดูงานรพ.ตำรวจ 12 ม.ค.นี้

มหากาพย์ 120 วัน"ทักษิณ ชินวัตร"องครักษ์ขยับขู่ดำเนินการตามกฎหมาย หากขุดคุ้ยประวัติรักษา ด้าน "ชัยชนะ" มองปกป้องสุดชีวิต หลังกมธ.โปลิศ เตรียมดูงานโรงพยาบาลตำรวจ 12 ม.ค. 67 ยันทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญให้อำนาจ

23 ธันวาคม 2566 อีกมหากาพย์ในสังคมไทย โดยเฉพาะการเข้ารับการรักษาตัวของอดีตนายกฯ "นายทักษิณ ชินวัตร" เพราะตั้งแต่เท้าเหยียบพื้นแผ่นดินไทย แม้จะถูกควบคุมตัวเข้าเรือนจำ ทว่า กลับไม่ได้อยู่ในห้องขังแม้เพียงวินาทีเดียว

ซึ่งปัจจุบัน "นายทักษิณ" ครบกำหนด 120 วัน กับการรักษาตัวนอกเรือนจำ จนถูกตั้งคำถามว่าหรือนี่เป็น "นักโทษเทวดา" ซึ่งหลายภาคส่วนต่างออกมาเรียกร้องให้มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการรักษา รวมถึงคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร วางกำหนดการดูงานที่โรงพยาบาลตำรวจ ในวันที่ 12 ม.ค. ที่จะถึงนี้

ขณะที่ ฝั่งรัฐบาลออกมาย้ำถึงการรักษาตัวเป็นไปตามดุลยพินิจของแพทย์ ยิ่งโดยเฉพาะ "นายสมศักดิ์ เทพสุทิน" รองนายกรัฐมนตรี ที่ออกมาเตือนถึงเรื่องดังกล่าววานนี้ (22ธ.ค.) เพราะหากทำอะไรพลการ อาจมีความผิดตามกฎหมายถึงขั้นถูกฟ้องร้องได้ รวมถึง "นายวิญญัติ ชาติมนตรี" ทนายความประจำตัวนายทักษิณ ที่ประกาศว่าจะฟ้องร้องคนที่ต้องการให้เปิดเผยข้อเท็จจริงถึงอาการป่วยของนายทักษิณ ซึ่งเข้าข่ายกระทำความผิดกฎหมาย ละเมิดสิทธิของผู้ป่วยและละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง

ล่าสุด "นายชัยชนะ เดชเดโช" สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธาน กมธ. ตำรวจฯ กล่าวว่า กรณีที่นายสมศักดิ์ และนายวิญญัติ ออกมาระบุถึงเรื่องนี้ เห็นว่าทั้ง 2 กรณี มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือ ต้องการปกป้องสุดชีวิต

ทั้งนี้ การปกปิดไม่ให้สาธารณชนรับรู้ โดยให้เข้าใจเอาเองว่า นายทักษิณ ยังรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล และกลายเป็นชุดความคิดที่จะสะกดจิตคนไทยทั้งประเทศ ดังนั้น การที่กมธ. จะเดินทางไปดูงานที่โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อสอบถามถึงมาตรฐานการรักษาพยาบาลของผู้ต้องขัง และ สอบสวนหาข้อเท็จจริงให้กับคนไทย  ในวันที่ 12 ม.ค.นั้น ถือว่าเป็นการทำหน้าที่แทนปวงชนชาวไทย ที่ได้รับเลือกมาตามระบอบประชาธิปไตย

ขณะเดียวกัน รัฐธรรมนูญ มาตรา129 ก็ได้รับรองการกระทำของ กมธ.แต่ละชุด ในการสอบหาข้อเท็จจริง โดยยืนยันว่ากมธ.ตำรวจ มีอำนาจหน้าที่อย่างถูกต้องในการดำเนินการดังกล่าว เพราะฉะนั้น ตนก็ต้องขอบคุณนายสมศักดิ์ และนายวิญญัติ ในความปรารถนาดีที่เป็นห่วงกลัวว่า คณะกรรมาธิการฯ และประชาชนที่ต้องการทราบข้อเท็จจริง จะกระทำผิดกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าหากกระทำการโดยอาศัยอำนาจที่มีตามกฎหมายอย่างซื่อสัตย์สุจริตและตรงไปตรงมาแล้ว ก็จะมีกฎหมายและข้อเท็จจริงคอยคุ้มครองบุคคลเหล่านั้น ให้รอดจากภยันตรายและโทษทางกฎหมาย แต่ถ้าหากว่า รู้ทั้งรู้ว่าข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายเป็นอย่างไร แต่ยังดันทุรังเพื่อช่วยเหลือให้บุคคลคนหนึ่ง มีสิทธิมากกว่าคนอื่นๆ จนกลายเป็นคนไม่เท่ากันแล้ว นอกจากจะทำให้เกิดความไม่สบายใจกับตนเอง ยังจะทำให้ส่วนรวมขาดความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของไทยด้วย 

 

"ผมก็ไม่ได้แปลกใจที่ทั้งรองนายกฯ สมศักดิ์  และนายวิญญัติ จะใช้วิธีการฟ้องปิดปากกับทาง กมธ. และประชาชนที่ต้องการทราบว่านายทักษิณ อยู่ที่ไหนและทำไมยังรักษาตัวไม่หาย และผมคิดว่าบุคคลทั้งสองควรจะคำนึงประเด็นสงสัยของประชาชนขณะนี้ มีหลายข้อสงสัยที่ทาง กมธ. จะต้องหาคำตอบให้ได้ เช่น นายทักษิณป่วยหนักจริงหรือไม่ ทำไมได้เอกสิทธิ์และอภิสิทธิ์เหนือนักโทษคนอื่น ตกลงแล้วนายทักษิณจะได้กลับเข้าไปเรือนจำ เพื่อชดใช้ความผิดหรือไม่ เป็นต้น" นายชัยชนะ กล่าว 

 

นอกจากนี้ การที่ตน และ กมธ. มีกำหนดการดูงานและสอบหาข้อเท็จจริง ที่โรงพยาบาลตำรวจ ในวันที่ 12 ม.ค. นั้น ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนทำหนังสือถึงกรมราชทัณฑ์ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ก็ถือว่าเป็นการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายให้อำนาจไว้ ไม่ได้กระทำการเกินเลยแต่อย่างใด ซึ่งเป็นหน้าที่ของทางโรงพยาบาลตำรวจและกรมราชทัณฑ์ว่า จะตอบรับให้ทาง กมธ. เข้าไปดูงานและตรวจสอบข้อเท็จจริงหรือไม่ เพราะถ้าไม่อนุญาต ทางโรงพยาบาลตำรวจ กรมราชทัณฑ์ และผู้เกี่ยวข้องก็ต้องตอบคำถามสังคมให้ได้ โดยเฉพาะข้อสงสัยของประชาชน

อนึ่ง ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 22 ส.ค. 2566 นับเป็นภาพประวัติศาสตร์การเมือง เมื่อปรากฏเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวลอยเหนือน่านฟ้า ที่ท่าอากาศยานสนามบินดอนเมือง โดยเมื่อเครื่องลงจอดพร้อมเปิดประตูออก ก็พบว่าเป็น "นายทักษิณ" ได้ก้าวเท้าลงจากเครื่อง ก่อนจะขึ้นรถมายัง MJET PRIVATE JET TERMINAL 

โดยมีครอบครัวมารอต้อนรับ เช่น นายพานทองแท้ ชินวัตร น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร พร้อมด้วยบุตรเขย และบุตรเขย

เมื่อนายทักษิณ ปรากฏตัวบริเวณหน้าประตูอาคารผู้โดยสาร MJET ก็ได้เข้ากราบพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี

ก่อนทักทายกับผู้ที่มารอต้อนรับ โดยเฉพาะบรรดาแกนนำพรรคเพื่อไทย อาทิ นายภูมิธรรม เวชชยชัย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นายเกรียง กัลป์ตินันท์ รวมถึงมวลชนคนเสื้อแดง ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในตัวอาคารอีกครั้ง

จากนั้น เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ได้นำตัวนายทักษิณ ไปศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และนำตัวส่งเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพ

ก่อนจะมีรายงานข่าวตามมาว่า ไม่กี่ชั่วโมงที่นายทักษิณเข้าไป โดยเวลา 00.20 น. ของวันที่ 23 ส.ค. ได้ถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลตำรวจ เนื่องจากอาการแน่นหน้าอก ความดันสูง ระดับออกซิเจนปลายนิ้วต่ำ จึงได้ทำการรักษาตัวตั้งแต่วันนั้นจนถึงปัจจุบันนี้ 

นายกฯ ยัน​เรียก​ "ทวี"หารือไร้​ปม"ทักษิณ​" ​

ขณะที่เวลา 11.00น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง กรุงเทพฯ นายเศรษฐา​ ทวีสิน​ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง​ กล่าวถึงการเรียกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พ.ต.ทวี​ สอดส่อง​​ เข้าหารือเมื่อช่วงบ่ายวันนี้ที่ตึกไทยคู่ฟ้าทำเนียบรัฐบาล ว่าตนได้เชิญมาหารือเรื่อง คดีหมูเถื่อนและคดีหุ้นมอร์​และหุ้นสตาร์ค โดยไม่มีการหารือเรื่องของอดีตนายกรัฐมนตรี นายทักษิณ​ ชินวัตร​ ที่รักษาตัวครบ​ 120 วันที่โรงพยาบาลตำรวจ​ รวมถึงไม่ได้สอบถามถึงการออกระเบียบของกรมราชทัณฑ์ในการคุมขังนักโทษนอกเรือนจำว่านายทักษิณ​ เข้าข่ายระเบียบดังกล่าวหรือไม่​ ซึ่งตนเชื่อว่ากรมราชทัณฑ์​มีกฎระเบียบ​อยู่​ในการดูแลคนเจ็บ​ และตนก็มั่นใจว่ากรมราชทัณฑ์ทำตามกฎระเบียบสามารถตรวจสอบได้

นายกฯ ยันไม่ออกระเบียบราชทัณฑ์ เอื้อ"ทักษณ" 

ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่าการออกระเบียบในรัฐบาลนี้ทั้งที่มีการเริ่มตั้นตั้งแต่ปี​ 2560 นั้นจะเป็นการเอื้อประโยชน์​ให้กับนายทักษิณ​หรือไม่นั้น​ นายกรัฐมนตรี​ ย้อนผู้สื่อข่าวว่าเป็นคำถามที่ย้อนแย้ง เพราะกฎหมายเริ่มตั้งแต่ปี 2560​ เมื่อถามย้ำว่าแต่ขณะนั้นเป็นเพียงแนวคิดแต่มาสำเร็จในรัฐบาลนี้ นายเศรษฐา ระบุว่า แนวคิดมีตั้งแต่ปี 2560​ มา ซึ่งขณะนั้นรัฐบาลนี้ก็ยังไม่ได้เป็นรัฐบาล เป็นรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา​ ซึ่งตนเชื่อว่าโรงพยาบาลตำรวจ​ และกรมราชทัณฑ์ ทำถูกต้องตามกฎระเบียบ 

เยี่ยม รพ.ตำรวจ ต้องทำตามกฎหมาย

ส่วนมีการตั้งข้อสังเกตว่าคณะกรรมาธิการตำรวจสภาผู้แทนราษฎรจะไปตรวจสอบโรงพยาบาลตำรวจว่านายทักษิณ​ เข้าพักรักษาตัวจริงหรือไม่​ อาจมีปัญหาในเรื่องสิทธิของผู้ป่วยนั้น นายเศรษฐา​ ระบุว่า​  ก็ต้องว่าไปตามกฎที่ตั้งไว้ แต่ถ้าไปละเมิดสิทธิคงไม่ถูกต้อง

 



 

ข่าวล่าสุด