“ฝ่ายการเมืองออกมาเรียกร้องตรวจสอบกันทุกวันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมองได้ว่ามิได้เป็นไปโดยสุจริตใจ แต่หวังผลทางการเมืองมากจนเกินไป บางคนพรรคของตัวเองมาร่วมรัฐบาลแล้วก็ยังไม่พอใจ อยากจะเป็นนายกรัฐมนตรีเสียเองอีก บางพรรคก็เล่นเกมหวังร่วมรัฐบาลทั้งที่รัฐบาลผสมตอนนี้ก็เพิ่งทำงานได้แค่สามเดือน ดังนั้นจึงขอให้หยุดฝันกลางวัน หยุดต่อรองทางการเมือง หยุดเอาโรงพยาบาลตำรวจ กรมราชทัณท์และคนป่วยมาเล่นการเมืองกันเสียที เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ 2567 ให้คนไทยทั้งชาติ” นายพายัพ กล่าว
ขณะที่ พ.ต.อ.หญิง ศิริกุล ศรีสง่า โฆษกโรงพยาบาลตำรวจ กล่าวว่า พื้นที่การควบคุมผู้ต้องขัง ตามคำสั่งศาลเป็นพื้นที่รักษาความปลอดภัย ที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบของกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 รวมถึงโรงพยาบาลตำรวจมีหน้าที่รักษาคนไข้เพียงอย่างเดียว อีกทั้ง พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550 มาตรา 7 ข้อมูลด้านสุขภาพของบุคคล เป็นความลับส่วนบุคคล ผู้ใดจะนำไปเปิดเผย ในประการที่น่าจะทำให้บุคคลนั้นเสียหายไม่ได้
เว้นแต่การเปิดเผยนั้น เป็นไปตามความประสงค์ของบุคคลนั้นโดยตรง หรือมีกฎหมายเฉพาะบัญญัติให้ต้องเปิดเผย แต่ไม่ว่าในกรณีใดๆ ผู้ใดจะอาศัยอำนาจหรือสิทธิตามกฎหมาย ว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการหรือกฎหมายอื่น เพื่อขอเอกสารเกี่ยวกับข้อมูลด้านสุขภาพของบุคคลที่ไม่ใช่ของตนไม่ได้
พร้อมทั้ง ขอความร่วมมือสื่อมวลชนในการเข้ามาทำข่าวในพื้นที่ ให้ระมัดระวังการนำเสนอภาพข่าวหรือภาพ เพื่อไม่ให้ไปกระทบสิทธิผู้ป่วยและประชาชนที่มาใช้บริการ
ล่าสุด นายวัชระ เพชรทอง อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อ พล.ต.อ. วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ประธาน ป.ป.ช. เพื่อขอให้ไต่สวน นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กับพวก และฝ่ายการเมืองที่เกี่ยวข้อง มีพฤติการณ์ หรือการกระทำที่ผิดประมวลจริยธรรมของข้าราชการ หรือนักการเมืองรวมทั้งกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อเอื้อประโยชน์กับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีหรือไม่
เนื่องจาก ได้รับการร้องเรียนจากประชาชน ที่เคลือบแคลงสงสัยว่า นายทักษิณ เข้าเรือนจำ แต่ไม่ได้มีการจำคุกจริงตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ ซึ่งไม่เท่าเทียมนักโทษทั่วไป หลังถูกส่งตัวเข้าไปอยู่โรงพยาบาลตำรวจ ชั้น 14 นับแต่วันที่ 23 สิงหาคม 2566 ซึ่งครบ 120 วันแล้ว และประชาชนไม่เชื่อว่า นายทักษิณพักรักษาอยู่จริง มีการเอื้อประโยชน์โดยเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่ เพื่อช่วยเหลือนายทักษิณ ให้มาพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ ทั้งที่ไม่มีอาการเจ็บป่วยจริง และนายแพทย์โรงพยาบาลราชทัณฑ์รับรองให้นายทักษิณ พักรักษาที่โรงพยาบาล จึงขอให้ตรวจสอบนายแพทย์ดังกล่าวนี้ด้วย
รวมทั้งมีการเร่งรัดเจ้าหน้าที่ของรัฐ ให้ออกระเบียบกรมราชทัณฑ์ ว่าด้วยการดำเนินการสำหรับการคุมขังนอกเรือนจำ ซึ่งส่อว่า เอื้อประโยชน์ให้กับ นายทักษิณ หรือไม่ รวมถึงมีการดำเนินการตามขั้นตอนเมื่อรับนายทักษิณ เข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ หรือไม่ หรือมีการเร่งรัดขั้นตอน และมีข้าราชการ หรือนักการเมืองคนใดสั่งการ ช่วยเหลือ สนับสนุนปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้ นายทักษิณ ไม่ต้องถูกจำคุกจริง โดยขอให้กันข้าราชการชั้นผู้น้อย ที่ให้การเป็นประโยชน์ไว้เป็นพยานทุกคน
“ทวี” ดอดพบนายกฯ คาดรายงานวันรักษาตัว "ทักษิณ"
ผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบรัฐบาลรายงานว่า เมื่อเวลา 15.30 น. พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาลเพื่อพบกับนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายเศรษฐา ทวีสิน ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ขณะเดียวกันเป็นที่น่าสังเกตว่ารถยนต์ส่วนตัวของพันตำรวจเอกทวีนั้น ได้ไปจอดที่บริเวณประตูด้านหลังของตึกไทยคู่ฟ้า โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชม. ก่อนที่รถยนต์ส่วนตัวจะวนออกมารับที่บริเวณประตูด้านหน้าของตึกไทยคู่ฟ้า และเดินทางกลับทันที
ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่าการเดินทางเข้าพบนายกรัฐมนตรีของพันตำรวจเอกทวีนั้น ตรงกับวันครบรอบ 120 วันที่อดีตนายกรัฐมนตรี นายทักษิณ ชินวัตร เข้าพักรักษาตัวอยู่ที่ชั้น 14 ของโรงพยาบาลตำรวจเนื่องจากอาการป่วย อีกทั้งยังมีรายงานข่าวว่าทางเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ได้เตรียมนำเอกสารความเห็นจากแพทย์ผู้รักษาอาการป่วยของนายทักษิณ มาประกอบการพิจารณาเพื่อเสนอไปยังกรมราชทัณฑ์ เพื่อขอขยายเวลาในการรักษาตัวเกิน 120 วัน เนื่องจากยังมีอาการป่วย ซึ่งถือเป็นไปตามขั้นตอนและระเบียบ ซึ่งทั้งหมดจะต้องรายงานให้รัฐมนตรีทราบ แต่ตอนนี้ยังไม่มีความชัดเจนใดๆ ออกมาจากกรมราชทัณฑ์