svasdssvasds
เนชั่นทีวี

การเมือง

"มาดามเดียร์"ขอบคุณ 139 เสียงยกเว้นข้อบังคับเพื่อให้ลงชิงหัวหน้าพรรค

09 ธันวาคม 2566
4.1 k

"มาดามเดียร์"ขอบคุณ 139 เสียงงดเว้นข้อบังคับเพื่อเปิดทางลงแข่งเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แม้ผล "เฉลิมชัย ศรีอ่อน" จะคว้าเก้าอี้ไปครอง แย้มหลังจากนี้ขอทบทวนแนวทาง-อุดมการณ์ ยังสมควรร่วมงานต่อหรือไม่

9 ธันวาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมใหญ่วิสามัญพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อเลือกหัวหน้าและกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ แม้ล่าสุด "นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" อดีตหัวหน้าพรรค ได้ประกาศลาออกจากการเป็นสมาชิก เนื่อจากมีชื่อถูกเสนอแข่งขันเพื่อเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ในครั้งนี้ พร้อมกับยืนยันว่าการออกครั้งนี้ เพื่อเปิดทางให้พรรคเดินต่อไปข้างหน้า และจะอยู่สนับสนุนต่อไป รวมทั้งยืนยันว่าจะไม่ไปพรรคการเมืองอื่นแน่นอน

ขณะที่บรรยากาศโดยภายหลังพักการประชุม เมื่อเวลาประมาณ 11.30 น. ซึ่งที่ประชุมได้กลับเข้าสู่วาระในการเสนอชื่อบุคคลชิงหัวหน้าพรรค 

โดย "นายเดชอิศม์ ขาวทอง" รักษาการรองหัวหน้าพรรค ได้เสนอชื่อ "นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน" รักษาการหัวหน้าพรรค และเลขาธิการพรรค เป็นหัวหน้าพรรค 

ขณะที่นายขยัน วิพรหมชัย สมาชิกพรรค เสนอชื่อ "น.ส.วทันยา บุนนาค" ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม. พรรคประชาธิปัตย์ 

ส่วน น.ส.ผ่องศรี ธารภูมิ สมาชิกพรรค เสนอชื่อ พันโทหญิง ฐิฏา รังสิตพล มานิตกุล เพื่อเป็นหัวหน้าพรรค 

   

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของน.ส.วทันยา ตามข้อบังคับพรรคที่ 31(6) และข้อบังคับพรรคที่ 32(1) ระบุว่า ต้องใช้เสียงองค์ประชุม 3 ใน 4 เพื่อของดเว้นข้อบังคับพรรค ในกรณีที่เป็นสมาชิกพรรคไม่ถึง 5 ปี และต้องเคยเป็น สส.ในนามพรรค (ตามลำดับ)

โดยที่ประชุมมีมติ 139 เสียง ให้ น.ส.วทันยา ชิงตำแหน่ง ทว่า เสียงองค์ประชุมที่ให้งดเว้นข้อบังคับไม่ถึง 3 ใน 4 คือ169 เสียง ทำให้ถือว่า ไม่ได้รับการคัดเลือกชิงหัวหน้าพรรค เช่นเดียวกับ พันโทหญิงฐิฏา ที่ไม่ผ่านคุณสมบัติชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค ทำให้เหลือผู้ถูกเสนอชื่อเพื่อเป็นหัวหน้าพรรคเพียงคนเดืยว คือ นายเฉลิมชัย 

ขณะที่ นายเฉลิมชัย กล่าวว่า จากการพูดคุยกับนายอภิสิทธิ์ ตนก็ยืนยันเช่นเดียวกันว่า กรีดเลือดมาก็เป็นสีฟ้า และยืนยันว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ยึดมั่นในอุดมการณ์พรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยเปลี่ยนแปลง จนกระทั่งเป็นรัฐมนตรี ก็ยืนยันเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตกล้าพูดว่าไม่มีมลทินเรื่องนี้

 

"ผมยืนยันกับท่านอภิสิทธิ์ว่า ปชป. ไม่เคยเป็นพรรคอะไหล่ และไม่คิดเป็นพรรคอะไหล่ ผมจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และจะไม่ทำลายหลักการพรรคประชาธิปัตย์" นายเฉลิมชัย กล่าว 

ปด้าน น.ส.วทันยา เปิดเผยภายหลังทราบมติที่ประชุมพร้อมทั้งน้ำตาว่า ตนขอขอบคุณสมาชิกพรรคทุกคนที่รับรองชื่อของตน รวมถึงสมาชิกทั้ง 139 คน ในการสนับสนุนที่จะยกเว้นคุณสมบัติให้กับตนในการลงสมัครชิงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คนที่ 9 

ทั้งนี้ สิ่งที่ตนตั้งใจลงรับสมัครหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โดยตั้งใจมาด้วยอุดมการณ์และความหวังที่เชื่อมั่นและศรัทธาในพรรคประชาธิปัตย์ เพราะในวันที่พรรคพ่ายแพ้การเลือกตั้ง เหลือ สส. แค่ 25 คน ทุกคนหวาดหวั่นว่าอนาคตของพรรคจะเป็นเช่นไร แม้ตนจะเพิ่งมาทำงานกับพรรค ก็ทบทวนว่าสิ่งที่พรรคเคยทำมาในอดีต และความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ไม่ได้เกิดจากปัญหาเรื่องโครงสร้างพรรค หรือปัญหาการทำงานภายในใดๆเลย แต่เพราะไม่สามารถสร้างอุดมการณ์ สร้างจุดยืนทางการเมืองที่ชัดเจน เพื่อเป็นความหวังและทางเลือกให้กับประชาชนได้
 

"สิ่งที่กลัวที่สุด คือ วันที่ประชาธิปัตย์กำลังอยู่ยืนอยู่บน 2 ทางแพร่งนี้ ว่าจะกลับมาฟื้นฟูอุดมการณ์ได้สำเร็จ หรือประชาธิปัตย์กำลังจะเปลี่ยนไปแล้ว จึงขอเลือกตัดสินใจที่จะลงมือทำ ในสิ่งที่เชื่อว่าเป็นทางรอดทางเดียวของพรรค คือ การรื้อฟื้นจิตวิญญาณที่ยึดมั่นในอุดมการณ์และจิตวิญญาณที่บริสุทธิ์ ที่หัวหน้าพรรคทั้ง 8 คน ได้ทำมาโดยตลอด ซึ่งนั่นคือทางรอดทางเดียวของพรรคประชาธิปัตย์" น.ส.วทันยา กล่าว 

 

อย่างไรก็ตาม ตนไม่อยากตัดสินว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ เป็นเพราะระบบอุปถัมภ์หรือไม่ แต่เชื่อมั่นว่าทางรอดทางเดียวของพรรคประชาธิปัตย์ คือ การรื้อฟื้นอุดมการณ์เท่านั้น และหวังว่าการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้น และก็ได้แต่หวังว่า เพื่อนสมาชิกทุกคนจะเห็นเช่นเดียวกัน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เห็นแล้วว่า สิ่งที่หวังว่าประชาชนจะกลับมาศรัทธาพรรคประชาธิปัตย์อีกครั้ง วันนี้แสงแห่งความหวัง แสงแห่งการเปลี่ยนแปลง มันไม่เกิดขึ้นแล้ว จะหวังแสงแห่งศรัทธาจากประชาชนกลับคืนมาได้อย่างไร

น.ส.วทันยา กล่าวย้ำว่า โดยหลังจากนี้ขอประเมินและทบทวนทิศทางพรรคหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร แนวทางการทำงานของตน เลือกทำงานกับพรรคการเมืองที่อุดมการณ์ตรงกัน แต่หากอุดมการณ์ไม่ตรงกัน ก็คงเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณา ว่ายังสมควรที่จะทำงานกับพรรคต่อหรือไม่

นอกจากนี้ ส่วนตัวไม่ขอรับตำแหน่งใดๆ แต่จะขอทำงานตามสิ่งที่ให้สัญญาให้กับประชาชน ในเรื่องของการขับเคลื่อนกฎหมายต่างๆ ตามที่ตนได้หาเสียงเลือกตั้งและสัญญากับประชาชนไว้ ส่วนการเข้าร่วมกิจกรรมหรือขับเคลื่อนการดำเนินงานของพรรค จะงดเว้นก่อน จนกว่าจะเห็นความชัดเจนของพรรคอีกครั้ง