สำหรับผลการเลือกตั้งดูเหมือนว่าจะล็อกไปทางนายเฉลิมชัย ยังมีความหวังหรือไม่ น.ส.วทันยา กล่าวว่า อย่างที่บอกวันที่ตัดสินใจเพราะตนศรัทธาในวิถีแห่งอุดมการณ์แบบนี้ เพราะเรามีความฝันว่า อยากทำการเมืองแบบนี้ ดังนั้นจึงตัดสินใจที่จะลงมือทำ ไม่ใช่ตัดสินใจเพราะว่า ไปต่อรองผลประโยชน์ดๆ ไม่ได้ตัดสินใจบนผลการคำนวณการแพ้ชนะเลือกตั้งมาเป็นตัวตั้ง จึงเป็นเหตุผลว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ก็ขอยืนยันจุดยืนตัวเอง คือขอทำตามความฝัน และจะขอสู้จนถึงที่สุด
ไม่สามารถตอบแทนคนอื่น
ส่วนที่กล่าวกันว่า นายเฉลิมชัย ดูแลกันมา 4 ปี เป็นปัจจัยทำให้ต้องเลือกเป็นหัวหน้าพรรคนั้น น.ส.วทันยา กล่าวว่า ก็ต้องเป็นการตัดสินใจของสมาชิกพรรคทุกคน ตนเคารพในเสรีภาพและความเห็นที่แตกต่าง จุดนี้ตนคงไม่สามารถตอบแทนสมาชิกคนอื่นๆได้ แต่ตนเห็นว่าอนาคตของพรรคประชาธิปัตย์นั้น เราจะต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ เพื่อไปดักรอการเปลี่ยนแปลงในอนาคตจากความท้าทายของสถานการณ์โลก และอนาคตของพรรคประชาธิปัตย์ และผู้สมัครทุกคน ไม่ได้อยู่ในมือใคร นอกจากมือของตัวเอง ที่จะต้องเป็นคนตัดสินใจ
หากแพ้ของไปประเมิน ย้ำ พรรคไม่มีเจ้าของ
ทั้งนี้ หากผลการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคพรุ่งนี้ ( 9 ธ.ค. ) ดูไม่มีความหวัง จะยังคงอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ต่อไปหรือไม่ น.ส.วทันยา กล่าวว่า ตนจะขอกลับไปประเมิน เพราะเหตุผลที่ตนเข้ามาทำงานในพรรค เรามีประชาชนเป็นเจ้าของ ไม่มีเจ้าของที่มาคอยกดปุ่มชี้นิ้วสั่ง
ขอโอกาสให้พรรคเปลี่ยนแปลง
พร้อมกล่าวย้ำว่า สิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์พ่ายแพ้การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา เพราะเราไม่มีจุดยืนทางการเมืองที่ชัดเจน ซึ่งในวันพรุ่งนี้ ขอฝากบอกไปยังสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ทุกคน ที่หลายคนบอกว่าตนเองเป็นเลือดใหม่ เข้ามาทำงานกับพรรคเพียงปีเศษๆ วันนี้ในฐานะคนๆหนึ่งที่เป็นเลือดใหม่ของพรรค แต่ยังเชื่อในวิถีอุดมการณ์ และการเริ่มต้นใหม่ของประชาธิปัตย์จะเกิดขึ้นได้จริง ก็ขึ้นอยู่กับสมาชิก จึงขอให้เพื่อนสมาชิก ได้เปิดโอกาสให้ตนเองได้เข้าไปแข่งขันต่อสู้ชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค ตั้งแต่ในการผ่านมติโหวต 3 ใน 4 ยกเว้นคุณสมบัติ
และมองว่าไม่ใช่เป็นการให้โอกาสของตนเองเท่านั้น แต่เป็นการให้โอกาสพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เพราะหากจะฟื้นฟูพรรค ต้องเริ่มจากการเลิกที่จะเลือกจากความสัมพันธ์ เลิกระบบอุปถัมภ์ ต้องเลือกที่คุณสมบัติและความสามารถ เพื่อไม่ให้นำไปสู่ปัญหาความขัดแย้ง และความไม่เข้าใจกันในพรรค สุดท้ายจะทำให้พรรคสูญเสียบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถต่อไป
เรื่องใหญ่ที่สุดในชีวิต
ด้านนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการหัวหน้าและเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่สส.มีมติ ให้เชิญมาลงสมัครชิงหัวหน้าพรรคว่า ต้องขอคุยกับสส.กลุ่มนี้อีกครั้ง เพราะยังไม่ได้คุยกันในรายละเอียด ขอบอกตรงๆว่า เป็นสิ่งที่ตนต้องคิดมากที่สุด เพราะเป็นเรื่องใหญ่ในชีวิตการตัดสินใจแต่ละเรื่อง แต่สิ่งที่ตนได้แสดงให้ทุกคนเห็น คือนับตั้งแต่หลังเลือกตั้ง ตนไม่เคยแสดงความกระสันหรืออยากจะเป็นอะไร แค่อยากให้พรรคเดินไปข้างหน้าเท่านั้นเอง
พร้อมยืนยันว่าไม่เคยเชิญสส.ไปรับประทานอาหารที่บ้านมา 2 เดือนแล้ว และคนที่รู้ดีที่สุดคือน.ส.วทันยา บุนนาค (มาดามเดียร์) เพราะตนคุยด้วยเป็นประจำ
นายเฉลิมชัย กล่าวย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์เป็นบ้านของตน จึงต้องการให้เดินไปข้างหน้าด้วยความราบรื่น ซึ่งมีเรื่องภายในหลายเรื่อง ที่คนภายนอกไม่รู้ว่าเป็นอย่างไร และจะเกิดอะไรขึ้น จึงต้องขอคุยอีกครั้ง ซึ่งการจะตัดสินใจอย่างไรต้องมีเหตุและผลมากกว่านี้
ใช้ชีวิตทั้งชีวิตปกป้องพรรคประชาธิปัตย์
พร้อมกล่าวว่า ก่อนที่จะมีการวิพากษ์วิจารณ์อะไรขอให้ใช้เหตุผล และข้อเท็จจริง ซึ่ง 2 วันที่ผ่านมาตนโดนด่าฟรีไปมาก จึงอยากถามสั้นๆ กับทั้งสมาชิก ทั้งคนที่เคยเลือกและไม่เคยเลือกพรรคประชาธิปัตย์ ขอให้มองด้วยใจเป็นกลาง จะเห็นความจริง และรู้คำตอบว่า มีผู้บริหารคนไหนที่กล้าถวายชีวิตอย่างตนบ้าง ที่เอาชีวิตมาให้พรรคและปกป้องผู้นำพรรค พร้อมย้อนถามกลับว่า ผู้บริหารคนไหนที่กล้าทำแบบตน ซึ่งตนไม่ได้อยากดัง แต่สักวันหนึ่งจะพูดให้ฟังว่าทั้งหมดคืออะไร เหตุการณ์เป็นอย่างไร เพราะมีความพยายามเบี่ยงเบนว่า ที่ตนประกาศว่าจะเลิกเล่นการเมือง เพราะอวดดี แต่อยากบอกว่า คนที่ไม่ได้อยู่ในพรรคประชาธิปัตย์คงไม่รู้ ว่าตนใช้ชีวิตทั้งชีวิตปกป้องพรรคประชาธิปัตย์
" สิ่งที่ผมมีคือ ความจริงใจให้กับพรรค ผมเคยถามว่า น้องๆสส.เขานับถือผมนี่ผมผิดใช่หรือไม่ ที่ผมดีกับเขา ดูแลพรรค ดูแลเขา แล้วผมมีตรงไหนบ้างที่เสียหาย ผมเป็นรัฐมนตรี ที่สุจริตคนหนึ่งเหมือนกัน ผมถึงกล้าพูด และเมื่อถึงเวลา ผมจะออกมาชี้แจงทั้งหมดไม่ต้องห่วง ผมรอนิดนึง รอให้ผมได้คุยกันอีกครั้งว่าเป็นอย่างไร แต่ผมว่าต้องมีเหตุและผล บางเรื่องเป็นเรื่องภายในที่พูดออกมาไม่ได้ ผมจึงต้องขอให้เขาพูดให้ผมฟังว่าเป็นอย่างไร "นายเฉลิมชัยกล่าว
ทั้งนี้ นายเฉลิมชัย ปฏิเสธการตอบคำถามว่าพร้อมจะถอนคำพูด ว่าเลิกเล่นการเมืองแล้วทำเพื่อพรรคหรือไม่
สส.หนุน "เฉลิมชัย" ไม่แปลกเขาเลี้ยงดูกันมา
ขณะที่นายชวน หลักภัย สส.บัญชีรายชื่อ และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเลือกหัวหน้าพรรคคนที่ 9 ในวันพรุ่งนี้(9 ธ.ค.) นี้หลัง 21 สส.ของพรรคฯ มีมติให้ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ในฐานะรักษาการหัวหน้าพรรคฯ เข้าชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคฯ มีความกังวลหรือไม่ว่า คิดว่าเรียบร้อย และการที่สส.จะเสนอชื่อนายเฉลิมชัย นั่งหัวหน้าพรรคฯก็ไม่ทราบ ตนดูจากข่าวเท่านั้น
“ความจริงไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร ที่ พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่ สส.สงขลา พูดในที่ประชุมพรรคหลายครั้งว่า จะเลือกใครเป็นหัวหน้าพรรคดี ก็แล้วแต่เลขาธิการพรรคฯ สั่ง เพราะเลขาฯดูแลเขามา 4 ปีแล้ว” นายชวน กล่าว
เมื่อถามว่า ส่วตัวจะเลือกใครเป็นหัวหน้าพรรค นายชวน กล่าวว่า ยังไม่ได้มีการประชุมกันเลย และไม่ทราบว่ามีใครเสนอตัวบ้าง ตนก็ให้กำลังใจทุกคน ที่จะลงสมัครหัวหน้าพรรค ส่วน น.ส.วทันยา บุนนาค ผู้สมัครหัวหน้าพรรค ตนก็ให้กำลังใจ ที่มีความตั้งใจและน่าชื่นชม แต่จะเลือกใครก็แล้วแต่สมาชิกพรรค
สมาชิกและกลุ่มสาขาพรรค รวมตัวหนุน "เสี่ยต่อ"
ขณะเดียวกัน วันนี้ (8 ธ.ค.) เวลา 13.00น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ บรรยากาศบริเวณหน้าพรรคได้มี มีสส. พร้อม สมาชิกพรรค นำโดยนายนราพัฒน์ แก้วทอง ร่วมส่งเสียงเชียร์ พร้อมมอบช่อและกระถางดอกไม้ ให้กำลังใจ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการหัวหน้าพรรคและรักษาการเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมขอให้ลงชิงตำแหน่ง หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนต่อไป