เนชั่นทีวี

การเมือง

รัฐธรรมนูญใหม่...สรุป "รอบคอบ" หรือแค่ "รอคอย"

08 ต.ค. 2566 | thanita_boo

รัฐธรรมนูญใหม่...สรุป "รอบคอบ" หรือแค่ "รอคอย"

ความคาดหวังที่ต้องการเห็นรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยเร็ว ดูเหมือนจะสวนทางกับคำมั่นสัญญาของพรรครัฐบาล ที่ให้ไว้กับประชาชนช่วงเลือกตั้ง ว่าจะเริ่มจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยการทำประชามติทันที่ที่ได้เป็นรัฐบาล

จากคำพูดของนพ.ชลน่าน ในวันนั้น กลายเป็นการคณะกรรมการศึกษาแนวทางในการทำประชามติ ที่มี "ภูมิธรรม เวชยชัย" รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ เป็นประธาน โดยมีคณะกรรมการรวม 35 คน มาจากทุกสาขาอาชีพ ทั้ง พรรคการเมือง นักวิชาการ ตำรวจ ทหาร นักกิจกรรม และนักศึกษา 

เป้าหมายของนักวิชาการคือการศึกษาการทำประชามติก่อนจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยให้แล้วเสร็จภายใน 4 ปี ประเด็นสำคัญต้องไม่แตะต้องหมวด 1 และหมวด 2  คำถามตามมา คือ ทำไมถึงต้องมีคณะกรรมการชุดนี้

ย้อนกลับไปสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ เกิดข้อถกเถียงกันในเรื่องการทำประชามติ ต้องเริ่มจากจุดไหน  ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยว่า ต้องทำประชามติเพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จึงกลายเป็นเหตุผลที่ว่าต้องมีคณะกรรมการชุดนี้ เพื่อทำให้ข้อถกเถียงเรื่องนี้ได้ข้อยุติ รวมถึงการจัดทำร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ที่ต้องการให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือส.ส.ร.มาเป็นคณะ ในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

แม้ภาพรวมการทำงานของคณะกรรมการ เพื่อหวังให้การทำงานเกิดความรอบด้าน แต่กลับถูกมองเป็นการยื้อเวลาและไม่มีความจริงใจหรือไม่
 

ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี ประธานคณะกรรมการศึกษาทำประชามติฯ

โดย "ชูศักดิ์ ศิรินิล" อดีตรองประธานคณะกรรมการศึกษาการทำประชามติฯ กล่าวว่า การตั้งคณะกรรมการชุดนี้ขึ้นมาคำสั่งชัดเจนว่าให้ทำอะไรบ้าง จริงอยู่ไม่ได้ออกเป็นนโยบายชัดเจนนัก แต่ท้ายที่สุดก็มีการทำประชามติ มีรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย เพียงแต่กระบวนที่ต้องยอมรับว่ากระบวนการการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่ง่าย คือ มีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ มีประสบการณ์ในอดีตที่ล้มเหลวมาแล้ว ตนคิดว่าเป็นเจตนาดีที่รัฐบาลอยากทำให้รอบคอบ และไปกันได้ เพราะฉะนั้นกรรมการที่เชิญเข้ามาจึงเชิญทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เพื่อการพูดคุยจนตกผลึกและเกิดความสำเร็จ 

สำหรับกรอบการทำงานดูเหมือนจะไม่รวดเร็วอย่างที่คิด ไม่ใช่เพียงแค่เลือกว่าจะทำประชามติ 2 หรือ 3 ครั้ง แต่ต้องศึกษาแนวทางของแต่ละตัวเลือก เพื่อให้เกิดประโยชน์และไม่ผิดพลาด หรือเสียหายภายหลัง รวมๆแล้วก็จะกินเวลารวมทั้งสิ้นไม่น้อยกว่า 2 ปีครึ่ง ถึง 3 ปี จึงจะได้รัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ
 

รัฐธรรมนูญใหม่...สรุป "รอบคอบ" หรือแค่ "รอคอย"

ทั้งนี้ สิ่งที่รัฐบาลคิดอาจจะไม่ตรงใจทุกคน เพราะยังมีการมองว่ารายชื่อคณะกรรมการที่ออกมาบางคน ไม่ได้มีองค์ความรู้เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ นั่นแสดงว่า ไม่ได้ต้องการให้มี สสร. เกิดขึ้นจริงหรือไม่ อีกทั้ง ไม่ได้มีการศึกษาผลดี ผลเสีย ของการแก้ทั้งฉบับ และการแก้เพียงบางประเด็น จึงไม่แน่ใจว่ารัฐบาลจริงจัง และจริงใจแค่ไหนในการแก้รัฐธรรมนูญ 

ขณะที่ "สมชาย แสวงการ" สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวว่า นอกเหนือจากการไปหาเสียงเลือกตั้งว่าจะจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทำได้ไหม ทำได้ แต่ต้องตอบก่อนว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหาอะไรมากมาย ถึงขั้นต้องล้มทิ้งทั้งฉบับ บ้านหลังนี้ถ้าแก้ไขปรับปรุงใช้เงินน้อยมาก ตกลงร่วมง่ายมากและความขัดแย้งน้อยมาก
 

พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล


ด้าน "พริษฐ์ วัชรสินธุ" สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ตั้งคำถามว่า อะไรคือสิ่งที่คณะกรรการชุดนี้จะศึกษา และอะไรคือสิ่งที่จะยึดเป็นกรอบหรือหลักการ ของคณะกรรมการชุดนี้ที่ท่านจะไม่ย้อนกลับไปศึกษา หรือทบทวนอีกรอบหนึ่ง ถ้ายืนยันว่าศึกษารายละเอียดปลีกย่อยที่อยู่ภายใต้ข้อสรุป ที่เคยมีร่วมกันแล้ว พอจะเข้าใจได้ แต่ช่วยยืนยันได้หรือไม่ ว่าไม่ได้ตั้งขึ้นมาเพราะไม่ได้ตัดสินใจ เดินหน้าตามจุดยืนเดิม แต่ต้องการยืมมือคนอื่น สร้างความชอบธรรมให้ท่าน ในการยูเทิร์นอีกครั้งหนึ่ง เพื่อย้อนหลักการเดิม บางส่วนที่เคยยืนยัน และที่แทบทุกฝ่าย เคยได้ข้อสรุปร่วมกันไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม การประชุมคณะกรรมการชุดนี้จะเกิดขึ้นครั้งแรกในวันที่ 10 ตุลาคม นี้ แม้ไทม์ไลน์ของคณะกรรมการยังไม่ชัดเจนนัก แต่ก็ต้องรอดูและติดตามความคืบหน้า ว่าสุดท้ายแล้วจะมีรัฐธรรมนูญใหม่ให้กับประชาชนตามที่ได้สัญญาไว้หรือไม่ หรือเป็นเพียงโฆษาณาชวนเชื่อเพื่อยื้อเวลาต่อไป

 

 

ข่าวล่าสุด