เนชั่นทีวี

ข่าว

คมนาคมอัปเดตใช้ตั๋วร่วมรถไฟฟ้า รอฟังความเห็นก่อนชง ครม.หวังทันใช้ปี 70

17 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

คมนาคมอัปเดตใช้ตั๋วร่วมรถไฟฟ้า รอฟังความเห็นก่อนชง ครม.หวังทันใช้ปี 70

คมนาคมกางแผนตั๋วร่วมรถไฟฟ้า กำหนดราคาค่าโดยสาร 17-45 บาท จ่ายค่าแรกเข้าครั้งเดียว รอฟังความเห็นก่อนชง ครม. ตั้งเป้าพร้อมเปิดใช้งานจริงภายในปี 2570

คมนาคมกางแผนตั๋วร่วมรถไฟฟ้า กำหนดราคาค่าโดยสาร 17-45 บาท จ่ายค่าแรกเข้าครั้งเดียว รอฟังความเห็นก่อนชง ครม. ตั้งเป้าพร้อมเปิดใช้งานจริงภายในปี 2570

KEY

POINTS

  • ราคาและเงื่อนไข: กำหนดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าระบบตั๋วร่วมเริ่มต้นที่ 17 บาท และสูงสุดไม่เกิน 45 บาท โดยจะเสียค่าแรกเข้าเพียงครั้งเดียวเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชน
     
  • การจัดการระบบและหนี้สิน: เตรียมให้กรุงเทพมหานคร (กทม.) โอนภาระหนี้สินและทรัพย์สินของรถไฟฟ้าสายสีเขียวและสายสีทอง ให้มาอยู่ภายใต้กรรมสิทธิ์การบริหารจัดการของ รฟม. เพื่อรวมเป็นระบบเดียวกัน
     
  • กรอบเวลาและสัมปทาน: ตั้งเป้าเปิดใช้งานภายในปี 2570 ส่วนสัญญาสัมปทานเอกชนที่เหลืออายุอีกหลายปี จะใช้วิธีทบทวนการออกตั๋วในลักษณะกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (Thailand Future Fund) หรือให้ รฟม. ออกพันธบัตร เพื่อไม่ให้กระทบต่อหนี้สาธารณะ

17 มิถุนายน 2569 กระทรวงคมนาคม เตรียมเสนอ ครม. พิจารณาแผนลดภาระค่าครองชีพประชาชนด้วยระบบ "ตั๋วร่วมรถไฟฟ้า" เคาะอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้า เริ่มต้น 17-45 บาท จ่ายค่าแรกเข้าครั้งเดียว โดย "สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ" รมช.คมนาคม เผยเร่งรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานราชการ พร้อมเคลียร์ปัญหาสัมปทาน และโอนหนี้สินรถไฟฟ้าสายสีเขียว-สีทองมาให้ รฟม. บริหาร หวังขับเคลื่อนนโยบายร่วมกับรัฐบาล เพื่อผลักดันให้ประชาชนได้เริ่ม "ขึ้นรถไฟฟ้า" ในอัตราค่าบริการใหม่ที่เป็นธรรม และเชื่อมต่อได้จริงภายในปี 2570 


นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงความคืบหน้าการทำตั๋วร่วมรถไฟฟ้าว่า กระทรวงคมนาคมได้นำเรื่องนี้เสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับการลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชน โดยการใช้ตั๋วร่วม ซึ่งมีอัตราค่าโดยสาร 17-45 บาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานราชการ

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

 

ใจความสำคัญของร่างดังกล่าว คือ การกำหนดอัตราค่าโดยสารเริ่มต้นที่ 17 บาท และไม่เกิน 45 บาท เป็นการเสียค่าแรกเข้าเพียงครั้งเดียว

 

พร้อมให้กรุงเทพมหานครโอนภาระหนี้สินและทรัพย์สินของ กทม. เนื่องจากขณะนี้มีรถไฟฟ้าสองสี ที่ยังไม่เข้าระบบเดียวกัน คือ รถไฟฟ้าสายสีเขียวและสีทอง ให้มาเป็นกรรมสิทธิ์การบริหารจัดการของ รฟม.

 

นอกจากนี้ ระบบหลังบ้านต้องให้กระทรวงการคลัง ทำการจัดหาผู้ดำเนินการ ซึ่งก่อนหน้านี้มีมติคณะรัฐมนตรี ให้ตั้งเป็นบริษัทหรือหน่วยงานใหม่ แต่เห็นว่าอาจเกินความจำเป็นและเป็นภาระงบประมาณ อย่างไรก็ตามต้องรอรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานต่าง ๆ อีกครั้ง 

 

 

รถไฟฟ้าสายสีทอง

เมื่อถามถึงกรอบระยะเวลา นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ธงที่ตั้งเป้าไว้สำหรับกระทรวงคมนาคม ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม อยากทำให้ทันภายในปี 2570

 

ส่วนการเจรจากับเอกชนในเรื่องสัมปทานที่มีสัญญาอยู่ รัฐบาลจะดำเนินการอย่างไรนั้น นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ในเรื่องการรวมสัญญาต้องแบ่งเป็นสองลักษณะ คือ สัญญาที่จะหมดในเร็ว ๆ นี้ คงไม่ต้องเจรจาซื้อคืน เพียงแต่รอเวลาให้สัญญาหมดไป และอีกส่วนคือสัญญาที่ยังคงมีอายุอีกหลายปี คงต้องมีการทบทวนการออกตั๋วในลักษณะไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ (กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย) หรือการจัดหาเงินทุนจากภายนอก หรือ รฟม. อาจออกพันธบัตรเพื่อไม่ให้กระทบต่อหนี้สาธารณะในภาพรวม

ข่าวล่าสุด